ไม่ใช่อุกกาบาต ไม่ใช่ภูเขาไฟ!? การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ปลายยุค Devonian อาจเป็นเพราะสปีชีส์ใหม่เกิดไม่ทัน

By: terminus
Writer
on Mon, 03/01/2011 - 23:05

มีหลายทฤษฎีที่พยายามจะอธิบายว่าการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ (mass extinction หรือ biota crisis) ที่เกิดขึ้นบนโลก บ้างก็บอกว่าอุกกาบาตชนโลก บ้างก็บอกว่าภูเขาไฟระเบิด บางคนก็โทษแก๊สโซฮฮลไปเลย ง่ายดี

แต่จากการศึกษาฟอสซิลของ Leptodesma (หอยสองฝา), Floweria และ Schizophoria (Brachipods), Archaeostraca (ครัสเตเซียน) โดย Alycia Stigall แห่งมหาวิทยาลัยโอไฮโอ กลับพบว่าอัตราการสูญพันธุ์ในช่วงปลายยุค Devonian (378 ถึง 375 ล้านปีที่แล้ว) นั้นไม่ได้สูงไปกว่าอัตราการสูญพันธุ์ที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ (Background extinction rate) เลย พวกสัตว์ที่อยู่ในการศึกษานี้ครั้งหนึ่งเคยครอบครองแนวปะการังในมหาสมุทร ดังนั้นพวกมันจึงเป็นตัวแทนของความหลากหลายทางชีวภาพของมหาสมุทรในยุค Devonian ได้อย่างดี

สิ่งที่น่าแปลกใจคือ อัตราการเกิดสปีชีส์ใหม่กลับลดลงแบบฮวบฮาบ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าสิ่งนี้แหละคือเหตุผลที่ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า "การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ปลายยุค Devonian"

Alycia Stigall เสนอสมมติฐานว่า เบื้องหลังที่ทำให้อัตราการเกิดสปีชีส์ใหม่ลดลงก็คือ การรุกรานของสิ่งมีชีวิตต่างถิ่น (Invasive species = "ต่างถิ่น" นะ ไม่ใช่ "ต่างดาว") เนื่องจากในช่วงปลายยุค Devonian ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและเปลือกโลกบางแผ่นก็เคลื่อนที่เข้ามาใกล้กันมากพอที่จะให้สิ่งมีชีวิตหลายชนิดอพยพเข้าไปยังที่อยู่อาศัยใหม่ สิ่งมีชีวิตที่เข้าไปใหม่ก็ไปรบกวนกระบวนการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตเจ้าถิ่นเดิม ในที่สุดระบบนิเวศนั้นๆ ก็อาจจะถึงขั้นพังทลายลงได้

ปัจจุบันระบบนิเวศหลายแห่งบนโลกเราก็กำลังเผชิญกับปัญหาการรุกรานของสิ่งมีชีวิตต่างถิ่น (Invasive species) ไม่แน่ว่าการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่อาจจะเกิดขึ้นอีกครั้งในยุคของเราด้วยฝีมือของมนุษย์อย่างเราเอง

ที่มา - PhysOrg

ป.ล. ยุค Devonian บางทีก็เรียกกันเล่นๆ ว่า "ยุคของปลา" สัตว์บกที่มีกระดูกสันหลังและแมลงตัวแรกก็น่าจะเกิดยุคนี้

3 Comments

Aphorist's picture

เหมือนกับที่ผมเคยดูสารคดีเรื่องหนึ่ง ที่ บนเกาะ มีหนูเยอะ เขาเลยแมวไปปล่อย แต่แมวแทนที่จะกินหนู มันดันไปกิน นก -*-

ระบบนิเวศ เสียหมดเลย

joomla's picture

เมื่อเร็วๆ นี้ผมก็ดูแต่จำไม่ได้ว่าปล่อยอะไรเพื่อกินอะไร สิ่งที่พลาดคือ ไม่ได้ศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อนิเวศดั้งเดิม แล้วปล่อยสัตว์อีกชนิดเข้าไปเพื่อให้มันกิน แต่ปรากฏว่าสัต์ชนิดแรกกับชนิดหลังออกมาหากินไม่ตรงกัน อีกตัวออกกลางคืน อีกตัวออกกลางวัน ไม่มีโอกาสได้เจอกัน ผลก็คือ ร้ายเดิมยังมีอยู่ แถมมีร้ายใหม่เพิ่มไปอีก และแพร่พันธุ์ได้เร็วมาก จัดการไม่ได้เลย