งานวิจัยยืนยันแล้ว "เด็กมีพฤติกรรมรุนแรงอย่าโทษเกมส์"

By: terminus
Writer
on Sat, 25/12/2010 - 00:47

ผู้ใหญ่มักคิดว่าเกมส์ที่มีเนื้อหารุนแรงกระตุ้นให้เด็กสมัยนี้ชอบทำอะไรก้าวร้าว รุนแรง ป่าเถื่อน โหดร้าย ฆ่าคน ชิงทรัพย์ ข่มขืน ทำผิดศีลธรรม และอื่นๆ อีกมากมายเท่าที่จะคิดได้ แต่งานวิจัยจาก ดร. Christopher Ferguson จาก Texas A&M International University ได้แสดงให้เห็นว่า เกมส์และสื่อทางโทรทัศน์แทบจะไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กและเยาวชนเลย

ทีมวิจัยของ ดร. Christopher Ferguson ได้ออกทำการสำรวจเด็กและเยาวชนระหว่างอายุ 10-14 ปี ในประเทศเม็กซิโก รวมทั้งหมดจำนวน 302 คน โดยให้เด็กๆ เหล่านี้ผ่านการสัมภาษณ์สองครั้งโดยครั้งที่สองทิ้งห่างจากครั้งแรกเป็นระยะเวลา 12 เดือน คำถามก็จะเกี่ยวกับการเล่นเกมส์, การดูทีวี, ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง, แนวโน้มพฤติกรรมรุนแรง เป็นต้น

ผลพบว่า มีเยาวชน 75% เล่นเกมส์ (รวมหมดเลยไม่ว่าจะเป็นเกมส์คอมพิวเตอร์, คอนโซล ฯลฯ) และ 40% ยอมรับว่าเล่นเกมส์ที่มีเนื้อหารุนแรง แต่เมื่อดูจากพฤติกรรมรุนแรงในระยะเวลา 12 เดือน พบว่ามีเยาวชนเพียงประมาณ 7% เท่านั้นที่แสดงพฤติกรรมรุนแรงออกมา กรณีที่พบได้บ่อยสุดคือการทำร้ายร่างกายและการไถตังค์เด็กคนอื่น และ 19% รายงานว่ามีการกระทำที่ละเมิดกฏแต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรุนแรง คดีที่พบมากสุดคือแอบจิ๊กของในร้านค้าและโรงเรียน

ดร. Christopher Ferguson สรุปว่าการเล่นเกมส์ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าเด็กคนไหนจะมีพฤติกรรมรุนแรงก้าวร้าวในระยะยาว อาการหดหู่ซึมเศร้าต่างหากที่เป็นเครื่องหมายชั้นดีที่จะระบุว่าเด็กคนใดมีแนวโน้มจะเกี่ยวพันกับพฤติกรรมรุนแรงและการละเมิดกฏ

แต่เชื่อเหอะ เดี๋ยวสักพักต้องมีงานวิจัยของคนอื่นออกมาแย้ง แล้วกระทรวงวัฒนธรรมของบางประเทศแถวๆ นี้ก็จะเอามาโหมข่าวเหมือนเดิม (แต่ข่าวเข้าข้างเกมส์แบบนี้พวกเขาไม่อ่านกัน)

ที่มา - PhysOrg

10 Comments

kaskade65's picture

Bobo doll experiment ที่ทำในเด็ก (อายุน้อย)
เด็กก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะครับ

joomla's picture

มีส่วนนะครับ เวลาเล่นเกมส์แล้วอารมณ์มันจะฝังหัว เคยมีข่าวเกรียวกราวมาแล้วที่เด็กเอาปืนไปสาดกระสุนจนคนตายไปหลายคน เกมส์จบแต่อารมณ์ยังไม่จบ

Thaina's picture

นั่นเปนความเชื่อจากการที่สื่อโหมประโคมข่าวครับ
ความจริงคือเครียดเรื่องอื่นมาเท่านั้น
แต่พอผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรู้ว่าเด็กคนนี้ติดเกมด้วย ก็เลยพยายามเล่นจุดนี้ เพื่อปัดความรับผิดชอบของตัวเอง

ถามว่าคดีที่เด็กช่างกลยิงกัน ตีกัน
กับเด็กติดเกมมาทำอะไรแบบนี้
อะไรมากกว่ากัน?
แต่พอออกสื่อ อะไรดังกว่า บ่อยกว่า?

xxxooo's picture

ในที่นี้กล่าวถึง พฤติกรรมรุนแรงในเด็ก ครับ

เด็กเอาปืนไปสาดกระสุนจนคนตายไปหลายคน

ผมมองว่า เด็กคนนั้น มีจิตผิดปกติ ที่ต้องการแสดงความรุนแรงอยู่แล้ว

แล้วไปได้ เกมส์เป็นแรงบันดาลใจ ในพฤติกรรม นั้น

นั่นคือ หากเค้าไม่เลนเกมส์ เค้าก็จะแสดง พฤติกรรม รุนแรงอยู่ดี ต่างกันแค่วิธีการซึ่งอยู่กับตัวเด็กว่าไปได้รับแรงบันดาลใจ มากจากไหน

อาจจะเห็น พ่อค้า หั่น เนื้อหมู แล้วลองเอามีด มาไล่หั่นคนที่แค้น ก็ได้

ในที่นี้เราคงไม่มองว่า พ่อค้าผิด ใช่ หรือ ไม่

นั่นก็คือ อะไรก็สามารถ เป็นแรงบันดาลใจในการก่อความรุนแรงได้ หากเด็กคนนั้นจิตไม่ปรกติ และมี พฤติกรรม ที่อาจจะก่อความรุนแรง

เพราะงั้น งานวิจัยนี้ จึงได้บอกว่า เกมส์ ไม่ได้ก่อให้เกิดการกระตุ้นความรุนแรงในเด็ก แต่อาจกลายเป็นแรงบันดาลใจ(อะไรก็เป็นแรงบันดาลใจได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเกมส์) สำหรับเด็กที่มีพฤติกรรม หรือ สภาพจิตเสี่ยงต่อการก่อความรุนแรง

เราไม่ควร โทษเกมส์ เหมือนที่เราไม่ควรโทษ นักกีฬาชกมวย พ่อค้าขายหมู แม่ค้าขายปลา

gudome's picture

เวลาเราดูหนัง แล้วเราอินมากๆ ส่วนนึงมันเป็นเพราะว่ามันตอบสนองความต้องการส่วนลึกภายในจิตใจของเรา เช่น ดูหนังรักแล้วอิน คือเราอยากมีความรักที่บริสุทธิ์ มีแฟนน่ารักๆ คอยเอาอกเอาใจห่วงหาอาทรกันแบบในหนังบ้าง

การเล่นเกมก็เช่นเดียวกันครับ ในกรณีที่เด็กเอาปืนไปสาดกระสุนที่ว่า ผมว่าตัวเด็กคนนั้นมีปัญหาภายในจิตใจอยู่แล้วครับ จะโทษเกมอย่างเดียวก็ไม่ถูก มันเหมือนคุณโทษมีดที่ใช้ลงมือทำ แทนที่จะโทษฆาตกรนั่นแหละครับ

eigx's picture

โดยส่วนตัวผมค่อนข้างเชื่อว่าเกมไม่ได้มีผลขนาดนั้น แต่จำเป็นต้องมีสภาพแวดล้อม ครอบครัวที่เอื้อต่อความรุนแรงมากๆ หน่อย เด็กถึงจะสร้างความรุนแรงจริงๆ

ยังไงก็ตาม ผลการทดลองชิ้นนี้ รวมถึงข่าวชิ้นนี้(ไม่ได้จะว่าคนแปลนะครับ) ไม่ได้น่าเชื่อถือเท่าไหร่อ่ะ
(พอคิดงั้นผมไปเลย อ่านตัว paper มาคร่าวๆ อะนะครับ แต่ยังไม่ค่อยเชื่ออยุ่ดี)

อย่างแรก ผลการทดลองบอกว่ามีเด็ก 7% จากทั้งหมดที่ทำความรุนแรง ที่จริงมันไม่ได้บอกอะไรเลยนะ มันไม่มีการเปรียบเทียบ มันต้องบอกว่าเด็กที่เล่นเกมและไม่เล่นเกม ความรุนแรงต่างกันเท่าไหร่ ไม่แน่ว่าเด็กที่ไม่เล่มเกมความรุนแรง 1% ขณะนี้คนเล่นเกมรุนแรง 10%

ข้อต่อไป จำนวนคนที่ทำทดลองทั้งหมดประมาณ 300 คนนี้ คือเยอะพอหรือเปล่าที่จะน่าเชื่อถือ

ข้อต่อไป ข่าวนี้เขียนเหมือนจะบอกว่าเกมไม่มีข้อเสียเลย แต่ว่าไอ้ที่บอกว่าทำอาชญากรรมที่ไม่รุนแรง 19% เนี่ย ผมว่ามันเยอะนะ เป็นไปได้เปล่าว่า เกมมีผลทำให้ทำอาชญากรรมที่ไม่รุนแรงอย่างมีนัยสำคัญ

ที่จะต้องขอวิจารณ์ข้อสุดท้ายนั้นก็คือสำหรับ หัวข้อข่าวที่เขียนอย่างมีนัยว่า ยืนยันชัดเจนแล้วว่าเกมไม่มีผลต่อความรุนแรง ทั้งที่จริงควรเขียนแค่ว่า อีกหนึ่งผลการทดลองที่สนับสนุนแนวคิดว่าเกมไม่มีผลต่อความรุนแรง

ยังไงก็ตามก็ขอบคุณคุณ terminus นี้ยังขยันเขียนข่าวมาให้อ่านเสมอครับ

neizod's picture

เรื่องสถิติผมอธิบายได้ไม่ค่อยเก่งนัก ลองตามไปอ่านที่นี่ละกันครับ

สรุปจากลิงก์ด้านบนได้ว่า:
ความเชื่อมั่นที่ XX% หมายถึง สุ่มตัวอย่างมาทดลอง 100 ครั้ง จะมี XX ครั้งที่คลาดเคลื่อนไม่เกิน Y%
ส่วนความคลาดเคลื่อนไม่เกิน Y% หมายถึง ค่าทางสถิติต่างๆ ที่ได้มา จะแตกต่างจากค่าที่เป็นอยู่จริงไม่เกิน Y%

ค่าความเชื่อมั่นที่นิยมใช้กันคือ 95% ส่วนค่าความคลาดเคลื่อนนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการเก็บข้อมูล
ถ้าเอาคลาดเคลื่อนไม่เกิน 1% ประชากร 300 คนต้องใช้ตัวอย่าง 291 คน
คลาดเคลื่อนไม่เกิน 3% ประชากร 400 คนใช้ตัวอย่าง 294 คน
คลาดเคลื่อนไม่เกิน 5% ประชากร 1000 คนใช้ตัวอย่าง 286 คน
และคลาดเคลื่อนไม่เกิน 7% ประชากรมากถึง 50,000 คนใช้ตัวอย่างเพียง 204 คนครับ

tomyum's picture

เรื่องเกมส์ โดยเฉพาะเกมส์ที่เราต้องแก้ปัญหา หรือต้องเอาชีวิตรอดด้วยการใช้ความรุนแรงนั้น เมื่อเราฝึกฝนประสบการณ์นั้นบ่อยๆ จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมคิดว่ามีผลอยู่ไม่น้อยนะครับ บางอย่างมันจะสะท้อนออกมาตอนที่มีอารมณ์โกรธ บางอย่างมันจะถูกกระตุ้นให้ใช้ประสบการณ์ทางออกที่ดึงมาใช้ได้เร็วที่สุดเพื่อที่จะต้องเอาตัวรอด หลายๆเคสที่ไม่เป็นข่าว อาจจะเป็นเพียงเพราะว่า "ปืน" มันไม่ได้อยู่ใกล้มือเท่านั้นเอง...