อดีตไวรัสผู้ต้องหาพ้นผิด พิสูจน์แล้วแค่ปนเปื้อนไม่มีเอี่ยวกับโรค

By: terminus
Writer
on Tue, 21/12/2010 - 22:27

ครั้งหนึ่งในปี 2009 นักวิทยาศาสตร์เคยพบหลักฐานที่โยงว่า ไวรัส XMRV (Xenotropic murine leukemia virus-related virus) เป็นต้วการที่ทำให้เกิดอาการภาวะเหนื่อยล้าเรื้อรัง (chronic fatigue syndrome) หรือที่เรียกเป็นศัพท์เฉพาะว่า myalgic encephalomyelitis แต่งานวิจัยชิ้นล่าสุดชี้ให้เห็นว่าไวรัสผู้ต้องหาตัวนี้เป็นแพะรับบาป มันไม่ได้มีเอี่ยวอะไรกับโรคนี้เลย

ทีมวิจัยซึ่งความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน, มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด, และ Wellcome Trust Sanger Institute ได้ทำการทดสอบความเกี่ยวข้องของไวรัส XMRV กับเซลล์ของผู้ป่วยที่มีอาการภาวะเหนื่อยล้าเรื้อรัง พบว่ามีรหัสพันธุกรรมที่คล้ายกับของไวรัส XMRV อยู่ในเซลล์ที่เพาะเลี้ยงไว้เช่นเดียวกับการทดลองในปี 2009 แต่ว่าทีมวิจัยนี้ได้พิสูจน์ว่ารหัสพันธุกรรมส่วนนั้นเป็นการปนเปื้อนจากห้องปฏิบัติการหรือจากสัตว์ทดลองเท่านั้น ไม่ใช่สาเหตุของโรค

หลักฐานสำคัญก็คือรูปแบบของรหัสพันธุกรรม XMRV ที่พบนั้นมีความหลากหลายน้อยเกินกว่าที่จะเป็นเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายในประชากรของมนุษย์ได้ เพราะถ้าหากมันแพร่กระจายในประชากรจริง ความหลากหลายของพันธุกรรมจะต้องมีมากกว่าที่เจอในงานวิจัยนี้ด้วยสาเหตุจากการกลายพันธุ์และการคัดเลือกตามธรรมชาติ แต่รูปแบบพันธุกรรมของ XMRV ที่เจอมันเหมือนกับมาจากแหล่งเดียวกันและคล้ายกับรูปแบบของ XMRV ที่เจอในจีโนมของหนูทดลองมากกว่า

งานนี้นอกจากโรคอาการภาวะเหนื่อยล้าเรื้อรังแล้ว XMRV อาจจะพ้นข้อกล่าวหาเรื่องการเป็นสาเหตุหนึ่งของมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย เพราะในการทดลองปี 2009 พบ XMRV ในเซลล์ของผู้ป่วยทั้งสองโรคนี้ อย่างไรก็ตามนักวิจัยก็ยังไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ว่า อาการภาวะเหนื่อยล้าเรื้อรังมีสาเหตุจากอะไรกันแน่ บางทีอาจจะเป็นไวรัสก็ได้ แต่เป็นไวรัสชนิดอื่นที่ไม่ใช่ XMRV

เหมือนว่าครั้งนี้จะเป็นบทเรียนของนักชีววิทยาสินะ

ที่มา - Science Daily

3 Comments

mementototem's picture

อ่านหัวข้อแล้วงง น่าจะเป็น "อดีตไวรัสผู้ต้องหากลายเป็นผู้บริสุทธิ์ แค่ปนเปื้อนไม่มีเอี่ยวกับโรค" หรือ "ไวรัส XMRV อดีตผู้ต้องหากลายเป็นผู้บริสุทธิ์ แค่ปนเปื้อนไม่มีเอี่ยวกับโรค"

สรุปคือไวรัสนี้อยู่ในห้องปฏิบัติการอยู่แล้วงั้นเหรอ? ผมนึกว่ามันเป็นที่ปลอดเชื้อเสียอีก

terminus's picture

เออแฮะ อันที่สองฟังดูดีกว่าจริงด้วยแหละครับ

ขอบคุณครับ