ไข่หอยเชอรี่เป็นพิษ

By: terminus
Writer
on Sun, 12/12/2010 - 23:59

หอยเชอรี่ (Golden Apple Snail, Pomacea canaliculata) เป็นสัตว์นำเข้า (imported species) ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวนาในบ้านเราเป็นอันมาก เพราะมันกัดกินต้นข้าว และขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว บางครั้งกินกันจนนาล่มก็มี

มีอย่างหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับไข่ของหอยชนิดนี้ สำหรับสัตว์อื่นๆ ไข่ถือว่าเป็นระยะที่อันตรายเสี่ยงต่อการถูกกินมากที่สุด สัตว์จะมีกลวิธีปกป้องไข่ของตัวเองอย่างดี เช่น วางไปซ่อนไว้ในซอกหลืบ หรือ มีตัวพ่อตัวแม่เฝ้าดูแล (ลองนึกถึงเกม Angry Birds) แต่ลองดูไข่หอยเชอรี่สิ นอกจากหอยตัวแม่จะวางไข่แบบโชว์หราท้าทายผู้ล่าแล้ว สีไข่มันยังจัดจ้านราวกับโฆษณาตัวเอง "มากินฉันสิ" อีกต่างหาก

ในธรรมชาติ พวกชอบโชว์แบบนี้เกือบร้อยทั้งร้อยตัองมีของดีป้องกันตัว ไข่หอยเชอรี่ก็เหมือนกัน เหตุที่มันกล้าได้เพราะว่ามันมีพิษ และไม่ใช่แค่พิษตัวเดียวซะด้วย ไข่หอยเชอรี่ทุกฟองจะมีพิษป้องกันตัวเองถึงสองชั้น!!

ชั้นแรกคือสารที่เคลือบไข่ซึ่งเป็นโปรตีนที่ชื่อว่า PV2 มีรายงานว่าสารนี้มีฤทธิ์ทำลายไขสันหลังของหนูทดลอง ทำให้หนูอ่อนแรง กะปลกกะเปลี้ย หากได้รับปริมาณสูง หนูอาจถึงตายได้ แต่ว่า PV2 เป็นสารที่ออกฤทธิ์ค่อนข้างช้า ไข่หอยจึงต้องมีอาวุธป้องกันเสริมอีกชั้น เพื่อป้องกันไม่ได้ผู้ล่าที่หิวโซเขมือบไข่ไปจนเกลี้ยงก่อนที่ PV2 จะออกฤทธิ์

อาวุธชั้นที่สองก็คือสีชมพู-แดงๆ ของมันนั่นเอง สีนี้ได้มาจากโปรตีนที่ชื่อว่า Ovorubin ในตอนแรกนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า Ovorubin ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ไข่โดดแดดเผาจนแห้งตายและป้องกันเชื้อโรค แต่เมื่อเร็วๆ นี้ ทีมวิจัยที่นำโดย Horacio Heras แห่ง National University of La Plata ได้ทดสอบพบว่า Ovorubin ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อเชื้อแบคทีเรียเลย

ทีมนักวิจัยนี้เลยทำการทดลองป้อน Ovorubin ให้หนูทดลอง พบว่าหนูที่ได้รับ Ovorubin จะโตช้ากว่าปกติ และเมื่อนำ Ovorubin ไปวิเคราะห์ทางเคมีก็พบว่ามันมีคุณสมบัติเป็น "ตัวยับยั้งเอนไซม์ย่อยโปรตีน" นั่นหมายความว่าตัวอะไรก็ตามที่กินไข่ของหอยเชอรี่เข้าไปจะไม่สามารถย่อยอาหารพวกโปรตีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลองนึกถึงอาการท้องอืดเพราะอาหารไม่ย่อยดู คุณยังจะเขมือบหมูกระทะต่อได้มั้ย ผู้ล่าที่กินไข่หอยก็เจออาการเดียวกัน (แถมพอ PV2 ออกฤทธิ์ยังอาจเกือบตายได้ด้วย) ดังนั้นแทบจะรับประกันได้เลยว่าไม่ว่าจะเจอผู้ล่าหิวจัดขนาดไหน ไข่หอยเชอรี่ก็จะเหลือรอดแน่นอน

แต่อย่านึกว่าไข่หอยเชอรี่จะไร้เทียมทานไม่มีตัวอะไรมาเขมือบมันได้นะครับ เพราะมีรายงานว่ามดคันไฟ Solenopsis geminata สามารถกินไข่หอยเชอรี่เป็นอาหารได้ (ผมทำมดคันไฟชนิดนี้เป็นโปรเจ็กต์ตอนปริญญาตรีด้วย แต่ไม่ได้ทำเรื่องกินไข่หอย ;P อยากจะบอกว่ามดคันไฟตัวนี้ก็เป็น Imported species ในประเทศไทยเหมือนกัน)

ที่มา - New Scientist

เผื่อใครไม่รู้จัก ไข่หอยเชอรี่มีหน้าตาแบบในรูปนี้นะครับ (ที่มาภาพ: วิกิพีเดีย เครดิตเจ้าของภาพ: Shan Lv, National Institute of Parasitic Diseases)


ป.ล. ในที่มาเรียกชื่อสามัญของหอยชนิดนี้ว่าเป็น Channeled apple snail แต่ว่าชื่อวิทยาศาสตร์นั้นตรงกับ Golden apple snail ที่ระบาดในบ้านเรา ผมจึงคิดว่าเป็นตัวเดียวกันแต่มีสองชื่อเรียก อันนี้ต้องรอนักสังขวิทยา (Malacologist) มายืนยัน

ป.ล. อีกรอบ ในที่มาบอกว่าหอยชนิดนี้ใช้เวลาผสมพันธุ์กันถึง 12-20 ชั่วโมง! จนตัวเมียได้รับน้ำเชื้อมากพอ :o โห อะไรมันจะอึดขนาดนั้น

16 Comments

terminus's picture

ใช่เลย ผมก็ชอบนะ เป็นหอยชนิดเดียวที่ผมกินได้ วิธีการควบคุมหอยของไทยนี่ ฝรั่งตะลึงมากๆ

อะไรมีปัญหาขยายพันธุ์เยอะนัก คนไทยจับกินหมด

mementototem's picture

ผมไม่กล้ากินหอยนี่แฮะ เหอะ ๆ แถวบ้านผม (สงขลา) มีไม่เยอะ (ตอนนี้เยอะแล้วมั้ง) แล้วเขาไม่ค่อยกินกัน

ทำไมเขาถึงนำมันเข้ามาครับ? มันมีประโยชน์อะไร สวยงาม? - -!

ปล. สีสันสดใสเตือนให้รู้ว่าอันตราย

polaromonas's picture

หอยเชอร์รี่ถูกนำเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนโปรตีนของคนชนบทครับ (ผมจำไม่ได้ว่าเอาเข้ามาสมัยไหน แต่เหตุผลนี้ใช่แน่ๆ)

ผมเคยเห็นโครงงานวิทย์ของรร.ที่เพชรบุรีเอาหอยเชอร์รี่มาทำเป็นน้ำปลาที่มีโปรตีนสูงกว่าทำจากปลากระตัก แถมยังกำจัดศัตรูของชาวนาได้ด้วย

mr.k's picture

หอยเชอรี่ เดิมเป็นหอยน้ำจืดที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำทวีปอเมริกาใต้ ในประเทศไทยนำเข้ามาครั้งแรกจากประเทศญี่ปุ่นและไต้หวัน ในฐานะของหอยที่กำจัดตะไคร่น้ำและเศษอาหารในตู้ปลา ซึ่งนิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายราวก่อนปี พ.ศ. 2530 ต่อมาได้มีผู้คิดจะเลี้ยงเพาะขยายพันธุ์เป็นสัตว์เศรษฐกิจเพื่อการบริโภค แต่ทว่าไม่ได้รับความนิยมจึงปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ จนกลายเป็นปัญหาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นในปัจจุบัน[1]

terminus's picture

จริงๆ ผมจงใจใช้คำว่า imported species ในความหมายทางชีววิทยาอะครับ หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ แต่ถูกมนุษย์นำเข้าไป การนำเข้าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้ บางทีก็เรียก introduced species, non-native species, alien species, exotic species ไม่ได้นึกถึงว่ามันเป็นสัตว์ที่จะจงใจเอาเข้ามาหรอก ตอนเขียนรายงานส่งอาจารย์ ผมก็ใช้คำพวกนี้แทนกันมั่วไปหมด

ความจริงผมน่าจะใช้คำว่า introduced มากกว่าเนอะ แต่ imported มันโผล่ขึ้นในหัวก่อน

พอดี ข้างบนเค้ามาช่วยเสริมให้ ผมเลยสบายตัวไป (ขอบใจนะ ไผ่)

polaromonas's picture

ไม่เคยเห็นเค้ากินเลยว่ะเอก เค้าเอาไปทำอะไรกินเหรอ? (อยากจะนึกให้เป็นเมนูเดียวกับ Escargot แต่ไม่เคยเห็นจริงๆ หรือว่าเค้ากินกันแบบหอยขม หอยจุ๊บหว่า?)

tekkasit's picture

เค้ามีขายครับ เนื้อหอยต้มสุก โลละ 60-80 บาทนี่แหล่ะ เนื้อแน่น แต่คาวหน่อย เหมาะไปยำ

เห็นในรายการโทรทัศน์ กินอยู่คือ เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อน เจาะเรื่องหอยเชอรรี่อย่างเดียว

terminus's picture

แม่เคยซื้อมาผัดให้กิน นานแล้วหลายปี ตอนนั้นโลละ 30

-Rookies-'s picture

กินส้มตำคราวหน้า สั่ง "ตำป่า" ท่านอาจได้ลิ้มลองครับ (หอยที่เขานิยมใส่ตำป่า มีสองชนิด ชนิดหนึ่งคือหอยเชอรี่ อีกชนิดผมจำชื่อไม่ได้แล้วครับ)

Nozomi's picture

ถ้าไม่ขึ้นชื่อโปรเจ็กตอนจบ ปตรี นี่ไม่รู้เลยนะว่าใคร
เว็บนี้ไบโอรุ่นเราเล่นกันเยอะนะเนี่ย ...

terminus's picture

อันนี้ ครายเนี่ย ทักเหมือนควรจะรู้จักกัน