รางวัลโนเบลทำพิษ นักฟิสิกส์เปิดฉากฉะกันนัว

By: terminus
Writer
on Sat, 20/11/2010 - 02:40

รู้สึกว่าพักหลังๆ นี้ผลประกาศรางวัลโนเบลจะเป็นเรื่องเป็นราวกันให้นินทากันสนุกปากดีจริงๆ คราวปีที่แล้ว (2009) ที่ บารัค โอบามา ได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไปแบบขัดสายตาชาวโลกนั่นก็รับคำติคำชมกันไปจุกรอบวง (คำชมไม่เท่าไร แต่เสียงคำตินี่ดังข้ามปี)

มาปี 2010 นี้ เรื่องสนุกกลับมาจากทางฝั่งของรางวัลสาขาฟิสิกส์ ซึ่งผู้ได้รับรางวัลคือ Andre Geim กับ Konstantin Novoselov จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร ในฐานะผู้สร้างความก้าวหน้าในการศึกษาวิจัยกราฟีน (graphene) ใครอยากรู้จักกราฟีนเพิ่มเติมก็ไปหาอ่านที่อื่นเอาเอง ในตอนนี้เราไม่สน เราจะสนแต่เรื่องคนตีกัน

คณะกรรมการรางวัลโนเบลใช้อะไรเป็นเกณฑ์ตัดสินนั้นเป็นเรื่องที่คงไม่มีใครทราบ แต่ที่แน่ๆ มีนักวิทยาศาสตร์ในวงการกราฟีนไม่พอใจกับผลการประกาศนี้หลายคน หัวหอกที่ลุกขึ้นมาวิจารณ์คณะกรรมการในเรื่องนี้ คือ Walt de Heer แห่ง Georgia Institute of Technology จนถึงกับร่อนจดหมายไปถึงคณะกรรมการรางวัลโนเบลเลย เนื้อความในจดหมายชี้ข้อผิดพลาดที่ปรากฏในเอกสารประกอบผลประกาศไว้หลายจุดด้วยกัน ลองไปอ่านฉบับเต็มได้จาก www.gatech.edu/graphene/

ในจดหมายอาจจะเป็นเรื่องทางวิชาการล้วนๆ ไม่มีอารมณ์เท่าไร แต่เวลาให้สัมภาษณ์นักข่าวนี่ De Heer ปล่อยเต็มที่เลย มีประโยคหนึ่งถึงกับบอกว่า "คณะกรรมการรางวัลโนเบลไม่ได้ทำการบ้านมา"

The Nobel Prize committee did not do its homework.

อย่านึกว่า Geim จะอยู่เฉย พี่แกก็ออกมาสวนกลับเหมือนกัน หาว่า De Heer เป็นพวกอยากดัง เลยออกมาหาเรื่องโจมตีคณะกรรมการรางวัลโนเบลให้เป็นข่าว อูย แรงได้อีก

If he complains about Stockholm, some people might start thinking that he contributed something important.

เรื่องนี้ก็อาจจะมีมูลเหมือนกันนะ เพราะตัว De Heer เองก็จดสิทธิบัตรการใช้กราฟีนในงานอิเล็กทรอนิกส์ไว้หลายตัวเหมือนกัน ใครว่าเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนลึกลับซ่อนเงื่อนพิสดารมีแต่เฉพาะในแวดวงการเมือง วงการนักวิทยาศาสตร์ก็ไม่น้อยหน้าเหมือนกัน

ประเด็นหลักๆ เลยที่คณะกรรมการรางวัลโนเบลถูกโจมตีก็คือ เรื่องการให้ความสำคัญกับผลงานตีพิมพ์ของ Andre Geim กับ Konstantin Novoselov ในปี 2004 มากจนเกินไป เช่น รูป Figure 3 ในเอกสารที่เอามาจากผลงานตีพิมพ์ปี 2004 แล้วบอกว่าได้มาจากกราฟีนที่เป็นชั้นของอะตอมคาร์บอนชั้นเดียว จริงๆ แล้วรูปข้อมูลที่ได้มาจากชั้นของกราฟีนที่เรียงซ้อนกันหลายชั้น หรือ few-layer graphene (FLG) หรืออีกชื่อที่รู้จักกันดีคือ กราไฟท์ (graphite) แต่เรื่องนี้ Geim เจ้าของรางวัลก็ออกมาชี้แจงว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะยังไงซะทีมของเขาก็ได้รายงานผลคล้ายกันนี้ในปี 2005 จากการทดลองกับกราฟีนชั้นเดียวไปแล้ว

เรื่องยังไม่จบ เพราะในเอกสารประกอบผลประกาศนั้นยังมีอีกรูปที่หลายคนยังข้องใจอยู่ คือ Figure 4 ซึ่งมีรูปสองรูป รูปหนึ่งทางซ้ายเป็นของ Novoselov กับ Geim อันนี้ไม่มีใครติดใจ แต่รูปทางขวามันเป็นผลงานของนักฟิสิกส์อีกคน แต่คำบรรยายใต้ภาพดันอ้างถึงงานของ Novoselov กับ Geim สองครั้ง ชี้นำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าทั้งสองรูปมาจากงานของทั้งสองคนเท่านั้น

นักฟิสิกส์ที่โดนพาดพิงในรูป Figure 4 คือ Philip Kim แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ซึ่งถ้านับกันตามเนื้อผ้า ผลงานของ Kim ในปี 2005 นี้มีความสำคัญสูสีกับผลงานของ Novoselov กับ Geim ในปีเดียวกันเลย แม้แต่ตัว Geim เองยังยอมรับ ถึงกับออกปากว่ายินดีที่จะรับรางวัลร่วมกันกับ Kim ด้วยซ้ำ อย่างไรก็ดี Kim กลับยอมรับผลการตัดสินของคณะกรรมการรางวัลโนเบล ไม่ออกมาโต้เถียงอะไร (โห! พระเอกมากๆ ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่สนใจ เพราะเราจะดูคนตีกัน)

และเรื่องที่ฉาวที่สุดในเอกสารนั้นก็คือ การที่บอกว่างานของ Novoselov กับ Geim ในปี 2004 ดุจดังดวงประทีปชี้ทางสว่างให้กับงานเกี่ยวกับกราฟีนซึ่งก่อนหน้านี้เคยคิดว่าไม่สามารถแยกออกมาได้และเป็นสารที่ไม่เสถียร ในจุดนี้มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนเข้าข้าง De Heer กระโดดเข้ามาคลุกวงใน ตัวอย่างเช่น Paul McEuen แห่ง Cornell University in Ithaca ก็ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างนี้ McEuen ยืนยันว่ากราฟีนมันสร้างได้ก่อนปี 2004 แน่ๆ และนักวิจัยหลายกลุ่มก็มีผลงานอุทิศให้กับเรื่องนี้มากมาย ผลงาน Novoselov กับ Geim ในปี 2004 ไม่ได้ดีเลิศเลออะไรขนาดนั้น ถ้าจะให้ความดีความชอบก็ควรจะให้กับผลงานของ Novoselov กับ Geim ในปี 2005 และผลงานของ Kim ในปีเดียวกันมากกว่า แบบนั้นยังพอจะฟังขึ้น

เมื่อโดนวิจารณ์หนักเข้า Novoselov กับ Geim เจ้าของรางวัล และ Ingemar Lundström กรรมการรางวัลโนเบล ก็ออกมาขานรับเป็นเสียงเดียวกัน ยืนยันในจุดยืนเดิมว่างานของ Novoselov กับ Geim ในปี 2004 มีความสำคัญจริงๆ ก่อนหน้านั้นแม้จะพอมีนักวิทยาศาสต์เชื่อว่ากราฟีนทำได้อยู่บ้าง แต่ก็มีปริมาณน้อยมากๆ แต่หลังจากที่ผลงานปี 2004 ตีพิมพ์ นักวิทยาศาสตร์หลายคนจึงได้หันความสนใจมาศึกษากราฟีนกันมากขึ้น ดูได้จากจำนวนการอ้างอิงถึง 3,357 ครั้ง (ตัวเลขจาก Web of Knowledge citation index)

ตอนนี้กระแสของฝ่ายที่เห็นด้วยและฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับผลรางวัลก็ยังคงปะทุอยู่เนืองๆ ผ่านสื่อข่าววิทยาศาสตร์ เอกสารประกอบผลรางวัลที่ว่าก็ได้รับการแก้ไขแล้วในบางจุด แต่ส่วนใหญ่จะแก้เรื่องการตกหล่นชื่ออ้างอิงเสียมากกว่า ประเด็นร้อนหลักๆ ยังอยู่แทบจะครบถ้วน

รอดูวันที่ 10 ธันวาคม ปี 2010 นี้ ว่าจะมีม็อบนักฟิสิกส์ไปปิด Stockholm Concert Hall มั้ย? ว่าแต่นักฟิสิกส์นี่เขาใช้สีอะไรกันอะ :P

ที่มา Scientific American

8 Comments

hisoft's picture
  • ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่สนใจ เพราะเราจะดูคนตีกัน

O_o 555+

The Phantom Thief

kimminwoo's picture

ดราม่ามาก =_=
ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ได้

godhao's picture

ดริฟท์ๆๆๆๆๆ ใครดริฟท์บ้างไม่รู้ เราขอยืนดูอย่างเดียว 555