จากหมาเปียกน้ำสู่เครื่องซักผ้า

By: terminus
Writer
on Mon, 15/11/2010 - 20:25

เมื่อวานหลังจากผมเขียนข่าวแมวน้ำกินได้ เอ๊ย ข่าวแมวกินน้ำ ก็มีสมาคมคนรักหมาโทรมาต่อว่าต่อขานผมมากมายที่สร้างสองมาตรฐานในวงการสัตว์เลี้ยง มีบางคนขู่จะยึดทำเนียบ server ของ JuSci เราด้วย จนผมต้องตะลีตะลานไปหาข่าวหมามาเขียนบ้าง

^ข้อความข้างบนนี้ไร้สาระโดยสิ้นเชิง

เมื่อวานผมเขียนข่าวแมวๆ ไปแล้ว วันนี้ขอข่าวหมาๆ บ้างแล้วกัน คราวนี้ก็เกี่ยวกับน้ำและของเหลวเช่นเคย แต่ไม่ใช่เรื่องกินน้ำเหมือนเดิมแล้ว เป็นเรื่องของการสะบัดน้ำออกจากขนแทน

เคยทราบกันหรือเปล่าว่าหลักการของถังปั่นแห้งในเครื่องซักผ้าหลังบ้านเรามีที่มาจากการสะบัดน้ำออกจากตัวของหมาน้อยธรรมดาๆ นี่เอง สิ่งที่มีให้เราเห็นในชีวิตประจำวันนี่แหละสร้างความพิศวงให้กับนักวิทยาศาสตร์มานักต่อนักแล้ว

และเชื่อหรือไม่ แม้ว่าเราจะลอกเอาหลักการนี้มาใช้ตั้งนานแล้ว จนถึงป่านนี้นักฟิสิกส์ยังหาสมการทางคณิตศาสตร์มาอธิบายหลักการสะบัดน้ำออกจากขนหมาแบบเป๊ะๆ ไม่ได้เลย ทำได้แต่เพียงคร่าวๆ เท่านั้น ขนาดว่าสมการคร่าวๆ ที่มีนี้ยังประกอบด้วยตัวแปรมากมายจนเกือบจะหาทางแก้กันไม่ได้

จริงๆ การสะบัดขนเปียกน้ำแบบที่สุนัขใช้เป็นลักษณะที่พบได้ทั่วไปในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขน (แมวก็น่าจะทำแบบเดียวกันมั้ง) ด้วยความสนใจ David Hu และเพื่อนนักฟิสิกส์ของเขาจึงได้ทำการถ่ายวิดีโอการสะบัดขนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดต่างๆ ด้วยกล้องวิดีโอความเร็วสูงและกล้องรังสี X-ray เพื่อที่จะดูการเคลื่อนไหวทั้งข้างนอกและข้างในร่างกายขณะที่สัตว์สะบัดตัว

จากผลที่ได้ พวกเขาพบว่าขณะที่สัตว์สะบัดตัว ทั้งส่วนหัว, ลำตัว, และผิวหนังจะเคลื่อนที่หมดเลย โดยการหมุนจะเริ่มจากส่วนหัว จากนั้นคลื่นที่เกิดจากการสะบัดหัวก็จะส่งผ่านพลังงานต่อไปยังส่วนลำตัว หากยังแรงไม่พอ สัตว์ก็จะหมุนส่วนหัวเพิ่มเพื่อให้คลื่นมีแอมพลิจูด (Amplitude) สูงขึ้น ส่งผลให้ทั้งตัวหมุนแรงและเร็วขึ้นอีก

ใครที่ยังไม่สะใจเพราะอ่านอย่างเดียวไม่เห็นภาพ อย่าเพิ่งเอาน้ำไปราดหมาหน้าบ้านนะครับ ลองดูวิดีโอกันตรงนี้ดีกว่าว่าถ้ากรอภาพตอนเจ้าตูบสะบัดน้ำแบบช้าๆ แล้วมันจะเป็นอย่างไร

ในขณะที่ระยะทางสะบัดของหัวและร่างกายถูกจำกัดด้วยโครงสร้างของโครงกระดูก ผิวหนังซึ่งโดยปกติจะมีลักษณะหย่อนยานอยู่แล้วจะรับแรงจากการหมุนและสะบัดต่อไปได้ระยะทางที่ไกลกว่าด้วยความเร่งที่สูงกว่า (ลองสังเกตหนังหน้าของบูลด็อกในวิดีโอข้างบน ผมเข้าใจว่าช่างวิดีโอของ Discovery เลือกหมาหน้าย่นมาก็ด้วยเหตุนี้) ตรงนี้เองที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างแรงสะบัดน้ำออกจากขน สังเกตได้ว่าสัตว์ที่มีขนปุยๆ ยาวๆ จะมีผิวหนังหย่อนๆ ย่นๆ ทุกตัว

นอกจากนี้ทีมของ David Hu ยังค้นพบด้วยว่าสัตว์ที่ตัวเล็กกว่าจะต้องสะบัดตัวด้วยความเร็วที่สูงกว่าสัตว์ขนาดใหญ่ สัตว์ที่ตัวเล็กมากๆ อาจจะต้องสะบัดให้ถึงความเร่ง 20g กันเลยทีเดียว (g หมายถึงแรงโน้มถ่วงของโลกที่ระดับน้ำทะเล มีค่าประมาณ 9.8 m/s^2) ส่วนสัตว์ตัวใหญ่ๆ แบบหมีหรือสุนัขพันธุ์โตๆ จะสะบัดที่ความเร็วประมาณ 4 รอบต่อวินาทีขึ้นไป

นักวิทยาศาสตร์ยังตั้งสมมติฐานต่อไปอีกว่ารูปร่างของขนก็มีส่วนสำคัญด้วย ขนที่มีปลายเรียวแหลมจะสามารถสะบัดน้ำออกได้ง่ายกว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำเป็นต้องมีวิวัฒนาการที่ทำให้ตัวแห้งได้เร็วที่สุด เนื่องจากในธรรมชาติ ขนที่แห้งจะช่วยกักเก็บความอบอุ่นในร่างกายได้มากกว่า หากขนเปียกนานเกินไป สัตว์อาจจะถึงกับตายได้จากอากาศที่หนาวเย็น

ว้าว! เพิ่งรู้ว่าเรื่องตัวเปียกตัวแห้งมันจะคอขาดบาดตายได้เยี่ยงนี้

ที่มา Discovery News

คำเตือน: เนื่องด้วยจากการติดตามข่าวแมวกินน้ำเมื่อวาน ผมสืบทราบมาว่ามีหลายท่านพยายามเอาท่าแมวกินน้ำไปปฏิบัติตาม ซึ่งนั่นก็อาจจะไม่อันตรายเท่าไร แต่สำหรับท่าหมาสะบัดขนนี้ กรุณาอย่าลอกเลียนแบบ หากกระดูกกระเดี้ยวท่านหลุดไป เราไม่รู้จะรับผิดชอบยังไงดี (ก่อนจะได้อ่านบรรทัดนี้ มีใครทำตามไปแล้วบ้าง ยกมือขึ้น)

5 Comments

Thaina's picture

ปกติก็ทำบ้างครับ โดยเฉพาะหน้าหนาว :D

ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าในข่าวนี้นี่มันเรื่องออกจะปกติมากเลยนะ (ทั้งเรื่องหนังหลวมๆ สะบัดแล้วจะมีแรงเหวี่ยงมาก ทั้งเรื่องที่สัตว์มีขนต้องจัดการกับน้ำเวลาเปียก)
หรือเพราะผมเปนหมาเลยรู้สึกว่าปกติหว่า XD

hisoft's picture

เว็บนี้มีสีสันขึ้นเยอะเลย ข่าวเพียบ ^^

The Phantom Thief

kaskade65's picture

ข่าวถัดไป นักวิทยาศาสตร์นำสุนัขไปติดตั้งลงถังซักผ้า :p

Kizz's picture

อ่านแล้วได้ความรู้
แต่ดูคลิปหมาหน้าย่น ได้ความฮาแทน
555+