จับตา 10 นวัตกรรมทางการแพทย์ในปี 2011

By: pawinpawin
Writer
on Sat, 06/11/2010 - 16:17

Cleveland Clinic ได้ทำการสำรวจบุคลากรทางการแพทย์ในสาขาต่างๆ และรวบรวม 10 อันดับนวัตกรรมทางการแพทย์ที่จะมีผลต่อชีวิตของเราในปีหน้าครับ 10 อันดับดังกล่าวมีดังนี้

  1. การตรวจค้นหาโรคอัลไซเมอร์ การฉีดสาร AV-45 ซึ่งเป็นสารรังสีที่จะสามารถจับกับ Beta-myeloid Plaque ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคอัลไซเมอร์ และสามารถทำ PET-Scan ได้ว่าสมองนั้นมีโอกาสเกิดอัลไซเมอร์ได้ (ซึ่งในปัจจุบันการบอกว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์ชัวร์ๆ นั้นยังต้องรอการยืนยันด้วยการตัดเนื้อสมองไปดูหลังตายเท่านั้นครับ)
  2. ยา Anti-CTLA-4 (ipilimumab) ในการรักษามะเร็งผิวหนัง melanoma โดยยาดังกล่าวนั้นจะไปจับกับ CTLA-4 (cytotoxic T-Lymphocyte associated antigen 4) ซึ่งทำให้ T Cell ทำงานได้ดีขึ้นในผู้ป่วยโรคดังกล่าว
  3. การใช้วัคซีนรักษามะเร็ง วัคซีน sipuleucel-T นั้นสามารถกระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันมาต่อต้านตัวโรคมะเร็งต่อมลูกหมากที่กำลังเป็นอยู่ได้ (ซึ่งแตกต่างจากการให้วัคซีนปกติที่ให้ในคนที่ไม่เป็นโรค) และอัตราตายในสี่เดือนไปกว่า 24%

  4. ผลจากการศึกษา JUPITER ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนที่สุขภาพแข็งแรง ปริมาณไขมันชนิด LDL ไม่สูงเกินเกณฑ์แต่มีปริมาณ CRP สูงอาจจะจำเป็นต้องกินยาลดไขมันในกลุ่ม statin เพื่อลดอุบัติการของการเกิดโรคหัวใจ

  5. ยา Protease Inhibitor สำหรับผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบชนิด C ซึ่งได้แก่ยา telaprevir และ boceprevir โดยการเพิ่มยานี้เข้าไปในการรักษาแบบเดิมนั้นช่วยลดปริมาณไวรัสได้มากกว่า
  6. การเฝ้าระวังโรคหัวใจล้มเหลวระยะไกล ซึ่งทำโดยการฝังหรือใส่เครื่องวัดสัญญาณต่างๆ เช่นความดันของหลอดเลือด Pulmonary Artery ไว้ในตัวผู้ป่วย และส่งสัญญาณผ่านระบบไร้สายไปยังแพทย์
  7. การผ่าตัดกระเพาะเพื่อช่วยการลดน้ำหนักผ่านทางปาก (Transoral Gastroplasty - TOGA) ซึ่งทำการลดขนาดของกระเพาะด้วยการส่องกล้องเข้าไปทางปากแล้วไปเย็บกระเพาะให้เล็กลง โดยการผ่าตัดวิธีนี้ทำให้ไม่มีแผลที่หน้าท้องเลยเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบส่องกล้องธรรมดา
  8. การตรวจหา Nitric Oxide ในผู้ป่วยโรคหอบหืด โดยปริมาณของ NO ในลมหายใจออกนั้นจะสามารถบอกถึงความรุนแรงของตัวโรคในปอด และทำให้สามารถประเมินและปรับยาได้แม่นยำขึ้น
  9. ยารุ่นใหม่สำหรับโรค Multiple Sclerosis ซึ่งก็คือ fingolimod ที่ช่วยลดอาการของผู้ป่วยด้วยการป้องกันไม่ให้ T Cell เข้าสู่เนื้อเยื่อของระบบประสาทไปทำลายเยื่อหุ้มผิวประสาท (Myelin Sheath)
  10. การใช้แคปซูลติดกล้อง (Capsule Endoscopy) ในการตรวจโรคระบบทางเดินอาหารในเด็ก ซึ่งทำได้ง่ายกว่าการส่องกล้องด้วยวิธีใส่กล้องไปในทางเดินอาหารตามปกติ

ที่มา: Cleveland Clinic via MedGadget