mementototem's blog

สาเหตุที่คนแพ้แมวมากกว่าสุนัข

By: mementototem
Writer
on Mon, 30/07/2012 - 16:48
Topics: 

จากผลสำรวจของ American College of Allergy, Asthama and Immunology มีคนประมาณ 10% ที่มีอาการแพ้สัตว์เลี้ยง และมีคนที่แพ้แมวมากเป็น 2 เท่าของสุนัข และสำหรับเด็กอายุ 6 - 19 ปี มีเด็กประมาณ 1 ใน 7 ที่แพ้แมว

ความจริงแล้ว ไม่ใช่ขนแมวที่ทำให้เกิดอาการแพ้น้ำตาไหล คนที่แพ้แมวเกือบทั้งหมด แพ้โปรตีน Fel d 1 ที่อยู่ในผิวหนังของแมว และแมวตัวผู้ โดยเฉพาะแมวที่ไม่ถูกตอน จะผลิต Fel d 1 มากกว่าแมวตัวเมีย อันเป็นผลมาจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน

ทำไมสุนัขถึงไล่จับแสงเลเซอร์

By: mementototem
Writer
on Sun, 29/07/2012 - 15:15

คุณอาจจะรู้สึกขำเวลาเห็นสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข หรือแมว วิ่งไล่จับแสงเลเซอร์ แต่สัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขมันไม่ได้รู้สึกสนุกด้วยเลย มันกลับรู้สึกมึนงงสับสน เพราะมันไม่สามารถจับกลุ่มโฟตอนเหล่านั้นได้

ยาลดความอ้วนชนิดใหม่ที่ให้ผลยั่งยืน

By: mementototem
Writer
on Sat, 28/07/2012 - 20:55

เกือบทุกคนที่เป็นโรคอ้วน อยากผอม แต่ไม่อยากออกกำลังกาย และต้องการที่จะกินอาหารที่ชอบเหมือนเดิม ซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์แล้ว มันยังพอมีทางอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ในหนูทดลอง...

สำหรับคนที่เป็นโรคอ้วน สมองจะมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนเลปติน (leptin) ลดลง สมองจึงคิดไปเองว่า ยังสะสมไขมันไว้เป็นพลังงานสำรองไม่เพียงพอ ทั้ง ๆ ที่ร่างกายมีไขมันเกินความจำเป็นมาก เลยทำให้ยังรู้สึกหิว แล้วก็อยากกินอาหารเพิ่มอีก

อุปกรณ์วาด เขียน โดยใช้การเคลื่อนไหวของลูกตา

By: mementototem
Writer
on Fri, 27/07/2012 - 22:31
Topics: 

Jean Lorenceau แห่งมหาวิทยาลัยปีแอร์และมารี กูรี ที่ปารีส ได้สร้างอุปกรณ์สำหรับให้คนที่พิการไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ให้สามารถเขียนตัวอักษร หรือวาดภาพลงบนจอคอมพิวเตอร์ โดยใช้กล้องติดศีรษะจับภาพการเคลื่อนไหวของลูกตา

แม้จะฟังดูเหมือนเรื่องง่าย ๆ แต่การควบคุมให้ลูกตาเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะลูกตาเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา การเคลื่อนไหวของลูกตาที่นุ่มนวลในชีวิตประจำวันนั้น เกิดขึ้นเฉพาะตอนที่เรากำลังมองตามวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่เท่านั้น

นาฬิกาชีวภาพควบคุมการทำงานของเซลล์ผิวหนัง

By: mementototem
Writer
on Thu, 26/07/2012 - 22:56
Topics: 

ทีมของศาสตราจารย์ Achim Kramer มหาวิทยาลัย Charité ที่เบอร์ลิน และด๊อกเตอร์ Thomas Blatt แห่งศูนย์วิจัยด้านผิวหนังที่ฮัมบูร์กได้นำตัวอย่างเซลล์เคราติโนซัยท์ (keratinocyte) จากผิวหนังชั้นนอกสุดของวัยรุ่นที่มีสุขภาพดีมาทดสอบตามช่วงเวลาต่าง ๆ โดยการวิเคราะห์ยีนจำนวนมากในเซลล์เคราติโนซัยท์ และพบว่าการเปลี่ยนแปลงของช่วงเวลา (หรือที่นิยมเรียกกันว่า นาฬิกาชีวภาพ) มีผลต่อการทำงานของ Krüppel-like-factor (Klf9) ซึ่งทำให้การสร้าง และซ่อมแซมเซลล์ของผิวหนังเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

เมื่อทีมนักวิจัยได้ลดการทำงานของ Klf9 ลง เซลล์เคราติโนซัยท์ที่เพาะเลี้ยงไว้จะเจริญเติบโต (แบ่งตัว) ได้เร็วขึ้น แต่พอเพิ่มการทำงานของ Klf9 ขึ้น เซลล์กลับแบ่งตัวได้ช้าลง และในขณะเดียวกันก็พบว่า ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียดอย่าง cortisol และโรคผิวหนังอย่างสะเก็ดเงิน (psoriasis) สามารถควบคุมการทำงานของ Klf9 ได้ด้วย

ทีมนักวิจัยเชื่อว่า หากสามารถเข้าใจกระบวนการเหล่านี้ได้มากขึ้น อาจจะสามารถให้ยารักษาตามช่วงเวลาของวัน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด แต่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุดได้

งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ใน PNAS DOI:10.1073/pnas.1118641109

ที่มา: MedicalXpress

การฝึกสมาธิช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยว และการอักเสบในผู้สูงอายุ

By: mementototem
Writer
on Wed, 25/07/2012 - 15:17

สำหรับผู้สูงอายุแล้ว ความรู้สึกโดดเดี่ยวเป็นสาเหตุหลักของปัญหาสุขภาพไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอัลไซเมอร์ และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตด้วย ถึงแม้จะมีการใช้ social network ในการสร้างปฏิสัมพันธ์ในหมู่ผู้สูงอายุ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร

แต่มีงานวิจัยที่ทำโดยมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon ได้แสดงหลักฐานแรกที่ว่า การฝึกสมาธิ (การจิตให้จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแน่วแน่) สามารถช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยว และช่วยลดอาการอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหลายชนิดได้

ทีมนักวิจัยได้เปิดรับอาสาสมัครอายุ 55 - 85 ปี จำนวน 40 คน ที่มีสุขภาพดี และสนใจที่จะเรียนรู้การฝึกสมาธิ โดยทุกคนจะได้รับการประเมินระดับความโดดเดี่ยว รวมทั้งเก็บตัวอย่างเลือดทั้งก่อน และหลังการศึกษา

อาสาสมัครละคนจะถูกสุ่มว่า จะได้รับการฝึกสมาธิเพื่อลดความเครียด (Mindfulness-Based Stress Reduction - MBSR) เป็นเวลา 8 สัปดาห์หรือไม่ ซึ่งในหลักสูตรจะประกอบไปด้วย การพบปะพูดคุยกันเป็นเวลา 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อแนะนำเทคนิคการรับรู้ความรู้สึก การเอาใจจดจ่อกับอารมณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน และการติดตามลมหายใจ (อานาปานสติ) รวมถึงให้ฝึกสมาธิที่บ้าน 30 นาทีต่อวัน และให้ลองฝึกอยู่ตลอดทั้งวัน

Yale สร้างโปรตีนชนิดใหม่ที่ใช้ยับยั้งการติดเชื้อ HIV

By: mementototem
Writer
on Tue, 24/07/2012 - 23:07
Topics: 

ทีมของมหาวิทยาลัย Yale ได้สร้างโปรตีนชนิดใหม่ซึ่งไม่มีอยู่ตามธรรมชาติ ขึ้นมา โดยมีต้นแบบจากโปรตีนของไวรัส papillomavirus ที่ทำให้เกิดหูดในวัว และเกี่ยวข้องกับ papillomavirus ที่ทำให้เกิดมะเร็งในคอ และศีรษะของมนุษย์ โปรตีนชนิดนี้จะไปยับยั้งผิวเซลล์ที่เป็นตัวรับ (receptor) ของเชื้อ HIV ในเซลล์ที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ เป็นการป้องกันเซลล์จากเชื้อ HIV

หากโปรตีนชนิดใหม่นี้สามารถทำงานได้ดีในมนุษย์ มันจะเป็นหนทางใหม่ในการป้องกันโรคเอดส์ รวมถึงมะเร็งบางชนิดด้วย แต่การจะนำผลการค้นพบนี้ไปทำการวิจัยเชิงทดลองทางคลินิกนั้นมีอุปสรรคอยู่มาก ทีม Yale หวังว่าการที่โปรตีนนี้สามารถยับยั้งการติดเชื้อ HIV ในเซลล์ที่เพาะเลี้ยงได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยให้มีการสนับสนุนมากขึ้น

ที่มา: MedicalXpress

มาจูบกันผ่านทางอินเทอร์เน็ตด้วย Kissenger

By: mementototem
Writer
on Mon, 23/07/2012 - 23:09

สำหรับคู่รักที่อยู่ห่างกัน ในสมัยก่อนอาจจะใช้วิธีส่งจดหมาย แล้วก็พัฒนามาเป็นโทรศัพท์ที่ได้ยินเสียง ต่อมาก็มองเห็นหน้ากันผ่านทางกล้องเว็บแคม แต่ในอนาคตอีกไม่นาน ทั้งคู่จะสามารถจูบกันได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต

ผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ Hooman Samani ได้ประดิษฐิ์ Kissenger (มาจากคำว่า Kiss + Messenger) ที่มีรูปร่างเหมือนหัวกลม ๆ เล็ก ๆ ที่มีริมฝีปากอิเล็กทรอนิกส์ที่ไวต่อความรู้สึก ทำจากซิลิโคน ที่มีลักษณะคล้ายริมฝีปากจริง ๆ มากที่สุด ทั้งรสสัมผัส และความรู้สึกขึ้นมาให้คู่รักได้ส่งรสจูบผ่านทาง Kissenger

วิธีการใช้งาน Kissenger คือ ต่อ Kissenger กับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านสาย USB เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต แล้วจูบกับชิ้นซิลิโคน ตัวเซนเซอร์จะถ่ายทอดทั้งกำลัง แรงกดดัน รวมทั้งรูปร่างของริมฝีปากให้ไปปรากฏบน Kissenger ของอีกฝ่าย และทั้งคู่สามารถมองเห็นกันผ่านทางหน้าจอ

หลังจากการเปิดตัวในงานประชุมทางวิทยาศาสตร์ที่อังกฤษก็มีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก แต่สาเหตุที่ไม่มีการวางจำหน่าย Kissenger ก็เพราะว่า การจูบกันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนทางด้านจริยธรรม พวกเขาต้องการศึกษา และสำรวจความคิดเห็นในมุมมองด้านสังคม และวัฒนธรรมให้ดีเสียก่อน

ในขณะนี้ Kissenger ยังถูกปรับปรุงที่ห้องปฏิบัติการที่ตั้งโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ และมหาวิทยาลัย Keio ของญี่ปุ่น

Samani เรียกแผนกของตัวเองว่า "lovotics" ซึ่งแปลว่า การศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ และ Kissenger เป็นเพียงหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์หลาย ๆ อย่างที่ทีมของพวกเขาได้พัฒนาขึ้นมา

ที่มา: Phys.org

จอประสาทตาอิเล็กทรอนิกส์ช่วยให้คนตาบอดกลับมามองเห็นอีกครั้ง

By: mementototem
Writer
on Sun, 22/07/2012 - 20:44

การที่คนตาบอดจะกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ในสมัยก่อน คงต้องอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือใช้เวทย์มนต์ช่วยเหลือ ซึ่งมันคงเป็นจริงได้แต่ในนิยายเท่านั้น แต่ด้วยการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ คนตาบอดมีโอกาสที่จะมองเห็นได้แล้ว

Argus II เป็นของบริษัท Second Sights ที่ประกอบด้วย เสาอากาศ ชุดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และชุดขั้วไฟฟ้า ที่ฝังไว้บริเวณจอประสาทตาที่มีปัญหา และแว่นตาชนิดพิเศษ หน่วยประมวลผลวิดีโอ (Video Processing Unit - VPU) และสายเคเบิล ที่อยู่ภายนอก

Argus II จะใช้กล้องวิดีโอที่อยู่บนแว่นจับภาพ ส่งข้อมูลที่ได้ไปยังหน่วยประมวลผลวิดีโอ แล้วส่งข้อมูลที่ประมวลผลเสร็จแล้ว กลับมายังแว่นผ่านทางสายเคเบิล หลังจากนั้นจะส่งข้อมูลแบบไร้สายต่อไปยังเสาอากาศ และชุดขั้วไฟฟ้าที่ฝั่งไว้ ชุดขั้วไฟฟ้าจะปล่อยกระแสไฟฟ้าปริมาณเล็กน้อยออกมาเป็นจังหวะ โดยข้ามตัวรับแสงที่มีปัญหา ไปกระตุ้นเซลล์ที่เหลือบนจอประสาทตา แล้วส่งข้อมูลเหล่านั้นผ่านเส้นประสาทตาไปยังสมอง

โมซัมบิกสร้างโรงงานผลิตยาต้านเชื้อ HIV จากการสนับสนุนของบราซิล

By: mementototem
Writer
on Sun, 22/07/2012 - 16:09

ประเทศโมซัมบิกมีผู้ติดเชื้อ HIV ประมาณ 2.5 ล้านคน คิดเป็น 12% ของจำนวนประชากร แต่มีประมาณ 300,000 คน เท่านั้นที่ได้รับยาต้านเชื้อ HIV

รองประธานาธิบดี Michel Temer ของบราซิลได้มีการประกาศ ที่จะสร้างโรงงานผลิตยาต้านเชื้อ HIV ของรัฐโดยสมบูรณ์แห่งแรกของแอฟริกาในเมือง Motala ร่วมกับรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ของโมซัมบิก และถือเป็นความร่วมมือกันของทั้งบราซิล และโมซัมบิก ทั้งในด้านภาครัฐ และเอกชน

โรงงานนี้ สร้างจากเงิน 23 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ จากรัฐบาลบราซิล และ 4.5 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐจากบริษัท Vale บริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่ของบราซิล และทางมูลนิธิ Oswaldo Cruz (สถาบันวิจัย และพัฒนาด้านชีวการแพทย์ของบราซิล) จะฝึกอบรมนักเทคนิค และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องชาวโมซัมบิกให้ด้วย แต่ในช่วงแรก โรงงานจะทำหน้าที่บรรจุหีบห่อยาที่ส่งมาจากบราซิลไปก่อน แล้วจึงเริ่มมีการผลิตยาเองในช่วงปลายปีนี้

ในช่วงปี ค.ศ. 1996 บราซิลได้มีนโยบายที่จะจ่ายยาฟรีให้แก่พลเมืองที่ติดเชื้อ และมีการถกเถียงกันอย่างรุนแรงในตอนที่มีประกาศ เพราะมันเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิบัตรยา แต่หลังจากนั้น กลับได้รับการยกย่องเป็นอย่างมาก โดยทางธนาคารโลกได้ประเมินว่า นโยบายนี้ได้ช่วยชีวิตคนมากกว่าครึ่งล้านชีวิต

ที่มา: Phys.org

Pages

Subscribe to RSS - mementototem's blog