ศาลตัดสินให้นักวิทยาศาสตร์อิตาลีที่ไม่ยอมเตือนภัยแผ่นดินไหวมีความผิด จำคุก 6 ปี
หลังจากที่พิจารณาคดีกันนานกว่า 13 เดือน ในที่สุดเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2012 ศาลอิตาลีก็มีคำพิพากษาออกมาว่านักวิทยาศาสตร์และผู้เกี่ยวข้องรวม 7 คนที่ไม่ยอมเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้ามีความผิดฐานฆาตกรรมสังหารหมู่ ต้องโทษจำคุกคนละ 6 ปี, ห้ามเข้าทำงานในหน่วยงานสาธารณะของรัฐตลอดชีวิต, และต้องจ่ายค่าเสียหายแก่ครอบครัวเหยื่อแผ่นดินไหวและเทศบาลเมือง L'Aquilla รวมเป็นจำนวนเงิน 7.8 ล้านยูโร
รายชื่อจำเลยในคดีนี้ ได้แก่
-
Enzo Boschi, ประธานของ National Institute of Geophysics and Volcanology
กูเกิลได้รับทะเบียนรถแบบไร้คนขับแล้วในรัฐเนวาดา
ก่อนหน้านี้ที่กูเกิลวิจัยรถแบบไร้คนขับบนท้องถนนนั้นยังไม่มีกฏหมายรองรับการใช้งานรถประเภทนี้ แต่ตอนนี้รัฐเนวาดาก็ออกทะเบียนรถเฉพาะทางสำหรับรถไร้คนขับให้กับกูเกิลแล้ว โดยมีเงื่อนไขว่าในรถจะต้องมีคนอยู่ด้วยอย่างน้อยสองคนตลอดเวลาที่รถวิ่งอยู่
ที่ต้องมีคนสองคนเพราะทะเบียนรถนี้เป็นทะเบียนเพื่อการวิจัย คนหนึ่งคือคนที่ต้องระวังที่จะเข้าควบคุมรถตลอดเวลาหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ส่วนอีกคนคือคนดูค่าต่างๆ และตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ระหว่างเดินทาง
ถ้ากูเกิลมีโปรแกรม "ฝ่ากลุ่มแว๊น" อาจจะขายดีในเมืองไทย
นักวิจัยไวรัสไข้หวัดนกกลับลำยอมอ่อนข้อรัฐบาลเนเธอร์แลนด์
หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Ron Fouchier หัวหน้าทีมวิจัยไวรัสไข้หวัดนก H5N1 ประกาศกร้าวว่าจะส่งผลงานไปตีพิมพ์ยังวารสาร Science ให้ได้แม้ว่าจะต้องเป็นคดีขึ้นโรงขึ้นศาลกับรัฐบาลของเนเธอร์แลนด์ก็ตาม วันนี้ลมเปลี่ยนทิศ Ron Fouchier ยอมกลับคำเสียงอ่อนว่าตกลงจะทำตามระเบียบที่รัฐบาลกำหนด นั่นคือจะไม่ส่งผลงานไปตีพิมพ์จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตส่งออกงานวิจัย (export permit) อย่างเป็นทางการ
นักวิจัยไวรัสไข้หวัดนกยืนยันจะตีพิมพ์งานวิจัย แม้จะต้องติดคุก
มหากาพย์ "งานวิจัยไวรัสไข้หวัดนกกลายพันธุ์" ยังไม่จบง่ายๆ คราวนี้มีตัวละครเพิ่มเข้ามาอีกตัว คือ รัฐบาลเนเธอร์แลนด์
เมื่อปลายปี 2011 National Science Advisory Board for Biosecurity (NSABB) ของสหรัฐอเมริกาส่งคำขอร้องไปให้วารสาร Science และ Nature ให้เซ็นเซอร์เนื้อหางานวิจัยบางส่วนของทีม Ron Fouchier และทีม Yoshihiro Kawaoka เนื่องจากกังวลว่าอาจมีผู้ไม่ประสงค์ดีเอาวิธีวิจัยไปสร้างอาวุธชีวภาพจากไวรัสกลายพันธุ์ที่สามารถแพร่กระจายได้ทางอากาศ
นักฟิสิกส์ใช้ทฤษฎีพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ผิดกฏจราจร
Dmitri Krioukov นักฟิสิกส์แห่ง University of California in San Diego โดนแจ้งข้อหาละเมิดกฏจราจรเนื่องจากเขาไม่ยอมจอดตรงป้ายหยุดรถ ขณะที่เรื่องนี้เป็นคดีระหว่างพิจารณา เขาได้เขียนบทความทางวิชาการขึ้นมาเพื่อใช้ทฤษฎีทางฟิสิกส์พิสูจน์ว่ารถของเขานั้นจอดตรงป้ายพอดี แต่ตำรวจจราจรสังเกตผิดไป
กฏหมายต้าน Research Works Act มาแล้วในชื่อ Federal Research Public Access Act
หลังจากประเด็นกฏหมาย SOPA มาตอนนี้ฝั่งวิทยาศาสตร์ก็ต้องผจญกับกฏหมาย Research Works Act ที่สส. กลุ่มหนึ่งผลักดันเข้ามาโดยมีเนื้อหาว่าจะห้ามไม่ให้หน่วยงานรัฐบาลออกกฏการรับทุนให้เปิดงานวิจัยต่อสาธารณะ และได้รับการสนับสนุนโดยสำนักพิมพ์จนถูกต่อต้านจากนักวิทยาศาสตร์ ตอนนี้ก็มีสส. อีกฝั่งหนึ่งเสนอร่างกฏหมายที่มีเนื้อหาตรงกันข้ามกันเข้ามาในชื่อ Federal Research Public Access Act
นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกร่วมลงชื่อบอยคอต Elsevier (...เมื่อมหากาพย์ SOPA ลามถึงวงการวิทยาศาสตร์)
เป็นเรื่องปกติมากๆ ที่บริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจจัดพิมพ์วารสารวิชาการ (หรือที่เรียกกันว่า "publisher") ถูกตราหน้าจากนักวิทยาศาสตร์ว่าเป็นพวก "หน้าเลือด" เพราะวารสารวิชาการส่วนใหญ่มีราคาแพงมาก ถ้าไม่ใช่เพราะห้องสมุดของมหาวิทยาลัยบอกรับไว้ (subscribe) หรือเป็นทายาทมหาเศรษฐี เหล่านักวิทยาศาสตร์ไส้แห้งทั้งหลายไม่ต้องหวังเลยว่าจะหาบทความวิจัยจากวารสารดังๆ มาอ่านได้ ทั้งที่ค่าดำเนินการและต้นทุนของบริษัทเหล่านี้ (ถูกมองจากสายตานักวิทยาศาสตร์ว่า) ไม่ได้สูงมาก นักวิทยาศาสตร์ส่งบทความตีพิมพ์ก็ต้องจ่ายเงินให้บริษัท ค่าตอบแทนให้คนรีวิวกับคนที่มาเขียนบรรณาธิการก็ไม่ได้แพงเว่อร์ นักวิทยาศาสตร์บางคนยินดีร
สส. สหรัฐฯ กำลังผลักดันร่างกฏหมายยกเลิกการบังคับการเข้าถึงงานวิจัยฟรี
แนวคิด Open Access เป็นแนวคิดที่ได้รับการสนับสนุนอย่างมากในช่วงหลายปีมานี้ หน่วยงานรัฐบาลทำโดย NIH (National Institutes of Health) ผู้ให้ทุนวิจัยด้านสุขภาพจำนวนมาก ได้กำหนดว่างานวิจัยทั้งหมดที่ได้รับทุนไป จะต้องตีพิมพ์ในวารสารที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าถึงฟรี เช่น PubMed
แต่ร่างกฏหมายใหม่ที่ชื่อว่า "Research Works Act" กำลังถูกผลักดันเข้าสภาฯ โดยสส. หญิง Carolyn Maloney จากนิวยอร์ค และ Darrell Issa จากแคลิฟอร์เนียร์ โดยตัวกฏหมายห้ามไม่ให้หน่วยงานของรัฐ กำหนดนโยบายที่จะทำให้มีการเผยแพร่ข้อมูลงานวิจัยเป็นวงกว้างโดยไม่ขออนุญาตล่วงหน้า
คำถามใหม่ของศีลธรรม การใช้เอ็มบริโอของคู่แต่งงานหลังหย่าทำได้หรือไม่
ประเด็นถกเถียงที่เกิดจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และทำให้เกิดคำถามด้านศีลธรรมที่เราอาจจะเคยได้ยินกันเช่นการจ้างอุ้มท้อง (อุ้มบุญ) หรือการซื้อขายอวัยวะ ล่าสุดก็มีประเด็นเรื่องของเอ็มบริโอแช่แข็งเพิ่มเข้ามาแล้ว
เอ็มบริโอแช่แข็งนั้นเกิดขึ้นจากพ่อแม่ที่แต่งงานแล้วและเตรียมว่าจะมีบุตรในอนาคต แต่ด้วยข้อจำกัดบางอย่างจึงตัดสินใจแช่แข็งเอ็มบริโอไว้ก่อน ปัญหาคือคู่แต่งงานที่หย่ากันภายหลังคู่หนึ่งได้แช่แข็งเอ็มบริโอไว้ ปรากฏว่าฝ่ายหญิงต้องการนำเอ็มบริโอนั้นมาใช้งาน ฝ่ายชายจึงฟ้องเพราะไม่ต้องการเป็นพ่อเด็ก
นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล 42 คนเรียกร้องให้ยกเลิกกฏหมายบั่นทอนวิทยาศาสตร์
กฏหมาย Louisiana Science Education Act (LSEA) ที่ออกในปี 2008 สร้างความไม่พอใจให้กับนักวิทยาศาสตร์และคนที่รักวิทยาศาสตร์หลายคนตั้งแต่วินาทีแรกที่มีการเสนอร่าง แต่ด้วยอิทธิพลขององค์กรขนาดใหญ่ กฏหมายฉบับนี้ก็ได้คลอดออกมา และตอนนี้มันก็มีผลบังคับใช้มาเกือบ 3 ปีแล้ว
เนื้อหาของ LSEA 2008 ก็ไม่ได้มีอะไรมาก ประเด็นหลักของมันคือการอนุญาตให้ครูผู้สอนนำสื่อและอุปกรณ์การสอนที่ขัดแย้งกับทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาใช้สอนร่วมกับเนื้อหาวิชาที่ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ได้ เช่น เรื่องวิวัฒนาการ การโคลนนิง โลกร้อน เป็นต้น
