กัมพูชาคาด จะหยุดการแพร่ของเชื้อ HIV ได้ภายในปี 2020
จากการแถลงการณ์ร่วมระหว่าง WHO และกระทรวงสาธารณสุขของกัมพูชา บอกว่า ประเทศในแถบเอเชียอาคเนย์ได้ลดอัตราความชุกของเชื้อ HIV จาก 1.7% ของจำนวนประชากรในช่วงอายุ 15 - 49 ปี ในปี 1998 ให้ลงมาเหลือเพียง 0.7% ในปี 2012 และกัมพูชาเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่สามารถหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อ HIV ได้เป็นที่น่าพอใจ และคาดหวังจะหยุดการแพร่กระจายของเชื้อ HIV ให้ได้ในปี 2020
ยืนยันแล้ว! เคสแรกกับการรักษาเด็กที่เป็นโรค HIV โดยกำเนิด
สดๆ ร้อนๆ เองครับสำหรับรายงานชิ้นใหม่ที่มอบความหวังให้กับผู้ปกครองที่มีบุตรเป็นโรค HIV (positive) โดยกำเนิด
เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา รายงานจากคุณหมอ Deborah Persaud จากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins ได้อธิบายการรักษาเด็กคนหนึ่งซึ่งเป็นโรค HIV โดยกำเนิดได้สำเร็จ และรายงานนี้ได้ประกาศไปในที่ประชุมเกี่ยวกับรีโทรไวรัสและโอกาสในการรักษาที่แอตเเลนต้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ
สารหล่อลื่นทำให้เซลล์แห้ง แต่ไม่เพิ่มโอกาสในการติดเชื้อ HIV
นักวิจัยจาก MTN จากการสนับสนุนของ NIH ได้ทดสอบสารหล่อลื่นทั้งหมด 14 ชนิดที่หาซื้อได้ตามร้านค้า และสั่งทางไปรษณีย์ มีทั้งสูตรน้ำ สูตรน้ำมัน และสูตรซิลิโคน ที่มักมีการใช้ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก จากผลสำรวจของผู้ที่ตอบแบบสอบถามจำนวน 6300 คน พบว่า สารหล่อลื่นสูตรน้ำ ที่มีปริมาณสารประกอบจำพวกเกลือ คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนมากกว่าที่มีอยู่ในเซลล์ จะทำให้เกิดความไม่สมดุลของกระบวนการออสโซโมลารี (hyerosmolar) ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอด และช่องทวารหนักสูญเสียน้ำ แห้ง และเสียหายมากที่สุด เมื่
ชุดตรวจสอบที่สามารถตรวจเจอการติดเชื้อในระยะเริ่มแรก
ทีมนักวิจัยจาก Imperial College London ได้พัฒนาชุดตรวจสอบความไวสูง สำหรับตรวจหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (biomarker) อย่าง p24 ของไวรัส HIV และ PSA (Prostate Scecific Antigen) ของมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่าวิธีการตรวจสอบมาตรฐาน (gold standard method) ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ผล รวมทั้งยังมีราคาถูกมากอีกด้วย นอกจากนี้ชุดตรวจสอบตัวนี้ ยังสามารถปรับแต่งให้ตรวจหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วได้ตามต้องการ
ชุดตรวจสอบนี้ทำงานโดยการนำซีรั่มจากตัวอย่างเลือด มาใส่ในหลอดบรรจุ หากผลเป็นบวกสำหรับ PSA หรือ p24 สารละลายจะทำปฏิกิริยาเกิดการจับตัวที่ผิดปกติของอนุภาคนาโน ทำให้สารละลายเปลี่ยนเป็นเฉดสีฟ้า แต่หากผลเป็นลบ สารละลายจะทำปฏิกิริยาเกิดการจับตัวของอนุภาคคล้ายกับลูกบอลแทน ซึ่งจะทำให้สารละลายเปลี่ยนเป็นเฉดสีแดง โดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะสังเกตได้ด้วยตาเปล่า
นักจากนี้ทีมนักวิจัยยังบอกว่า ชุดตรวจสอบนี้ยังมีความไวมากพอที่จะตรวจเจอ p24 ปริมาณน้อยมาก ซึ่งเกิดจากผู้ป่วยได้รับเชื้อเพียงเล็กน้อยจนไม่สามารถตรวจพบจากวิธี ELISA (Emzyme-linked Immunosorbent Assay) หรือวิธีการตรวจสอบมาตรฐานอย่าง nucleic acid based test ประโยชน์ของการตรวจพบเชื้อ หรือข้อบ่งชี้ในระยะเริ่มแรกคือ ช่วยให้แพทย์รักษาผู้ป่วยได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายจากโรคได้ง่ายขึ้น
ทีมนักวิจัยหวังว่า ชุดตรวจสอบนี้จะราคาถูกมากพอ จึงกำลังมองหาองค์กรด้านสุขภาพที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อขอคำแนะนำด้านการวางแผน และแหล่งเงินทุนสำหรับการผลิต และแจกจ่ายชุดตรวจสอบตัวนี้ให้แก่ประเทศที่ยากจน และขาดผู้เชี่ยวชาญ
ที่มา: MedicalXpress, Imperial College London
Yale สร้างโปรตีนชนิดใหม่ที่ใช้ยับยั้งการติดเชื้อ HIV
ทีมของมหาวิทยาลัย Yale ได้สร้างโปรตีนชนิดใหม่ซึ่งไม่มีอยู่ตามธรรมชาติ ขึ้นมา โดยมีต้นแบบจากโปรตีนของไวรัส papillomavirus ที่ทำให้เกิดหูดในวัว และเกี่ยวข้องกับ papillomavirus ที่ทำให้เกิดมะเร็งในคอ และศีรษะของมนุษย์ โปรตีนชนิดนี้จะไปยับยั้งผิวเซลล์ที่เป็นตัวรับ (receptor) ของเชื้อ HIV ในเซลล์ที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ เป็นการป้องกันเซลล์จากเชื้อ HIV
หากโปรตีนชนิดใหม่นี้สามารถทำงานได้ดีในมนุษย์ มันจะเป็นหนทางใหม่ในการป้องกันโรคเอดส์ รวมถึงมะเร็งบางชนิดด้วย แต่การจะนำผลการค้นพบนี้ไปทำการวิจัยเชิงทดลองทางคลินิกนั้นมีอุปสรรคอยู่มาก ทีม Yale หวังว่าการที่โปรตีนนี้สามารถยับยั้งการติดเชื้อ HIV ในเซลล์ที่เพาะเลี้ยงได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยให้มีการสนับสนุนมากขึ้น
ที่มา: MedicalXpress
โมซัมบิกสร้างโรงงานผลิตยาต้านเชื้อ HIV จากการสนับสนุนของบราซิล
ประเทศโมซัมบิกมีผู้ติดเชื้อ HIV ประมาณ 2.5 ล้านคน คิดเป็น 12% ของจำนวนประชากร แต่มีประมาณ 300,000 คน เท่านั้นที่ได้รับยาต้านเชื้อ HIV
รองประธานาธิบดี Michel Temer ของบราซิลได้มีการประกาศ ที่จะสร้างโรงงานผลิตยาต้านเชื้อ HIV ของรัฐโดยสมบูรณ์แห่งแรกของแอฟริกาในเมือง Motala ร่วมกับรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ของโมซัมบิก และถือเป็นความร่วมมือกันของทั้งบราซิล และโมซัมบิก ทั้งในด้านภาครัฐ และเอกชน
โรงงานนี้ สร้างจากเงิน 23 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ จากรัฐบาลบราซิล และ 4.5 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐจากบริษัท Vale บริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่ของบราซิล และทางมูลนิธิ Oswaldo Cruz (สถาบันวิจัย และพัฒนาด้านชีวการแพทย์ของบราซิล) จะฝึกอบรมนักเทคนิค และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องชาวโมซัมบิกให้ด้วย แต่ในช่วงแรก โรงงานจะทำหน้าที่บรรจุหีบห่อยาที่ส่งมาจากบราซิลไปก่อน แล้วจึงเริ่มมีการผลิตยาเองในช่วงปลายปีนี้
ในช่วงปี ค.ศ. 1996 บราซิลได้มีนโยบายที่จะจ่ายยาฟรีให้แก่พลเมืองที่ติดเชื้อ และมีการถกเถียงกันอย่างรุนแรงในตอนที่มีประกาศ เพราะมันเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิบัตรยา แต่หลังจากนั้น กลับได้รับการยกย่องเป็นอย่างมาก โดยทางธนาคารโลกได้ประเมินว่า นโยบายนี้ได้ช่วยชีวิตคนมากกว่าครึ่งล้านชีวิต
ที่มา: Phys.org
HIV-2 ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันต่อสู้กับ HIV-1 ได้ดีขึ้น
หลายคนอาจจะไม่ทราบว่า HIV นั้นมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ HIV-1 ที่สามารถพบได้ทั่วไป มีอัตราการแพร่กระจายสูง ผู้ติดเชื้อเกือบทั้งหมดจะกลายเป็นผู้ป่วยเอดส์ และ HIV-2 ที่ส่วนใหญ่พบแถวแอฟริกาตะวันตก ไม่มีการแพร่กระจายมากนัก และมีผู้ติดเชื้อเพียง 20 - 30% เท่านั้น ที่กลายเป็นผู้ป่วยเอดส์ แต่สำหรับผู้ที่ติดเชื้อทั้ง HIV-1 และ HIV-2 ในแอฟริกาตะวันตกกลับมีโอกาสที่จะกลายเป็นผู้ป่วยเอดส์เพียงแค่ 3.2% เท่านั้น ซึ่งดูเหมือนกว่า HIV-2 จะไปขัดขวางการทำงานของ HIV-1 (สำหรับผู้ติดเชื้อ แล้วคิดอะไรแผลง ๆ กรุณาอ่านให้จบก่อน)
ในงานวิจัยชิ้นใหม่นี้ Joakim Esbjörnsson แห่งมหาวิทยาลัย Lund ในสวีเดน และเพื่อนร่วมงาน ได้วิเคราะห์ข้อมูลของอาสาสมัครผู้ติดเชื้อในประเทศกีนี-บิสเซา ในแอฟริกาตะวันตก จำนวน 223 คน ที่ติดเชื้อ HIV-1 และมี 32 คนในนั้นติดเชื้อ HIV-2 ร่วมด้วย และพบว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV-1 เพียงอย่างเดียวนั้น จะกลายเป็นผู้ป่วยเอดส์ในระยะเวลา 68 เดือน (5 ปี 8 เดือน) ในขณะที่ ผู้ที่ติดเชื้อ HIV-2 มาก่อน แล้วติดเชื้อ HIV-1 ภายหลังนั้น จะกลายเป็นผู้ป่วยเอดส์ในระยะเวลา 104 เดือน (8 ปี 8 เดือน) ซึ่งนานกว่าผู้ที่ติดเชื้อ HIV-1 เพียงอย่างเดียว และมีเซลล์เม็ดเลือดขาว CD4+ T-cell มากกว่าอีกด้วย
แต่งานวิจัยนี้ ดูเฉพาะผู้ที่ติดเชื้อ HIV-2 มาก่อนแล้วจึงติดเชื้อ HIV-1 ภายหลังเท่านั้น สำหรับผู้ที่ติดเชื้อ HIV-1 อยู่ก่อนแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเสี่ยงเพื่อให้ติดเชื้อ HIV-2 เพิ่ม
ทางด้าน Phyllis Kanki ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเอดส์ และอาจารย์ด้านระบบภูมิคุ้มกัน และการติดเชื้อ ของ Harvard School of Public Health บอกว่า ผู้ที่ติดเชื้อ HIV-2 อาจทำให้ร่างกายค่อย ๆ พัฒนาระบบป้องกันไวรัสขึ้น ทำให้การต่อสู้กับ HIV-1 มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสงสัยว่า ทำไม HIV-2 ถึงได้ทำอันตรายกับระบบภูมิคุ้มกันได้น้อยกว่า HIV-1 สาเหตุเพราะ HIV-2 อ่อนแอเอง หรือเพราะระบบภูมิคุ้มกันรับมือกับ HIV-2 ได้ดีกว่ากันแน่ และหากสามารถทำความเข้าใจเรื่องนี้ได้ชัดเจนเพียงพอ เราอาจจะสามารถพัฒนาวัคซีนสำหรับ HIV-1 ขึ้นมา หรือใช้วิธีการอื่นในการรักษาได้ในอนาคต
ที่มา: MedicalXpress, LiveScience via Yahoo! News, doi:10.1056/NEJMoa1113244
FDA อนุมัติให้ Truvada เป็นยาป้องกันการติดเชื้อ HIV อย่างเป็นทางการ
จากข่าว คณะที่ปรึกษา FDA เห็นชอบให้ Truvada เป็นยาป้องกันการติดเชื้อ HIV ตอนนี้ FDA ได้อนุมัติให้ Truvada เป็นยาที่ใช้ในการป้องกันการติดเชื้อ HIV อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว สาเหตุหลักที่ทาง FDA ให้การรับรองนั้นมาจากผลการวิจัยทางคลินิค 2 งานวิจัย คือ
- งานวิจัย iPrEx ที่ใช้อาสาสมัครที่เป็นเกย์ หรือกระเทย ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย กับคู่นอนที่ติดเชื้อ HIV หรือไม่รู้แน่ชัดว่าติดเชื้อหรือไม่ มีการเปลี่ยนคู่นอนสูง จำนวน 2499 คน ผลที่ได้คือ ลดการติดเชื้อได้ 42% เมื่อเทียบกับยาหลอก
- งานวิจัยที่ใช้คู่รักชายหญิง ที่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งติดเชื้อ ส่วนอีกฝ่ายไม่มีเชื้อ จำนวน 4758 คู่ ผลคือ ลดการติดเชื้อได้ 75% เมื่อเทียบกับยาหลอก
นี่อาจจะเป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้กับเชื้อ HIV ของมนุษย์ แต่มันยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่า ยาได้ผลดีเหมือนกับที่มีในงานวิจัย เมื่อใช้กับคนจำนวนมาก และปัญหาใหญ่ของมนุษย์ คือ การลืมกินยา
FDA อนุมัติให้มีการจำหน่ายชุดทดสอบ HIV ที่บ้านแล้ว
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทาง FDA ได้อนุมัติให้บริษัท Orasure จำหน่ายชุดทดสอบการติดเชื้อ HIV ที่บ้านได้แล้ว ภายใต้ชื่อ OraQuick In-Home HIV Test ชุดทดสอบนี้สามารถตรวจเจอแอนติบอดี้ได้ทั้งชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 โดยมีความแม่นยำอยู่ที่ 93% หากมีการติดเชื้อ และ 99% หากไม่มีการติดเชื้อ แต่ความแม่นยำจะลดลงหากเป็นการติดเชื้อในระยะเริ่มต้น
การตรวจสอบทำได้โดยการใช้สำลีเช็ดเอาของเหลวที่อยู่ตามเหงือก แล้วนำไปใส่ในหลอดทดสอบ รอประมาณ 20 - 40 นาที จะปรากฏผล
การตรวจนี้เป็นการตรวจในเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการผลที่ชัดเจน ก็ต้องพึ่งการตรวจทางห้องปฏิบัติการอยู่ดี ซึ่งไม่ต่างจากการตรวจการตั้งครรค์
ทาง Orasure ไม่ได้ประกาศราคาของชุดตรวจนี้ออกมา แต่คาดการณ์ว่า ไม่น่าจะต่ำกว่า 17USD (535 บาท) ซึ่งเป็นราคาของชุดตรวจที่จำหน่ายให้กับทางคลินิคและโรงพยาบาล แต่ก็คงไม่เกิน 60USD (1890 บาท)
ในประเทศไทย การตรวจหาแอนติบอดี้ของ HIV ตามโรงพยาบาลของรัฐ จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณ 200 - 300 บาท รู้ผลภายใน 1 ชั่วโมง
คณะที่ปรึกษา FDA เห็นชอบให้ Truvada เป็นยาป้องกันการติดเชื้อ HIV
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม คณะที่ปรึกษาองค์การอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) ได้ให้ความเห็นชอบให้ยา Truvada (Tenofovir/Emtricitabine) เป็นยาป้องกันการติดเชื้อ HIV โดยแนะนำให้กินยานี้วันละ 1 เม็ด เป็นประจำ สำหรับผู้ที่มีสุขภาพดี แต่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อสูง รวมทั้งเกย์ และไบเซ็กชวล โดยทาง FDA จะตัดสินชี้ขาดเรื่องนี้ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้
ยา Truvada มีความสามารถในการยับยั้งการทำสำเนาใหม่ของเชื้อ HIV ในเซลล์ของผู้ติดเชื้อ สำหรับผู้ที่ไม่ติดเชื้อ ยาอาจจะยับยั้งกระบวนการนี้ตอนที่เชื้อ HIV เข้าสู่เซลล์ ทำให้เชื้อ HIV ไม่สามารถแบ่งตัวเพิ่มได้
