ทีมวิจัยที่นำโดย Nicholas Wright แห่งมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้ทดลองฉีดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (testosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายตัวหนึ่งเข้าไปในร่างกายของกลุ่มตัวอย่างผู้หญิงจำนวน 34 คน แล้วจากนั้นก็ให้กลุ่มตัวอย่างผู้หญิงเหล่านั้นจับคู่กันเพื่อเล่นเกมจับผิดภาพ โดยทั้งสองคนในคู่จะต้องช่วยกันเลือกให้ได้ว่าภาพไหนมืดกว่า ภาพไหนสว่างกว่า หากคำตอบของสองคนไม่ตรงกัน ก็จะต้องปรึกษากันว่าจะเลือกเอาอันไหน
การทดลองให้ผลปรากฏว่า เมื่อเจอกับคำถามข้อที่สองคนในคู่ตกลงเลือกคำตอบตรงกันไม่ได้ ผู้หญิงที่ได้รับเทสโทสเตอโรนมีแนวโน้มที่จะเลือกยืนยันคำตอบที่ตัวเองเลือกไว้ในทีแรกมากกว่าผู้หญิงที่ได้รับยาปลอม (placebo)
ผลนี้ชี้ให้เห็นว่าฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนมีผลต่อระบบความคิดของผู้หญิง นั่นคือมันทำให้ผู้หญิงมีความคิดเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง (egocentric) มากขึ้น ส่งผลให้การทำงานเป็นกลุ่มร่วมกับผู้อื่นยากลำบากขึ้น
ก่อนหน้านี้ก็เคยมีงานวิจัยระบุออกมาแล้วว่าฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนมีผลทำให้ผู้หญิงมีพฤติกรรมก้าวร้าวมากขึ้นและมีความไว้เนื้อเชื่อใจผู้อื่นน้อยลง
น่าเสียดายที่งานวิจัยเกี่ยวกับผลของเทสโทสเตอโรนต่อพฤติกรรมมนุษย์มีทำกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ชายน้อย เนื่องจากการฉีดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเข้าไปในร่างกายผู้ชายอาจกระทบระบบสมดุลฮอร์โมนและส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ขณะที่สำหรับผู้หญิงที่ได้รับเทสโทสเตอโรนเข้าไปไม่มากนัก ร่างกายจะปรับสมดุลได้เองในระยะเวลาไม่นาน อย่างในการทดลองนี้ก็ฉีดให้เพียง 80 มิลลิกรัม (ระดับที่จะทำให้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนของกลุ่มตัวอย่างผู้หญิงเพิ่มขึ้นมาเท่ากับระดับปกติในร่างกายผู้ชายพอดี)
งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the Royal Society B: Biological Sciences doi: 10.1098/rspb.2011.2523 (เป็น Open Access ดาวน์โหลดบทความตัวเต็มได้ฟรี)
ที่มา - Live Science