Plant

CO2 ร้ายกับคน ร้ายกับโลก แต่ดีกับพืช

62
vote

การเพิ่มขึ้นของปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ เป็นปัญหาใหญ่สำหรับนักวิทยาศาสตร์และมนุษย์ทั่วไป แต่นักวิจัยจากเยอรมัน สามารถพิสูจน์ได้ว่าปริมาณก๊าซที่เพิ่มขึ้นนี้ กลายเป็นผลดีต่อพืช

ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผลิตผลจากข้าวบาร์เลย์, ธัญพืช และข้าวสาลี เพิ่มขึ้นกว่า 10%

นักวิจัยได้ทำการสังเกตพืชดังกล่าวในแปลงทดลอง โดยมีความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 550 ส่วนใน 1 ล้านส่วน ซึ่งเป็นความเข้มข้นที่น่าจะมีในชั้นบรรยากาศในปี 2050

ท่ามกลางกระแสโลกร้อนที่กำลังเชี่ยวกราก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ดูเหมือนจะรับบทผู้ร้ายตัวสำคัญของปรากฏการณ์นี้ ซึ่งนักวิจัยได้ออกตัวว่า งานวิจัยชิ้นนี้ไม่ได้ตั้งใจจะคัดค้าน เรื่องการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แต่อย่างไร เพียงแค่เป็นการศึกษาผลกระทบเพียงเท่านั้น

ที่มา - Physorg

ความหลากหลายทางชีวภาพ มีผลต่อความสามารถในการผลิตของระบบนิเวศ

72
vote

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาล้ยบราวน์ (Brown University) ได้ทำการทดลอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ความหลากหลายทางชีวภาพ มีผลต่อความสามารถในการผลิต ของระบบนิเวศ มากกว่าที่เราคิดกัน

ผลการทดลองที่ได้จากระบบนิเวศวิทยาเทียม (Artificial ecosystems) ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากกว่า จะให้ผลผลิตต่างๆ ที่ได้จากพืชสูงกว่า เช่น ชีวมวล (Biomass)

ในทางกลับกัน การสูญพันธุ์ของพืชในระบบหนึ่งๆ ส่งผลลบเป็นอย่างมากต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะความสามามารถในการดูดซึมแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเกี่ยวพันกับสภาวะโลกร้อน โดยทีมนักวิจัยได้กล่าวว่า “เราไม่เพียงแต่ปลดปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ สู่ชั้นบรรยากาศ แต่เรายังไปรบกวนความสามารถของระบบนิเวศ ในการดูดซึมและกักเก็บแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์”

การทดลองดังกล่าว ได้เก็บข้อมูลการทดลองตั้งแต่ ปี 2002 จนถึงปัจจุบัน โดยทดลองบริเวณทุ่งหญ้ากว้าง ณ เทือกเขาแอนดีส ประเทศอาร์เจนตินา โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 90 จุด ในแต่ละจุดมีหญ้าต่างกัน 3 ชนิด และไม้พุ่มเตี้ย 3 ชนิด หลังจากนั้นก็ทำการลดจำนวนพืชในแต่ละจุดลง แล้วทำการวัดความสามารถในการผลิตในบริเวณนั้นๆ

ที่มา - Physorg

นักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จในการจำลองการสังเคราะห์แสง

72
vote

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอิลินอยส์ (Illinois University) ประสบความสำเร็จในการพัฒนา แบบจำลองในการสังเคราะห์แสง ซึ่งถือเป็นแบบจำลองแรก ที่สามารถจำลองขั้นตอนในการสังเคราะห์แสงได้ทั้งหมด
การสังเคราะห์แสง (Photosynthesis) เป็นการเปลีย่นพลังงานจากแสงอาทิตย์ ให้กลายเป็นพลังงานเคมี ซึ่งสามารถพบได้ในสิ่งมีชีวิตหลายชนิด เช่น พืช, สาหร่าย และแบคทีเรียบางชนิด

ในการสังเคราะห์แสงของพืช เกี่ยวพันกับการเกิดปฏิกิริยาเคมีหลายชนิด ซึ่งต้องการ เอนไซม์ของโปรตีนจำนวนหนึ่ง และองค์ประกอบทางเคมีอีกหลายชนิด ซึ่งการสังเคราะห์แสงส่วนใหญ่ จะเกิดขึ้นที่ใบของพืช

เราไม่สามารถใช้การทดลองจำนวนมาก มาใช้วิเคราะห์ขั้นตอนการสังเคราะห์แสงทั้งหมดได้ เนื่องจากมีโปรตีนกว่า 100 ชนิดที่เกี่ยวข้อง การทดสอบโปรตีนแต่ละตัว ต้องใช้เวลาและเงินเป็นจำนวนมาก

นักวิจัยจึงสร้างแบบจำลองในการสังคราะห์แสงขึ้นมา ซึ่งสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมได้ ซึ่งแบบจำลองดังกล่าวมีความซับซ้อนในการคำนวณมาก จนถึงขั้นต้องใช้ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ในการประมวลผล

จากแบบจำลองที่ซับซ้อน ทำให้นักวิจัยสามารถทดสอบการเพิ่มประสิทธิภาพในการสังเคราะห์ โดยสมมุติให้ปริมาณไนโตรเจนคงที่ แล้วให้แบบจำลองค้นหาโปรตีน ที่มีผลต่อการเพิ่มผลผลิตที่ได้จากการสังคราะห์แสง ซึ่งจากแบบจำลอง นักวิจัยค้นพบว่าการเพิ่มโปรตีนบางชนิด ทำให้ผลิตที่ได้จากการสังเคราะห์แสงมีปริมาณมากขึ้น

ที่มา - ScienceDaily

Syndicate content