China

จีนเตรียมสร้างระบบกริดไฟฟ้าทั่วประเทศ 2,210 กิโลเมตร

รัฐบาลจีนเตรียมเชื่อมระบบไฟฟ้าทั่วประเทศเข้าด้วยกันเป็นกริด ด้วยสายไฟความต่างศักย์สูงถึง 800kv (ultra-high voltage direct current - UHVDC) ความยาว 2,210 กิโลเมตร มีกำลังส่งพลังงาน 8 ล้านกิโลวัตต์ ลากผ่านมณฑลซินเจียง, กานซู, หนิงเซีย, ส่านซี, ซานซี, และเหอหนาน มูลค่ารวม 23.39 พันล้านหยวน หรือ 116 พันล้านบาท

อีกเส้นหนึ่งที่กำลังเริ่มโครงการใกล้ๆ กันคือ สาย HVDC ความต่างศักย์ 750kv ความยาว 2,180 กิโลเมตร มูลค่า 9.56 พันล้านหยวนหรือ 47 พันล้านบาท จะลากพลังงานลมและแสงอาทิตย์จากเมืองคูมุล (อยู่ในซินเจียงเช่นกัน) ออกมายังส่วนอื่นๆ ของประเทศ

มณฑลซินเจียงเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยพลังงานถ่านหินและน้ำมัน ทางการจีนจึงต้องการนำโรงงานไฟฟ้าไปตั้งในพื้นที่ด้านตะวันตกนี้แล้วส่งพลังงานเป็นไฟฟ้าออกมาสู่พื้นที่ตะวันออกให้มากที่สุด

ที่มา - China Daily

ปี 2011 จีนส่งจรวดขึ้นสู่อวกาศมากกว่าสหรัฐฯ เป็นปีแรก

พัฒนาการทางอวกาศยานของจีนพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ด้วยประชากรที่เยอะทำให้ความต้องการดาวเทียมมากขึ้นตามไปด้วย (และโควต้าวงโคจรก็มากด้วยเช่นกัน) ในปี 2011 ที่ผ่านมา จีนส่งจรวดขึ้นสู่วงโคจรจำนวน 19 ลำ มากกว่าสหรัฐฯ ที่ส่งจรวดทั้งปี 18 ลำ

ในแง่ของปริมาณแล้วจีนเองยังห่างจากรัสเซียที่ส่งไปถึง 31 ลำ เท่านั้น และเมื่อคิดจำนวนดาวเทียมที่ส่งขึ้นไปแล้ว สหรัฐฯ นั้นส่งดาวเทียมไปถึง 28 ดวง ขณะที่จีนส่งไปเพียง 21 ดวง ส่วนรัสเซียนั้นส่งไปถึง 53 ดวง

จนถึงตอนนี้จีนมีดาวเทียมที่สร้างเองอยู่ในวงโคจรแล้ว 50 ดวง ยังตามหลังสหรัฐฯ ที่มีมากกว่า 100 ดวงของรัฐบาลและ 300 ดวงของเอกชนอยู่มาก แต่เมื่อคิดว่าจีนเพิ่งสร้างดาวเทียมได้เองเมื่อสิบปีที่แล้ว จำนวน 50 ดวงก็น่าประทับใจไม่น้อย

ที่มา - Wired

จีนเตรียมไปดวงจันทร์ พัฒนาจรวดแรงส่งสูงและยานสำรวจแล้ว

จีนแสดงความพร้อมในการไปสำรวจดวงจันทร์ในปี 2013 โดยเริ่มจากชิ้นส่วนหลักสองชิ้นในการสำรวจนั่นคือตัวจรวดเอง และยานสำรวจภาคพื้นดิน

จรวดที่จะนำส่งยานสำรวจไปถึงดวงจันทร์ได้นั้นจะต้องมีกำลังขับที่สูงกว่าจรวดนำส่งดาวเทียมหรือแม้แต่จรวดบรรทุกผู้โดยสาร ด้วยกำลังขับที่ต้องส่งสัมภาระได้มากกว่า 100 ตันขึ้นไปยังชั้นวงโคจรระดับต่ำ ขณะที่จรวด Long March 5 ที่จะเป็นรุ่นถัดไปนั้นมีกำลังขับพอที่จะส่งสัมภาระได้เพียง 25 ตันเท่านั้น เทียบกับจรวด Saturn V ของสหรัฐฯ ในสมัยโครงการอพอลโลที่ส่งได้ถึง 119 ตัน

Liang Xiaohong รองประธานสถาบันวิจัยยานนำส่งของจีนยอมรับว่าเทคโนโลยีจีนในเรื่องจรวดนำส่งนี้ยังล้าหลังกว่าสหรัฐฯ, ยุโรป, และรัสเซียถึงสิบปี และฝ่ายวิจัยจำนวนมากก็มารวมตัวกันวิจัยจรวดกำลังส่งสูงนี้

ระหว่างนี้ที่จรวดกำลังส่งยังไม่พร้อม แต่การส่งยานสำรวจนั้นใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่าก็ทำไปได้ ยานสำรวจดวงจันทร์รุ่นที่สาม คือ Chang'e-3 นั้นเตรียมจะลงสำรวจดวงจันทร์ในปีหน้า คาดว่าจะลงจอดที่ Sinus Iridum ตัวยานที่ขนาด 100 กิโลกรัม

เรื่องน่าสนใจคือในยานจะมีอุปกรณ์สำรวจ "อวกาศ" เอาไว้ด้วยเนื่องจากดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศ การสำรวจจึงปลอดโปร่งกว่า น่าสนใจว่าทำไมจีนจึงไม่ส่งกล้องในรูปแบบเดียวกับกล้องฮับเบิลไปแทน

ที่มา - Shanghai Daily, China Daily

ภาพหายาก: เสือ 11 ตัว

ปกติเสือโคร่ง (Panthera tigris) เป็นสัตว์ที่ชอบอาศัยอยู่ตัวเดียวโดดๆ แต่ก็ยังมีช่างภาพของ Reuters ไปแอบเก็บภาพหายากของฝูงเสือไซบีเรียมาได้

เสือไซบีเรีย (Panthera tigris altaica) เป็นเสือที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาเสือทั้งหกซับสปีชีส์ พวกมันมีถิ่นอาศัยในรัสเซียและทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ภาพ Reuters เอามาได้ครั้งนี้ถ่ายจากวนอุทยาน Heilongjiang Northeast Tiger Forest Park ในประเทศจีนซึ่งมีประชากรเสือไซบีเรีย 500-800 ตัว

จีนกำลังสร้างแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สภาวะที่จีนกำลังต้องการพลังงานอย่างก้าวกระโดด คงบีบให้เราเห็นอะไรใหญ่ๆ จากจีนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีข้างหน้า ตอนนี้ทางการจีนก็เริ่มเตรียมสร้างแบตเตอรี่ขนาด 36 MWh โดยสร้างติดกับโรงงานไฟฟ้าพลังงานลม และฟาร์มแสงอาทิตย์ไว้ติดกัน

หน่วยงานที่ลงทุนก่อสร้างคือ State Grid Corporation of China (SGCC) การที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่มากๆ เช่นนี้จะทำให้หน่วยงานหน่วยงานบริหารระบบกริดพลังงานสามารถบริหารพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พลังงานส่วนเกินจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนเช่นพลังงานแสงอาทิตย์จะถูกเก็บไว้ใช้เวลากลางคืนได้

บริษัทผู้ได้รับงานนี้ไปคือบริษัท BYD ผู้สร้างแบตเตอรี่และรถไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน มูลค่าโครงการนี้รวมทั้งหมดเป็น 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แม้การพัฒนานี้จะสร้างความหวังให้กับอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนมาก แต่จีนก็ยังคงพึ่งพิงพลังงานคาร์บอนอยู่มาก และยังไม่มีแนวโน้มจะลดลงแต่อย่างใด

ที่มา - CleanTechnica

มาอีกระบบ จีนเริ่มทดสอบระบบดาวเทียมนำร่องของตัวเองแล้ว

ทางการจีนแถลงความสำเร็จในการยิ่งดาวเทียม BeiDou ครบสิบดวง และเริ่มการทดสอบการทำงานแล้ว โดยภายในปีหน้าดาวเทีบมชุดนี้จะสามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่เอเชียแปซิฟิก หลังจากยิงดาวเทียมเพิ่มอีก 6 ดวงในปีหน้า เมื่อโครงการนี้เสร็จสิ้น จะมีดาวเทียมทั้งหมด 35 ดวง ให้บริการครอบคลุมทั้งโลก

ดาวเทียม BeiDou นี้เป็นชุดที่สอง หลังจากชุดแรกยิงทดสอบไปตั้งแต่ช่วงปี 2000 และใช้เพื่อกิจการทางทหารเท่านั้น BeiDou-2 นี้จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้งานได้ฟรี โดยมีความแม่นยำระดับ 10 เมตร และความแม่นยำด้านเวลาในระดับ 10 ns

ที่น่าสนใจคือ ระบบดาวเทียม BeiDou นี้จะประกอบด้วยดาวเทียมค้างฟ้า (GEO) จำนวน 5 ดวง, ดาวเทียมระดับกลาง (MEO) อีก 27 ดวง, และดาวเทียมระดับ Inclined GSO อีก 3 ดวง

ตอนนี้เองทั้งโลกก็เริ่มเต็มไปด้วยระบบดาวเทียมนำร่องคือ GPS ของสหรัฐฯ, Galileo ของสหภาพยุโรป, GLONASS ของรัสเซีย, และ BeiDou ของจีน ถ้าทั้งหมดสร้างเสร็จ จะมีดาวเทียมรวมๆ กว่า 100 ดวง

ที่มา - Reuters

จีนเริ่มทดสอบรถไฟความเร็วสูง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทางการจีนเริ่มทดสอบรถไฟแบบใหม่ที่ทำความเร็วได้ถึง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากบริษัท CSR Corp โดยรถไฟแบบใหม่นี้สร้างขึ้นเป็นรูปดาบโบราณของจีน ทางบริษัท CSR ระบุว่ารถไฟทดสอบขบวนนี้จะเป็นต้นแบบของการทำงานของรถไฟความเร็วสูงต่อไป

รถไฟที่ทำงานจริงอาจจะไม่ต้องวิ่งที่ความเร็วสูงสุดตามสเปคเสมอไป โดยทางบริษัทจะเน้นไปที่ความปลอดภัยก่อน

ความก้าวหน้าของกิจการรถไฟในจีนมาพร้อมกับความกังวลว่าจีนมีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยของระบบขนส่งมวลชนมาเพียงใด เพราะในปีนี้เองจีนก็เพิ่งมีเหตุการณ์รถไฟความเร็วสูงชนกัน

ที่มา - Reuters

[COP17/CMP7] ปิดฉากการประชุมโลกร้อนที่ Durban: นานาชาติร่วมใจคุยกันใหม่ปี 2020

หลังจากที่ต้องเลื่อนยืดระยะเวลาการเจรจาเพิ่มอีก 1 วัน 1 คืน เช้าของวันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม 2011 การประชุม COP17/CMP7 ณ เมือง Durban ประเทศแอฟริกาใต้ ก็ได้ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการด้วยข้อตกลงผู้แทนจากนานาประเทศให้ความเห็นชอบ

สรุปผลลัพธ์รูปธรรมอย่างเดียวของการประชุมที่กินเวลายาวนานเกือบ 2 สัปดาห์เต็มในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็คือ สหภาพยุโรปยินดีลงนามในข้อผูกมัด Kyoto Protocol ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2020 ส่วนประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ ก็มีบ้างที่ตัดสินใจร่วมลงนามต่อ แต่ก็ไม่มากนัก

ผลลัพธ์ที่ได้มาอย่างหืดขึ้นคอนี้มีข้อแม้ว่า กลุ่มประเทศ BASIC (จีน, อินเดีย, แอฟริกาใต้, บราซิล) และประเทศ "กำลังพัฒนา" สำคัญๆ จะต้องยอมรับข้อตกลงที่มีผลผูกพันทางกฏหมายที่จะประกาศใช้ในปี 2020 ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าข้อตกลงนั้นมีหรือจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

และเพื่อให้การร่างข้อตกลงเป็นไปได้อย่างราบรื่น ภายในปี 2015 จะมีการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะขึ้นมารับผิดชอบ (Ad Hoc Working Group on the Durban Platform for Enhanced Action)

นักวิทยาศาสตร์จีนโชว์หุ่นยนต์เล่นปิงปอง

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2011 ที่ผ่านมา นักวิจัยแห่ง Zhejiang University ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เปิดเผยผลงาน "หุ่นยนต์เล่นปิงปอง" ต่อสื่อมวลชน

หุ่นยนต์เล่นปิงปองรุ่นที่นักวิจัยจีนพัฒนานี้มีชื่อว่า "Topio" ผลิตโดย TOSY บริษัทสัญชาติเวียดนาม มีส่วนสูง 1.6 เมตร และหนัก 55 กิโลกรัม

นักวิจัยจีนได้พัฒนา Topio เป็นเวลาถึง 4 ปี จนกระทั่งลดความหน่วงในการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวลงมาถึง 50-100 มิลลิวินาที และสามารถกะตำแหน่งของลูกปิงปองได้อย่างแม่นยำ ความผิดพลาดไม่เกิน 2.5 ซม.

ในระหว่างการตีโต้ไปมานั้น หุ่นยนต์แต่ละตัวจะได้รับข้อมูลจากกล้องที่จับทิศทางและมุมของลูกปิงปองด้วยความเร็ว 120 ภาพต่อวินาที และเอาข้อมูลนั้นมาคำนวณด้วยระบบประสาทประดิษฐ์ (artificial neural network) ทำให้มันสามารถตีโต้ปิงปองกับมนุษย์หรือกับหุ่นยนต์ด้วยกันเองได้อย่างสบายๆ

อย่างไรก็ตาม หากเจอนักกีฬาใช้ลีลาพลิกแพลง ตีลูกตัด ลูกโค้ง หุ่นยนต์ก็คงทำได้แค่ตีลมวืดไปวืดมา

ที่มา - Xinhuanet, PhysOrg

นักวิทยาศาสตร์จีนเขม่นกันเอง ไม่พอใจผลรางวัล Lasker

เมื่อปีที่แล้วเราได้เห็นข่าวนักฟิสิกส์ตีกันเพราะรางวัลโนเบล มาปีนี้ก็เป็นเรื่องราวของนักเคมีที่มีเรื่องกันเพราะผลประกาศรางวัลบ้าง แม้ว่าจะไม่ใช่รางวัลโนเบลซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุดของนักวิทยาศาสตร์ แต่ชื่อเสียงของรางวัล Lasker ก็ยิ่งใหญ่ระดับโลกเช่นกันโดยเฉพาะในวงการวิทยาศาสตร์การแพทย์

จุดเริ่มต้นของเรื่องคือ ผลรางวัล Lasker-DeBakey Clinical Medical Research Award ปี 2011 นี้ที่มอบให้กับ Tu Youyou นักพฤกษเคมี (phytochemist) วัย 80 ปีแห่ง Academy of Traditional Chinese Medicine ของสาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับการค้นพบ artemisinin ซึ่งเป็นยารักษาโรคมาลาเรียที่มีราคาถูก ช่วยชีวิตคนมากมายโดยเฉพาะผู้ป่วยในประเทศยากจน

Syndicate content