Human

พฤติกรรมรักร่วมเพศมีสาเหตุเพราะพันธุกรรมและสภาพแวดล้อม

49
vote

งานวิจัยเรื่องพฤติกรรมรักร่วมเพศ จากมหาวิทยาลัย Queen Mary และ Karolinska Instituet ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Archives of Sexual Behavior ได้บ่งชี้อย่างชัดเจนว่าพฤติกรรมรักร่วมเพศ นั้นเกิดมาจากปัจจัยทางด้านพันธุกรรมและสภาพแวดล้อม รวมถึงกระบวนการพัฒนาทางชีววิทยา เช่นการมีฮอร์โมนที่แตกต่างออกไประหว่างอยู่ในครรภ์

ทีมวิจัยได้สำรวจกลุ่มคู่แฝดทั้งหมด 3,286 คู่ (7,652 คน)ซึ่งมีทั้งแฝดแท้และแฝดเทียม โดยกลุ่มตัวอย่างมีอายุระหว่าง 20-47 ปี ทั้งนี้เพื่อดูความแตกต่างทางพันธุกรรมและสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงดู ซึ่งผลจากการเปรียบเทียบระหว่างแฝดแท้และแฝดเทียมให้ผลปรากฏว่า พันธุกรรมนั้นมีผลในบางส่วน

กลุ่มตัวอย่างจะได้รับการถามถึงจำนวนคู่นอน ทั้งต่างเพศและเพศเดียวกันที่เคยมีมา ผลที่ได้ปรากฏว่า 35% ของชายที่เคยมีคู่นอนเป็นเพศเดียวกัน มีสาเหตุมาจากพันธุกรรม และ 64% นั้นมาจากสภาพแวดล้อม (ไม่เกี่ยข้องกับสังคม, ทัศนะคติ หรือการเลี้ยงดู) หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ สาเหตุที่ทำให้ผู้ชายรักเพศเดียวกัน นั้นมีหลายหนทาง ไม่ใช่แต่เพียงหนทางใดหนทางหนึ่ง

แต่สำหรับเพศหญิง ผลที่ได้นั้นต่างออกไปพอสมควร 18% นั้นเกิดมาจากพันธุกรรม 64% เกิดจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้ใช้ร่วมกัน และ 16% เกิดจากสภาพแวดล้อมเดียวกัน (ครอบครัว, สังคม)

นักวิจัยสรุปผลที่ได้ว่า ในเพศหญิง ปัจจัยด้านพันธุกรรมและครอบครัวนั้นมีผลพอๆ กัน โดยที่สภาพแวดล้อมอื่นๆ นั้นมีผลมากที่สุด ส่วนในเพศชาย สภาพครอบครัวหรือการเลี้ยงดูแทบจะไม่มีผลกระทบเลย แต่เกิดจากพันธุกรรมและสภาพแวดล้อมทางชีววิทยามากกว่า

แต่อย่างไรก็ตาม นักวิจัยได้เตือนว่า งานวิจัยชิ้นนี้ยังไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอนสำหรับพฤติกรรมรักร่วมเพศ เนื่องจากความแตกต่างระหว่างชายหญิงเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ

ที่มา - Physorg

บังคลาเทศพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนก

88
vote

ข่าวสั้นๆ ครับ

รัฐมนตรีกระทรวงสาธารสุขของบังคลาเทศ รายงานถึงผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดนกรายแรกของประเทศ โดยบอกแค่ว่าผู้ป่วยเป็นเด็ก ติดเชื้อตั้งแต่เดือนมกราคม แต่ไม่ได้บอกอายุ หรือรายละเอียดอื่นๆ แต่เด็กคนดังกล่าวได้รับการรักษาแล้ว

ที่มา - Physorg

นักวิจัยทำแผนที่การขนส่งธาตุเหล็กของโปรตีน

80
vote

นักวิทยาศาสตร์ จากภาควิชาเคมีและชีวเคมีมหาวิทยาลัยมอนทานา สเตท (Montana State University)ได้ตีพิมพ์งานวิจัย ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อผู้คนที่ป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวกับธาตุเหล็ก

งานวิจัยดังกล่าว ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร Proceedings of National Academy of Science โดยเป็นผลงานร่วมกันระหว่าง Martin Lawrence และ Anoop Sendamarai ซึ่งเป็นการศึกษาเกี่ยวกับ โปรตีน Steap3 โปรตีนตัวนี้มีความสำคัญ ในการควบคุมการดูดซึมธาตุเหล็กของร่างกาย

จากผลการศึกษา การทำแผนที่สามมิติของโครงสร้างอะตอม ที่มาประกอบเป็นโปรตีน Steap3 ทำให้เภสัชกรมีความหวังในการออกแบบยา ที่ใช้ควบคุมระดับของธาตุเหล็กในกระแสเลือด

ธาตุเหล็กมีความจำเป็น สำหรับการทำงานหลายอย่างในกระแสเลือด เป็นพาหนะในการบรรทุกออกซิเจน, ขนส่งอิเล็กตรอนภายในเซลล์ และเป็นกลไกสำคัญสำหรับระบบเอนไซม์ในร่างกาย

หากร่างกายขาดธาตุเหล็ก ก็จะส่งผลให้เป็นโรคโลหิตจาง ซึ่งจากการประมาณการ โรคโลหิตจางส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้านคนทั่วโลก และยังส่งผลกระทบไปต่อการพัฒนาร่างกายและระบบภูมิคุ้มกัน

ในทางกลับกัน ถ้าหากร่างกายได้รับธาตุเหล็กมากเกินไป จะทำให้เกิดสภาวะที่เรียกว่า hemochromatosis ซึ่งจะทำให้มีการปล่อยอนุมูลอิสระออกมาทำร้ายร่างกาย ซึ่งโรคดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้น 1 ใน 300 คน โดยเฉพาะบุคคลที่มีบรรพบุรุษเป็นชาวยุโรปตอนเหนือ

ในปัจจุบัน เรายังไม่ทราบกลไกที่แน่ชัด ว่าทำไมบางคนถึงมีปริมาณธาตุเหล็ก มากหรือน้อยเกินไป

เพื่อที่จะให้เข้าใจถึงบทบาทของโปรตีน Steap3 นักวิจัยต้องนำตัวอย่างที่ได้มาทำให้บริสุทธิ์ และทำให้อยู่ในรูปของผลึก

โครงสร้างผลึกที่ได้ จะนำมาทำเป็นเป็นโครงร่างแผนที่ ซึ่งจากแผนที่ที่ได้ ทำให้บริษัทยา สามารถออกแบบยารักษาอาการดังกล่าวได้

ที่มา - Physorg

งานวิจัยชิ้นใหม่ แย้งความเชื่อเกี่ยวกับการมองเห็นในคน

50
vote

งานวิจัยชิ้นล่าสุด โดยความร่วมมือของ ศูนย์พัฒนาพันธุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก (NYU’s Center for Developmental Genetics) กับ มหาวิทยาลัย W?rzburg ได้ก่อให้เกิดข้อโต้แย้งกับความเชื่อดั้งเดิม ที่เชื่อกันว่า การรับรู้สีสันและการรับรู้การเคลื่อนไหวของวัตถุ ในระบบการมองเห็นของคนเรา ทำงานสัมพันธ์กัน

นักวิจัยได้ทำการทดสอบความเชื่อดังกล่าว โดยเปรียบเทียบแมลงวันผลไม้ทีมีความบกพร่องในการรับรู้สี กับแมลงวันผลมไม้ที่ปกติ แล้วดูความสามารถในการตอบสนองของวัตุที่เคลื่อนไหว ซึ่งจากผลการทดลอง พบว่าแมลงวันทั้งสองชนิด มีความสามารถในการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวในระดับเดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การรับรู้สีสัน ไม่มีผลต่อการตรวจจับการเคลื่อนไหว

ที่มา - Physorg

มาสร้างเส้นประสาทจากเส้นผมกันเถอะ

45
vote

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Wake Forest ได้รายงานผลการศึกษา การใช้โปรตีน เคราติน (Keratin) มีความสามารถในการเร่ง การสร้างเส้นประสาท และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของเส้นประสาทที่เสียหาย เมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

Syndicate content