Computer

ชิปคาร์บอนกำลังจะมาแทนที่ซิลิกอน?

ทุกวันนี้วัตถุดิบสำคัญในกระบวนการผลิตชิปคือซิลิกอนนับแต่มนุษยชาติมีทรานซิสเตอร์ใช้แทนหลอดสุญญากาศ ความจริงข้อนี้ก็ไม่เคยเปลียนไปจนวันนี้นักวิทยาศาสตร์จาก IBM ก็ประสบความสำเร็จในการสร้างทรานซิสเตอร์จาก Graphene ซึ่งเป็นรูปแบบการเรียงตัวของอะตอมคาร์บอนเป็นแผ่นชั้นเดียว

ทรานซิสเตอร์จาก Graphene ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้ทีมงานเดียวกันเคยสร้างทรานซิสเตอร์แบบนี้ได้ด้วยการแยกชั้น Graphene ออกมาจากถ่านกราไฟต์ได้สำเร็จมาแล้วทำให้ได้ทรานซิสเตอร์ที่ทำงานได้ด้วยความถี่ 26Ghz แต่เทคนิคใหม่เป็นการสร้าง Graphene ขึ้นบนแผ่น silicon-carbide โดยการให้ความร้อนแผ่นวัตถุดิบจนซิลิกอนละเหยไป เหลือไว้เพียงแผ่นคาร์บอนบางๆ เป็นวัตถุดิบในการสร้างทรานซิสเตอร์ที่ทำงานได้ถึง 100Ghz

การใช้งานจริงยังคงห่างออกไปอีกหลายปี และการใช้งานในช่วงแรกคงเป็นงานทางการทหารและงานเฉพาะอย่างเท่านั้น หลังจากนั้นจึงกลายมาเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้เราใช้งานกันจริงๆ

ที่มา - TechnologReview

ลวดนาโนช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของหน่วยเก็บข้อมูล

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย (University of Pensylvania) ได้สร้างอุปกรณ์เก็บข้อมูล ที่อยู่บนพื้นฐานของลวดนาโน (Nanowire) ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลเป็นจำนวนบิตได้มากกว่าหน่วยความจำแบบทั่วไป แทนที่จะเก็บข้อมูลอยู่ในรูปของ "0", "1" ก็จะสามารถเก็บได้เป็น "0", "1" และ "2" ความสามารถดังกล่าว นำไปสู่การพัฒนาอุปกรณ์เก็บข้อมูลรุ่นถัดไป ซึ่งมีความจุของข้อมูลสูงกว่าเดิม

ลวดนาโนที่ทางทีมวิจัยนำมาใช้ มีลักษณะโครงสร้างคล้ายกับสาย โคแอ็กเชียล (Coaxial) โดยส่วนของแกนทำด้วยสารประกอบระหว่าง เจอร์เมเนียม, เงิน, เทลลูเรียม หรือ Ge2Sb2Te5 ในขณะที่ส่วนนอกสร้างมาจาก เจอร์มันเนียม เทลลูไรด์ หรือ GeTe

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความร้อนให้กับลวดนาโน ส่วนของแกนและเปลือกจะเปลี่ยนจากผลึก กลายเป็นรูปร่างที่ไม่แน่นอน ซึ่งสองสถานะนี้จะมีความต้านทานไฟฟ้าที่แตกต่างกัน ความต้านทานไฟฟ้าต่ำเมื่อแก่นและเปลือกอยู่ในสภาวะเป็นผลึก และจะมีความต้านทานสูงเมื่อทั้งแก่นและเปลือกอยู่ในสภาวะไร้รูปร่าง (Amorphous) ซึ่งจะนำมาใช้แทนค่าบิต 0 และ 1

บิตที่สามจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ แกนมีสถานะเป็นผลึกและเปลือกมีสภาวะไร้รูปร่าง (หรือกลับกัน) ซึ่งให้ค่าความต้านทานที่ต่างออกไป

นอกจากความจุที่เพิ่มสูงขึ้นแล้ว การใช้ลวดนาโนสามารถช่วยลดขนาดของอุปกรณ์ลงได้ และการผลิตหน่วยความจำสามารถทำได้มากขึ้น เนื่องมาจากขนาดที่เล็กลงนั่นเอง

ที่มา - Physorg

แก้ข้อผิดพลาดของคอมพิวเตอร์ทำให้เข้าใจทฤษฏีวิวัฒนาการได้ดีขึ้น

อะไรทำให้มนุษย์เรามีความแตกต่างจากลิงชิมแปนซี ? นักวิัจัยจาก European Molecular Biology Laboratory's European Bioinformatics Institute (EMBL-EBI) ได้เข้าใกล้คำตอบดังกล่าวมากยิ่งขึ้น หลังจากที่มีการค้นพบข้อผิดพลาด ของเครื่องมือที่ใช้ในการเปรียบเทียบลำดับของรหัสพันธุกรรม เพื่อหาความสัมพันธุ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน และได้พัฒนาเครื่องมือตัวใหม่ ซึ่งแก้ไขข้อผิดพลาด และเพิ่มความเข้าใจในทฤษฏีวิวัฒนาการมากยิ่งขึ้น

เนื่องจากการวิวัฒนาการเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถศึกษาโดยการสังเกตได้โดยตรง และก็เป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ต้องเรียนรู้กลไกการวิวัฒนาการ และความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด โดยอาศัยการการเปรียบเทียบรหัสพันธุกรรม

การเปลี่ยนของรหัสพันธุกรรมเพียงไม่กี่ตัว ก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ ไปจนถึงรุ่นลูกหลานได้ รหัสพันธุกรรมสามารถถูกแทนที่, สูญหาย, หรือถูกเพิ่มลงไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ทำให้โครงสร้างและการทำงาน ของยีนและโปรตีนเปลี่ยนแปลงไป และก่อให้เกิดสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ๆ ขึ้นมาบนโลก การเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นการเปิดเผยความเข้าใจในวิวัฒนาการ

การเปรียบเทียบหลายลำดับ เริ่มต้นโดยการเรียงตำแหน่งของลำดับพันธุกรรม ลำดับของรหัสพันธุกรรมที่มีบรรพบุรุษร่วมกัน จะมีตัวอักษรเหมือนกัน ในขณะที่ลำดับที่มีการเพิ่มหรือสูญหาย จะถูกทำเครื่องหมายเป็นช่องว่าง กระบวนการเปรียบเทียบจะใช้พลังในการคำนวนสูงมาก การเปรียบเทียบจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้น เมื่อมีลำดับพันธุกรรมที่ใช้เปรียบเทียบเกิดมีการเพิ่ม ในขณะที่ลำดับพันธุกรรมอีกอันเกิดมีการสูญหาย วิธีการแบบเดิมไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ และำนำไปสู่ข้อบกพร่องในการเข้าใจทฤษฏีวิวัฒนาการ

วิธีการแก้ปัญหาดังกล่าว นักวิจัยได้ใช้วิธีการ นำรหัสพันธุกรรมที่มีปัญหา ไปเปรียบเทียบกับสิ่งมีชีวิตที่มีรหัสพันธุกรรมใกล้เคียงกัน เช่น ถ้ากำลังเปรียบเทียบรหัสพันธุกรรมระหว่างมนุษย์กับลิงชิมแปนซีอยู่ แล้วเจอลำดับที่ไม่สามารถตัดสินได้ว่ามีการเพิ่มหรือสูญหาย เครื่องมือที่ได้รับการพัฒนามาใหม่ ก็จะไปเรียกข้อมูลที่เหมือนกันของสิ่งมีชีวิตที่ใกล้เคียงที่สุด เช่น กอริลลาหรือค่าง ถ้าเกิดมีช่องว่างเหมือนกับลิงชิมแพนซี ก็แสดงว่ารหัสพันธุกรรมของมนุษย์มีการเพิ่มขึ้นมา

ผลจากวิธีการใหม่ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทราบว่า การเพิมของรหัสพันธุกรรมมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากกว่าที่เคยคิดไว้ ในขณะที่การสูญหายของรหัสพันธุกรรมก็มีค่ามากเกินไปจากวิธีแบบเก่า

ที่มา - EurekAlert

คอมพิวเตอร์ที่สร้างจากสิ่งมีชีวิต

นักวิจัยจากสหรัฐ ได้ทำการสร้างคอมพิวเตอร์ที่มีชีวิตขึ้นมาเป็นครั้งแรก โดยการปรับเปลี่ยนกลไกพันธุกรรมของแบคทีเรียชนิดหนึ่ง งานวิจัยชิ้นนี้ ยังเป็นการเปิดประตู ไปสู่การประยุกต์ใช้งานต่างๆ มากมาย เช่น การเก็บข้อมูล หรือเครื่องมือที่ใช้ในการปรับแต่งยีน

ทีมนักวิจัย โดยความร่วมมือของ ภาควิชาชีววิทยาและภาควิชาคณิตศาสตร์ ของ Davidson College, North Carolina และ Missouri Western State ได้ทำการเพิ่มยีนให้กับแบคทีเรีย Escherichia ทำให้คอมพิวเตอร์ที่ได้จากแบคทีเรียชนิดนี้ สามารถแก้ปริศนาคลาสสิกของคณิตศาสตร์ ที่มีชื่อว่า burnt pancake ได้

ปัญหา burnt pancake จะเป็นกลุ่มของแพนเค้กขนาดต่างๆ วางซ้อนกันอยู่ โดยจะมีด้านที่สุกและด้านที่ไหม้อยู่ เป้าหมายของปัญหาดังกล่าว คือ จัดเรียงให้แพนเค้กชิ้นที่ใหญ่สุดอยู่ด้านล่าง โดยด้านที่ไหม้ต้องคว่ำอยู่ โดยพลิกแพนเค้กให้น้อยที่สุด

ข้อดีของคอมพิวเตอร์ที่สร้างจากแบคทีเรีย ที่เหนือกว่าคอมพิวเตอร์แบบเดิมๆ ก็คือ ในหลอดการทดลอง 1 หลอด สามารถบรรจุแบคทีเรียที่ได้รับการตัดต่อพันธุกรรมได้หลายล้านตัว ซึ่งแต่ละตัวสามารถทำงานร่วมกันแบบขนานได้ นอกจากนี้ยังประหยัดเนื้อที่และมีราคาที่ต่ำ

ที่มา - Physorg

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เก่าอย่าทิ้ง สามารถมาเติมเป็นน้ำมันได้

นักวิจัยจากโรมาเีนียและตุรกี ได้ทำการพัฒนากระบวนการที่ง่าย แต่ทรงประสิทธภาพ ในการนำแผงวงจรของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มาแปรสภาพให้เป็นเชื้อเพลิง, พลาสติก และผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการใช้งาน

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่ไม่สามารถใช้งานได้ นับเป็นปัญหาใหญ่ สำหรับกวงการสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน เนื่องจากแแผงวงจร ประกอบไปด้วยสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น โลหะหนัก

ในงานวิจัยของ Cronelia Vasile ได้นำแผงวงจรจากคอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช้แล้ว มาผ่านความร้อนสูง และใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา และใช้กระบวนการทางเคมี ซึ่งจากกระบวนการดังกล่าว ทำให้สามารถ นำสารพิษออกจากอุปกรณ์เหล่านั้นได้เกือบหมด และผลลัพธ์ที่ได้อีกอย่างก็คือ น้ำมัน ซึ่งมีความปลอดภัยพอที่จะนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง หรือนำไปเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่น เช่น พลาสติก

ที่มา - ScienceDaily

การเข้ารหัสควอนตัม สามารถถูกถอดได้

การเข้ารหัสเชิงควอนตัม (Quantum Cryptography) ได้รับการเชื่อมั่นว่า เป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุด ในการปกป้องข้อมูลจากผู้ที่ไม่หวังดี แต่ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Link?ping ประเทศสวีเดน ได้พบช่องโหว่ของทฤษฏีดังกล่าว ซึ่งนำมาสู่ความเสี่ยง ในการขโมยข้อมูลที่สำคัญๆ อย่างเช่น ธุรกรรมทางการเงิน

ในการส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ จะมีการเข้ารหัสของข้อมูลที่ส่ง ด้วยกุญแจสาธารณะ โดยผ่านช่องทางการสื่อสารที่ปลอดภัย ซึ่งในระหว่างการส่งข้อมูลผ่านตัวกลาง ก็มีโอกาสที่กุญแจดังกล่าว อาจถูกทำซ้ำโดยการดักข้อมูลที่ตัวกลางระหว่างทาง วิธีการที่ดีที่สุดที่ทำให้กุญแจนั้นปลอดภัย ก็คือการเพิ่มจำนวนบิตของการเข้ารหัสให้มากขึ้น เพื่อที่ให้การถอดรหัสสามาถทำได้ยากขึ้น

เทคโนโลยีเข้ารหัสเชิงควอนตัม เป็นที่คาดคะเนว่า สามารถทำให้เกิดความปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในปัจจุบันมีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้น ที่ใช้เทคนิคดังกล่าวในการส่งข้อมูล เนื่องจากต้องอาศัยฮาร์ดแวร์เฉพาะ เช่น ลำแสงเลเซอร์ที่สามารถยิงอนุภาคโฟตอน ผ่านทางใยแก้วนำแสง

เหตุผลที่ทำให้การเข้ารหัสเชิงควอนตัม ได้รับการเชื่อมั่นว่ามีความปลอดภัยสูง ก็เนื่องมาจาก คุณสมบัติทางกลศาสตร์ควอนตัม ที่ว่าอนุภาค ไม่สามารถทำการวัดหรือปรับเปลี่ยน โดยไม่ก่อให้เกิดการรบกวน ซึ่งจากคุณสมบัติดังกล่าว หากมีใคร ที่จะพยายามคัดลอกข้อมูลที่เข้ารหัสเชิงควอนตัม ก็จะก่อให้เกิดสัญญาณรบกวนอย่างมหาศาล ซึ่งทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้งานได้เลย

Jan-?ke Larsson นักวิจัยจากภาควิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัย Link?ping ได้ทำการพิสูจน์ว่า การเข้ารหัสเชิงควอนตัมไม่ได้ปลอดภัย 100% โดยมีความเป็นไปได้ทางทฤษฏี ที่ผู้ไม่ได้รับอนุญาติ สามารถดักจับข้อมูลได้ โดยที่ไม่ถูกตรวจพบ ถ้าหากเขาสามารถ จัดการระหว่าง กลศาสตร์ควอนตัม และ การติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางปกติ โดยใช้การเข้ารหัสเชิงควอนตัม

ที่มา - ScienceDaily

ซอฟต์แวร์สำหรับเร่งความเร็ว P2P

ในปัจจุบัน ปริมาณแบนวิดธ์กว่า 70 % ของระบบอินเตอร์เน็ต ได้ถูกใช้ไปโดยเครือข่าย P2P ซึ่งนำมาสู่ปัญหาขัดแย้ง ระหว่างผู้ใช้งาน กับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ซึ่งแต่ฝ่ายก็ล้วนแล้วแต่มีเหตุผลของตัวเอง

Fabian E. Bustamante และ David Choffnes สองนักวิจัย แห่งมหาวิทยาลัย Northwestern University's McCormick School of Engineering and Applied Science ได้ทำการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีชื่อว่า Ono ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับกาค้นหา เครื่องลูกข่ายในเครือข่าย P2P ที่อยู่ใกล้กันมากที่สุด ซึ่งปัจจุบัน ซอฟต์แวร์ดังกล่าวได้ถูกดาวน์โหลด โดยผู้ใช้งานกว่า 150,000 คน และถูกนำไปประยุกต์ใช้ ในโปรแกรมยอดนิยมอย่าง Azureus ซึ่งทางผู้พัฒนาอ้างว่า การใช้ Ono สามารถทำให้การดาวน์โหลดทำได้เร็วขึ้นจากเดิม ประมาณ 200 %

สิ่งที่ทำให้ Ono แตกต่างจากซอฟต์แวร์ประเภทเดียวกัน อย่างเช่น P4P ของ Verizon ก็คือ Ono เป็นซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์ส และสามารถติดตั้งได้บนเครื่องลูกข่ายของผู้ใช้งาน โดยที่ทาง ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ใหม่ หรือติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติม

ข้อมูลเพิ่มเติม

AquaLab ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์

P4P รายละเอียดของ P4P

ที่มา - Physorg

มาแต่งหน้าผ่านเว็บกันเถอะ !!

ข่าวดีสำรับคุณผู้หญิง (หรือชายที่มีใจรัก) ครับ

นักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก (UC--San Diego) ได้ทำการปล่อยซอฟต์แวร์ สำหรับเอาใจคุณผู้หญิงที่มีใจรักในการแต่งหน้าโดยเฉพาะ หมดยุคสำหรับการลองว่าลิปสติกสีไหนเหมาะกับใบหน้า, ต้องทารองพื้นสีอะไรจึงจะดูดี, ไม่ต้องทดลองกันจนหน้าพังอีกต่อไป

ซอฟต์แวร์ดังกล่าวอนุญาติให้ผู้ใช้งาน สามารถอัพโหลดรูปหน้าของผู้ใช้งานที่ต้องการลงบนเว็บ โดยมีเครื่องสำอางค์ กว่า 4000 ชนิดให้เลือกทดลองเสริมแต่งได้อย่างจุใจ นอกจานี้ยังสามารถเปลี่ยนสีผมและทรงผมได้อย่างง่ายดาย โดยผ่านการคลิกเมาส์เพียงไม่กี่ครั้ง

อัลกลิทึ่มสำคัญที่ทำให้ซอฟต์แวร์ตัวนี้ ต่างจากซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่เคยมีมา ก็คือ อัลกอลิทึ่ม สำหรับการแยก การใช้กรอส กับการไม่ใช้กรอส ออกจากกัน ซึ่งอัลกอลิทึ่มดังกล่าว ยังมีประโยชน์กับการนำไปประยุกต์กับแอพลิเคชั่นอื่นๆ เช่น ระบบจดจำใบหน้า เป็นต้น

ลิงค์วีดีโอสาธิตการใช้งาน ที่นี่

สนใจทดลองใช้งาน ที่นี่

ป.ล. ผมไม่แน่ใจว่า Gross ในบทความจะหมายถึงลิปกรอสหรือเปล่านะครับ ใครรู้ช่วยทักท้วงด้วย

ที่มา - EurekaAlert

ผลการแข่งขันในงาน Thailand ICT Contest Festival 2008

มหกรรมการประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 7 (Thailand ICT Contest Festival 2008) ที่จัดระหว่างวันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ ได้ประกาศผลรางวัลอย่างเป็นทางการแล้วครับ สำหรับรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลในแต่ละสาขา สามารถดูได้ ตามนี้

การแข่งขันพัฒนาโปรแกรมแห่งประเทศไทย หรือ NSC ที่นี่

การประกวดโครงงานนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ หรือ YSC ที่นี่

การแข่งขันประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ YECC ทีนี่

การแข่งขันสร้างสรรค์นวัตกรรมด้วย RFIDแห่งประเทศไทย หรือ NRIC ที่นี่

ยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกคนนะครับ ส่วนผมปีหน้าคงต้องพยายามใหม่

พานาโซนิคพัฒนาทรานซิสเตอร์ที่มีค่า Breakdown สูง

พานาโซนิคประกาศพัฒนา ทรานซิสเตอร์ที่มีส่วนกระกอบของ Galiium Nitride (GaN) ซึ่งมีค่า breakdown สูงกว่า 10000 โวลต์ ซึ่งค่า breakdown ดังกล่าวมากกว่าค่าสูงสุดที่เคยมีมากว่า 5 เท่า และสามารถนำไปประยุกต์กับงานที่ต้องใช้ความต่างศักย์สูงมากๆ หรือใช้กับสวิตซ์ที่สูญเสียพลังงานต่ำ

Syndicate content