Whales

กังหันพลังงานคลื่นแบบใหม่...ได้รับแรงบันดาลใจจากครีบวาฬ

การใช้กังหันใต้น้ำแปลงคลื่นในมหาสมุทรเป็นพลังงานไฟฟ้ามีอุปสรรคที่สำคัญอยู่ประการหนึ่งคือ ในกรณีที่คลื่นมีความเร็วต่ำ การดึงพลังงานจากคลื่นจะทำได้ไม่มีประสิทธิภาพมากนัก

นักวิจัยจาก Naval Academy ของสหรัฐอเมริกาได้หาทางแก้ปัญหานี้ด้วยการเลียนแบบครีบของวาฬหลังค่อม (humpback whale) ในกังหันแบบใหม่ที่ออกแบบนี้ บนขอบของใบพัดแต่ละอันจะมีปุ่ม (bumps) เรียงอยู่ กังหันนี้ช่วยทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการดึงพลังงานจากคลื่นความเร็วต่ำ ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานกับคลื่นที่มีความเร็วสูงหรือเพิ่มความซับซ้อนของกังหันแต่อย่างใด

ที่มา Science Daily

วาฬก็มีอาการผิวไหม้แดดได้

ใครชอบไปเที่ยวทะเลอาบแดดคงรู้จักอาการผิวไหม้แดด (Sunburn) กันดี และคงรู้ด้วยว่ามันปวดแสบแค่ไหน

ผลการศึกษาใหม่พบว่า วาฬ (หรือ ปลาวาฬ ที่หลายคนเรียกกัน) ก็เจอกับอาการผิวไหม้แดดได้เหมือนๆ กับมนุษย์

Karina Acevedo-Whitehouse และคณะได้ทำการถ่ายรูปและเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อผิวหนังของวาฬสามชนิดที่อาศัยอยู่ในอ่าวแคลิฟอร์เนีย ได้แก่ วาฬสีน้ำเงิน (Blue whales), วาฬครีบ (Fin whales), และ วาฬสเปิร์ม (Sperm whales) ในช่วงเวลาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007-2009 การเก็บตัวอย่างทำโดยการยิงลูกดอกไปที่วาฬแล้วสกัดเนื้อเยื่อที่ติดมากับลูกดอกนั้น

คณะวิจัยพบว่า เนื้อเยื่อผิวหนังที่เก็บมาเกือบทุกชิ้นมีเซลล์ที่ถูกทำลายด้วยรังสี UV (Ultraviolet ray) อยู่ด้วยในปริมาณมากจนน่าเป็นห่วง บางชิ้นก็พบเซลล์ที่ถูกทำลายนี้ในระดับชั้นผิวที่ลึกมาก หรือพูดง่ายๆ คือ โดนแดดเผาไหม้ทะลุไปถึงชั้นหนังแท้กันเลยทีเดียว

วาฬชนิดที่มีอาการผิวไหม้แดดหนักหนาสาหัสที่สุด คือ วาฬสีน้ำเงิน ซึ่งมีเม็ดสี (pigment) ในผิวหนังน้อยกว่าวาฬอีกสองชนิดที่ทำการสำรวจ แต่ก็ไม่ใช่ว่าวาฬชนิดอื่นจะมีอาการดีกว่ากันมากนัก โดยเฉพาะวาฬสเปิร์มที่ต้องเจอกับแสงแดดมากกว่า เพราะใช้ชีวิตอยู่ใกล้ผิวน้ำมากกว่า อย่าลืมนะครับ วาฬไม่มีขนหรือเกล็ดหนาๆ ที่จะป้องกันแสงแดดได้เลย ในมหาสมุทรก็ไม่มีที่ร่มให้เข้าไปหลบแดดด้วย

นักวิจัยเชื่อว่าสาเหตุที่วาฬมีอาการผิวไหม้แดดมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมานี้เป็นเพราะชั้นโอโซนที่บางลง ทำให้รังสี UV ส่องผ่านมาถึงผิวโลกได้มากขึ้น พื้นที่อ่าวแคลิฟอร์เนียที่ทำการสำรวจก็อยู่ใกล้กับพื้นที่เขตร้อนซึ่งมีระดับของรังสีที่ก่อให้เกิดมะเร็งสูงกว่าเขตอบอุ่นและเขตหนาวถึง 5 เท่า แม้ว่าปัจจุบันเราจะมีมาตรการลดการใช้สารที่ทำลายชั้นโอโซนกันอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ก็ยังคาดว่าต้องใช้เวลาอีกประมาณ 70 ปี กว่าชั้นโอโซนจะกลับมามีระดับเท่ากับที่เคยมีในปี ค.ศ. 1950

กว่าจะถึงเวลานั้น ใครจะอาสาไปทาครีมกันแดดให้วาฬบ้าง :D

ที่มา Discovery News

วาฬในยุคแรกออกลูกบนบก

รายงานการศึกษาตัวอย่างซากฟอสซิล Maiacetus inuus บรรพบุรุษของวาฬทะเลที่พบในประเทศปากีสถานได้แสดงให้เห็นว่าสัตว์ชนิดนี้ออกลูกบนบกก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นสัตว์น้ำเต็มตัวเช่นปัจจุบัน

การค้นพบนี้เกิดขึ้นได้เพราะซากวาฬที่พบมีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก จน Philip D. Gingerich และทีมงานจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนสามารถศึกษาถึงลักษณะของโครงสร้างแล้วมีหลักฐานสนับสนุนว่า Maiacetus inuus นี้ออกลูกโดยให้หัวออกมาก่อนซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของสัตว์ที่คลอดลูกบนบก

ทีมงานเชื่อว่า Maiacetus inuus นี้จะอาศัยบริเวณชายฝั่งโดยไม่สามรถเดินทางบนบกไปได้ไกลนัก

ที่มา - PhysOrg, PLoS

ภาพจากตัวงานวิจัย ใช้สัญญาอนุญาตแบบ CC-BY

ฝูงวาฬเกยตื้นที่เกาะแทสมาเนียร์ เสียชีวิตทุกตัวแล้ว

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ฝูงวาฬเสปิร์ม (Sperm Whale) จำนวน 45 ตัวได้เกยตื้นบริษัทชายฝั่งเกาะแทสมาเนียร์ทางใต้ของออสเตรเลีย เมื่อหน่วยกู้ภัยไปถึงนั้นมีเพียง 7 ตัวที่ยังมีชีวิตอยู่ และค่อยๆ เสียชีวิตลงทีละตัวจนตัวสุดท้ายได้ตายไปเมื่อวานนี้

วาฬเสปิร์มเป็นสัตว์มีฟันที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยลำตัวเมื่อโตเต็มที่จะยาวประมาณ 20.5 เมตรและหนักถึง 57 ตัน และมีอายุยืนยาวได้ถึง 70 ปี

ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าทำไมวาฬเหล่านี้จึงขึ้นมาเกยตื้น แต่นักวิทยาศาสตรเชื่อกันว่าความเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำทำให้ระบบนำร่องในตัววาฬเหล่านี้ทำงานผิดพลาด

ที่มา - PhysOrg

ที่มาภาพและข้อมูลเพิ่มเติม - Wikipedia

sleep whales, sleep well

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ ได้พบกับฝูงปลาวาฬหัวทุย ที่กำลังลอยแอ้งแม้งนอนอยู่บนผิวน้ำโดย บังเอิญ โดยพวกมันต่างลอยน้ำตั้งฉากกับพื้น หัวชี้ขึ้นฟ้า ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ค้นพบการนอนแบบนี้ของปลาวาฬเลยทีเดียว การค้นพบครั้งนี้ก็ทำให้คณะนักวิจัยนั้นเสียวไปตามๆกัน เพราะหากพวกมันตื่นขึ้นมาพร้อมกับความโกรธและโจมตีเรือล่ะก็ พวกเขาคงได้เป็นอาหารมื้อต่อไปของพวกมันแน่ โชคดีที่ถึงแม้ พวกเขาจะทำให้ปลาวาฬตื่นแต่พวกมันก็รีบว่ายหนีไปอย่างรวดเร็ว ไม่ได้ทำอันตรายเรือ โดยก่อนหน้านี้ คณะวิจัยได้ติดตามปลาวาฬหัวทุยกลุ่มหนึ่งโดยใช้เครื่องส่งสัญญาณและพบว่าพวกมันใช้เวลาประมาณ7% ของวัน อยู่นิ่งๆที่ระดับน้ำไม่ลึกนัก ไม่มีใครทราบว่ามันทำอะไร แต่นักวิจัยได้บอกว่า นั่นแหละ คือเวลาที่พวกมันกำลังหลับอยู่

Syndicate content