Robot

หุ่นยนต์แมลงสาบได้เพิ่มปีก วิ่งเร็วกว่าเดิม

หลังจากเล่นกับหุ่นยนต์แมลงสาบที่ชื่อว่า DASH (Dynamic Autonomous Sprawled Hexapod) มาเป็นเวลาสองปี ทีมนักวิจัยที่นำโดย Ron Fearing แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เรีย, เบอร์คลีย์ ก็เริ่มเบื่อกับการเดินด๊อกแด๊กๆ ของมัน เลยพยายามหาทางเพิ่มประสิทธิภาพให้มันดีขึ้น

สิ่งที่พวกเขาคิดได้ ก็คือ การใส่ปีกและหางเข้าไปบนตัว DASH และตั้งชื่อหุ่นยนต์ตัวใหม่ของพวกเขาว่า DASH+Wings (เอากันง่ายๆ แบบนี้แหละ)

จากการทดสอบ พบว่าการเพิ่มปีกและหางเข้าไปทำให้หุ่นยนต์แมลงสาบสามารถวิ่งได้เร็วและราบเรียบขึ้น หากขยับปีกขึ้นลงไปด้วย ก็จะทำให้วิ่งเร็วขึ้นได้อีก แถมไต่ขึ้นพื้นที่ลาดชันได้สูงกว่าเดิมด้วย

นักวิทยาศาสตร์จีนโชว์หุ่นยนต์เล่นปิงปอง

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2011 ที่ผ่านมา นักวิจัยแห่ง Zhejiang University ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เปิดเผยผลงาน "หุ่นยนต์เล่นปิงปอง" ต่อสื่อมวลชน

หุ่นยนต์เล่นปิงปองรุ่นที่นักวิจัยจีนพัฒนานี้มีชื่อว่า "Topio" ผลิตโดย TOSY บริษัทสัญชาติเวียดนาม มีส่วนสูง 1.6 เมตร และหนัก 55 กิโลกรัม

นักวิจัยจีนได้พัฒนา Topio เป็นเวลาถึง 4 ปี จนกระทั่งลดความหน่วงในการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวลงมาถึง 50-100 มิลลิวินาที และสามารถกะตำแหน่งของลูกปิงปองได้อย่างแม่นยำ ความผิดพลาดไม่เกิน 2.5 ซม.

ในระหว่างการตีโต้ไปมานั้น หุ่นยนต์แต่ละตัวจะได้รับข้อมูลจากกล้องที่จับทิศทางและมุมของลูกปิงปองด้วยความเร็ว 120 ภาพต่อวินาที และเอาข้อมูลนั้นมาคำนวณด้วยระบบประสาทประดิษฐ์ (artificial neural network) ทำให้มันสามารถตีโต้ปิงปองกับมนุษย์หรือกับหุ่นยนต์ด้วยกันเองได้อย่างสบายๆ

อย่างไรก็ตาม หากเจอนักกีฬาใช้ลีลาพลิกแพลง ตีลูกตัด ลูกโค้ง หุ่นยนต์ก็คงทำได้แค่ตีลมวืดไปวืดมา

ที่มา - Xinhuanet, PhysOrg

หุ่นยนต์ช่างถ่ายรูปใกล้ความจริงเข้าไปอีกขั้น

การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence) มาใช้ทำงานถ่ายรูปภาพแทนมนุษย์นั้นเริ่มมีกันมาเป็นเวลาพอสมควรแล้ว แต่ว่าทีมนักวิจัยที่นำโดย Raghudeep Gadde นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวอินเดียแห่ง International Institute of Information Technology in Hydrabad ได้พัฒนาความสามารถของหุ่นยนต์ถ่ายรูปขึ้นไปอีกขั้น

หุ่นยนต์ที่ Raghudeep Gadde ใช้ในการวิจัยคือ "NAO" ซึ่งมีกล้องถ่ายรูปติดตั้งอยู่บนหัวอยู่แล้ว พวกเขาได้เขียนโปรแกรมให้ NAO ถ่ายรูปโดยอิงกับหลักการพื้นฐานการถ่ายภาพ 2 ข้อ คือ กฏสามส่วน (the rule of thirds) และอัตราส่วนทองคำ (the golden ratio)

นอกจากนี้พวกเขายังเขียนโปรแกรมในส่วนของการวิเคราะห์คุณภาพของรูปถ่ายเข้าไปด้วยโดยอิงพื้นฐานจากการวิเคราะห์รูปแบบภาพที่ชนะการประกวดตามเว็บไซต์ต่างๆ กว่า 60,000 รูป ทำให้หุ่นยนต์สามารถตรวจสอบได้ว่าภาพที่มันถ่ายมานั้นสวยแล้วหรือยัง ถ้าหากยังไม่สวยพอ หุ่นยนต์ก็จะเปลี่ยนมุมแล้วถ่ายใหม่อีกรอบ จนกว่าจะได้รูปภาพที่มีความสวยงามน่าพอใจ

เทคนิคนี้จะทำให้หุ่นยนต์ช่างถ่ายรูปสามารถถ่ายภาพอะไรก็ได้ให้สวยงามตรงตามหลักการที่ช่างภาพทั่วไปใช้ ต่างจากปัญญาประดิษฐ์แบบเดิมที่วิเคราะห์คุณภาพของรูปได้แต่กรณีภาพถ่ายที่เป็นรูปคน

ที่มา - New Scientist

หุ่นยนต์กลิ้งๆ บินๆ

Alex Kossett และ Nikolaos Papanikolopoulos แห่ง Center for Distributed Robotics ของ University of Minnesota ได้ออกแบบหุ่นยนต์ชนิดใหม่ที่สามารถเคลื่อนที่กลิ้งไปกลิ้งมาได้และยังบินได้เหมือนเฮลิคอปเตอร์ด้วย ทั้งสองเรียกระบบการเคลื่อนที่แบบนี้ว่า "Land/Air Hybrid"

การทำงานของหุ่นยนต์ตัวต้นแบบ (prototype) แสดงไว้ในคลิปวิดีโอข้างล่าง

วิวัฒนาการของหุ่นยนต์ช่วยไขปริศนาพฤติกรรมการเสียสละ

พฤติกรรมการเสียสละ (Altruism) เป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในสิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะสัตว์สังคม สัตว์ตัวใดตัวหนึ่งจะยอมเสียผลประโยชน์หรือแม้แต่เสียชีวิตเพื่อดำรงไว้ซึ่งความอยู่รอดของพวกพ้องในกลุ่ม ในปี 1964 นักชีววิทยาชาวอังกฤษชื่อว่า W. D. Hamilton ได้ตั้งทฤษฎีขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่ออธิบายเหตุผลเบื้องหลังของพฤติกรรมการเสียสละตามหลักการของการคัดเลือกตามธรรมชาติ ต่อมาทฤษฎีนั้นกลายเป็นกฏที่ชื่อว่า "Hamilton's rule of kin selection"

โดยคร่าวๆ "Hamilton's rule of kin selection" มีพื้นฐานว่าสิ่งมีชีวิตแต่ละตัวจะเลือกเส้นทางการกระทำที่ส่งผลให้ยีนของมันส่งผ่านต่อไปยังรุ่นต่อไปได้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น มดงานเลือกที่จะไม่มีลูกของตัวเอง เพราะว่ามดงานแต่ละตัวมียีนตรงกับมดงานตัวอื่นๆ ในรังถึง 75% ในขณะที่ถ้ามันมีลูกเอง มันกับลูกจะมียีนร่วมกันเพียง 50% เท่านั้น วิวัฒนาการจึงเลือกที่จะให้มดงานร่วมกันทำงานให้กับรัง ให้ราชินีออกลูกสร้างพี่น้องของมันออกมาเยอะๆ ดีกว่า
(หมายเหตุ: กรณีในตัวอย่างเป็นแค่กรณีสมมติง่ายๆ ว่ามีมดแค่ 1 รังและราชินีเพียง 1 ตัวที่ผสมพันธุ์กับตัวผู้เพียง 1 ตัว รังมดของจริงซับซ้อนกว่านี้เยอะ)

Hamilton's rule of kin selection ถูกใช้ในการอธิบายพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด แต่ก็ยังไม่เคยมีใครสามารถทดสอบได้ว่า Hamilton's rule ใช้ได้จริงกับทุกระบบหรือไม่ จนกระทั่งทีมนักวิจัยสวิตเซอร์แลนด์ได้ความคิดที่จะทดสอบ Hamilton's rule กับหุ่นยนต์

หุ่นยนต์คุณครู

ด้วยการพัฒนาจาก Korea Institute of Science of Technology (KIST) และการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลเกาหลีใต้ หุ่นยนต์ "EngKey" 29 ตัวกำลังอยู่ในช่วงทดสอบทำหน้าที่คุณครูสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กประถมในเมืองแดกู (Daegu)

หุ่นยนต์ Engkey มีความสูงประมาณ 1 เมตร รูปร่างเป็นทรงกลมๆ เหมือนไข่ สีขาว ตรงหัวจะมีหน้าจอแสดงรูปผู้หญิงหน้าตาฝรั่งๆ มีล้อตรงฐานเคลื่อนที่ได้ คุณครูหุ่นยนต์นี้ถูกโปรแกรมให้อ่านหนังสือ ร้องเพลง เล่นเกมอักษร และเต้นระบำได้โดยการแกว่งแขวนไปมา

คนควบคุม EngKey จะสามารถเห็นภาพนักเรียนในห้องได้จากกล้องที่ซ่อนไว้ ในขณะเดียวกันสีหน้าบนจอของ EngKey ก็จะเปลี่ยนแปลงได้ตามสีหน้าของผู้ควบคุม ในช่วงทดสอบนี้คนควบคุม EngKey เป็นครูภาษาอังกฤษชาวฟิลิปปินส์ (เนื่องจากคิดค่าสอนถูกกว่าครูชาวเกาหลีใต้!) ที่น่าสนใจคือการควบคุมนี้เป็นการควบคุมระยะไกลมาจากประเทศฟิลิปปินส์ด้วย

Kim Mi-Young เจ้าหน้าที่ของสำนักงานการศึกษาเมืองแดกู บอกว่า "เด็กๆ ชอบหุ่นยนต์มาก เพราะว่ามันน่ารัก เด็กมีส่วนร่วมในชั้นเรียนมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะเด็กที่ปรกติจะอายเวลาต้องพูดกับครูที่เป็นมนุษย์"

โครงการทดสอบนี้มีกำหนดเพียง 4 เดือน คิดเป็นเงินลงทุน 1,580 ล้านวอน (หรือประมาณ 41.6 ล้านบาท) ถ้านับเฉพาะราคาค่าตัวหุ่นยนต์ก็ตกตัวละ 10 ล้านวอน (หรือประมาณ 260,000 บาท) สำนักงานการศึกษาเมืองแดกูเห็นว่าอาจจะซื้อหรือเช่าหุ่นยนต์มาประจำการ หากราคามันถูกลงและดูแลรักษาได้ง่ายกว่านี้

ที่มา - Yahoo! News (AFP)

SRI เปิดตัววัสดุดูดติดแบบควบคุมด้วยไฟฟ้า

บริษัทวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ที่ชื่อว่า SRI International ได้เปิดตัววัสดุแบบใหม่ที่เรียกว่า electroadhesion ที่สามารถควบคุมความ "เหนียว" ด้วยไฟฟ้าได้ ทำให้เราสามารถสร้างพื้นผิวที่เปลี่ยนสถานะไปมาระหว่างเหนียวกับไม่เหนียวได้ตลอดเวลา

คุณสมบัตินี้ทำให้เราสามารถสร้างอุปกรณ์แบบใหม่ๆ ได้มากมาก เช่นพื้นผิวเหนียวเช่นเทปกาวนั้นมักเสื่อมสภาพเมื่อถูกฝุ่นผงเป็นเวลานานๆ แต่ด้วยการปรับสภาพเป็นไม่เหนียวได้ก็จะทำให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นมาก

electroadhesion สามารถรองรับน้ำหนักได้ประมาณ 3 ขีดต่อตารางนิ้ว และใช้พลังงาน 70 ไมโครวัตต์ต่อตารางนิ้วเพื่อให้คงสภาพความเหนียว

SRI สาธิตการทำงานด้วยหุ่นยนต์ปีนกำแพง (วีดีโอดูได้ท้ายข่าว)

เอาล่ะ ใครอยากเป็น Spiderman บ้าง?

ที่มา - Engadget

จากนิยายสู่เรื่องจริง: สอนจริยธรรมให้กับหุ่นยนต์

ถ้ามีคนบอกว่า "วันหนึ่งในอนาคต เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ที่เรียนรู้จริยธรรมแบบมนุษย์ได้" เราก็คงมองคนนั้นว่าต้องเพิ่งอ่านนิยายมหากาพย์ภาคหุ่นยนต์ของไอแซค อาซิมอฟ จบมาแล้วเพ้อไปเป็นแน่

แล้วถ้าผมบอกว่า "วันนี้ ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ มีคนสอนให้หุ่นยนต์สามารถเรียนรู้จริยธรรมได้แล้วจริงๆ" หละ คุณจะเชื่อหรือไม่

จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงครับ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ Susan Anderson อาจารย์วิชาปรัชญาแห่งมหาวิทยาลัยคอนเน็คติคัต และสามีนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ของเธอ ศาสตราจารย์ Michael Anderson แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์ตฟอร์ด (University of Hartford) ได้ร่วมมือกันนับเป็นเวลากว่า 10 ปีสร้างศาสตร์สาขาใหม่ขึ้นมา ศาสตร์นี้มีชื่อว่า "จริยธรรมของหุ่นยนต์" (Machine Ethics)

มหาวิทยาลัย Cornell เปิดตัวแขนจับอเนกประสงค์สำหรับหุ่นยนต์

ประเด็นสำคัญสำหรับหุ่นยนต์ที่นักวิจัยคิดค้นกันมายาวนานคือจะทำมือจับอย่างไรให้อเนกประสงค์ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพราะหุ่นยนต์ในทุกวันนี้ต้องการหัวจับเฉพาะงานกันอยู่เสมอๆ และมหาวิทยาลัย Cornell ก็เสนอทางออกแบบใหม่คือลูกโป่งที่อัดด้วยเม็ดกาแฟ

แนวคิดง่ายๆ ของแขนจับแบบนี้คือในภาวะปรกติ หากลูกโป่งมีอากาศบ้าง ก็จะสามารถปรับรูปร่างไปตามแบบที่กดลงไปได้อย่างอิสระ แต่เมื่อดูดอากาศออกจากลูกโป่งจะทำให้ลูกโป่งแข็งตัวจนสามารถรับน้ำหนักของวัตถุได้

ทีมงานทดสอบกับวัตถุหลายอย่างเพื่อเติมลงในลูกโป่ง นับแต่ข้าว, แป้ง, ไปจนถึงผงยางบด แต่ก็จบลงที่เม็ดกาแฟ

แนะนำให้ดูวีดีโอท้ายข่าว มันน่าทึ่งมาก

ที่มา - Cornell Chronicle Online

หุ่นยนต์ "Parallel Link" จากพานาโซนิคเรียนรู้กระบวนการผลิตใหม่โดยให้คนจับแขนกลให้

พานาโซนิคได้โชว์หุ่นยนต์ผลิตสินค้าในโรงงานตัวใหม่ "Parallel Link" ที่นอกจากจะลดการใช้พลังงานลงถึงร้อยละ 50 แล้ว ยังสามารถเรียนรู้กระบวนการผลิตใหม่โดยให้คนบังคับแขนกลในทิศทางต่างๆ ลองดูคลิปวีดีโอสาธิตได้ท้ายข่าว

ที่มา: Akihabara News ผ่าน Engadget

Syndicate content