ความพยายามค้นหาแหล่งพลังงานหมุนเวียนนั้น มีหลายครั้งที่ตั้งอยู่บนความหวังว่าแหล่งพลังงานหมุนเวียนจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าแหล่งพลังงานที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ อย่างไรก็ดี การศึกษาผลกระทบจากแหล่งพลังงานเหล่านี้เพิ่งมีมากขึ้นในช่วงหลัง เมื่อการใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในสหรัฐฯ มีการเก็บค่าอุณหภูมิผิวโลก เพื่อเปรียบเทียบว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงสิบปีหลังมีการติดตั้งกังหันปั่นไฟจำนวนมากในช่วงสิบปีที่ผ่านมา
พื้นที่สำรวจนั้นอยู่ในรัฐเท็กซัส ที่มีการติดตั้งกังหันลมอย่างมากในช่วงหลัง นักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบ MODIS (Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer) ที่เก็บข้อมูลอุณหภูมิพื้นผิวเป็นพื้นที่ 1.1 ตารางกิโลเมตร แล้วนำไปเทียบกับข้อมูลอุณหภูมิขององค์กรการบินเพื่อดูความเปลี่ยนแปลง
ผลการสำรวจพบว่าความร้อนในช่วงเวลากลางวันนั้นไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในเวลากลางคืน โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวนั้นอุณหภูมิพื้นผิวกลับสูงขึ้น 0.5 องศาเซลเซียสต่อสิบปี และช่วงมิถุนายน, กรกฏาคม, และสิงหาคมนั้น อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น 0.72 องศาเซลเซียสต่อสิบปี
นักวิจัยคาดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจากกังหันลมคือการกวนลมหน้าผิวดินจนเกิดเป็นลมหมุน ปกติแล้วในเวลากลางคืน ความร้อนจากผิวดินจะถูกระบายออกไปอย่างรวดเร็ว แต่กังหันลมจะสร้างลมหมุนที่ดึงลมร้อนที่ควรลอยขึ้นด้านบนกลับลงมาสู่ผิวดิน
จนตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าหากเราติดตั้งกังหันเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จะมีผลมากขึ้นกว่านี้ไปเรื่อยๆ หรือไม่ แต่เกษตรกรที่กำลังคิดจะติดตั้งกังหันในไร่เพื่อหารายได้เสริมอาจจะต้องระวังว่ากังหันเหล่านี้มีผลกระทบต่ออุณหภูมิและอาจจะมีผลต่อพืชที่ตัวเองปลูกในที่สุด
DOI: 10.1038/NCLIMATE1505
ที่มา - ArsTechnica

