Alternative Energy

เชื้อเพลิงจากเศษอาหาร

9
vote

นักวิจัยได้ใช้ประโยชน์จากแบคทีเรียต่างกันสองชนิดมารวมกัน เพื่อสร้างไฮโดรเจนในเครื่อง bioreactor ซึ่งแบคทีเรียชนิดหนึ่งจะเป็นตัวสร้างให้แบคทีเรียอีกชนิด นอกจากนี้ เอนไซม์ที่เหลืออยู่ยังสามารถใช้ในกำจัดเศษโลหะ ที่หลงเหลือจากการทำปฏิกิริยาของตัวเร่งปฏิกิริยา ซึ่งเป็นองค์ประกอบของรถยนต์ที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิง ในการเปลี่ยนจากไฮโดรเจนให้กลายเป็นพลังงาน

ในแต่ละวันประเทศอังกฤษมีการทิ้งเศษอาหารกว่า 7 ล้านตันต่อปี ซึ่งส่วนมากของเศษอาหารเหล่านี้จะนำไปสุ่การฝังกลบ ซึ่งก่อให้เกิดก๊าซจำพวกมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก จากความรู้ในการผลิตไฮโดรจนจากสารชีวภาพ ทำให้เศษอาหารเหล่านี้สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานอันมีค่าได้

เมื่ออยู่ในภาวะปราศจากออกซิเจน แบคทีเรียบางจำพวกเช่น fermentative จะใช้คาร์โบไฮเดรตเ่ช่นน้ำตาล ในการสร้างไฮโดรเจนและกรด ส่วนแบคทีเรียชนิดอื่นเช่น purple ใช้แสงในการสร้างพลังงานและสร้างไฮโดรเจน เพื่อใช้ในการย่อยสลายโมเลกุล เช่นกรด ซึ่งคุณสมบัติของแบคทีเรียทั้ืงสองประเภทนี้ สามารถนำมาใช้ร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ โดยแบคทีเีรีย purple จะใช้กรดที่ได้จากการผลิตของแบคทีเรีย fermentation

เมื่อนำแบคทีเรียสองชนิดนี้มาใช้ร่วมกัน ทำให้สามารถผลิตไฮโดรเจนได้มากกว่าการใช้แบคทีเรียตัวเดียวโดดๆ ซึ่งความท้าทายในการผลิตระดับใหญ่ก็คือ การออกแบบ photobioreactor ทีมีราคาถูกในการสร้างและสามารถเก็บแสงได้จากพื้นที่จำนวนมาก ปัญหาต่อมาก็คือกระบวนการเชื่อมต่อ เข้ากับระบบป้อนน้ำตาลที่มีความน่าเชื่อถือ

ด้วยวิธีการนี้ ทำให้สามารถสร้างไฮโดรจนได้จากของเหลือจากการเกษตร เช่น ซังข้าวโพดหรือแกลบ แทนการนำไปฝังกลบซึ่งเป็นการทำลายสภาพแวดล้อม

ที่มา - Physorg

รายงานจากธนาคารโลกเผย อาหารแพงเพราะเชื้อเพลิงชีวภาพ

24
vote

เชื้อเพลิงชีวภาพ ทำให้ราคาอาหารทั่วโลกสูงขึ้นกว่า 75% ตามรายงานที่ไม่ได้รับการเปิดเผยของธนาคารโลก ข่าวดังกล่าวตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์การ์เดียน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

หนังสือพิมพ์การ์เดียนกล่าวว่า รายงานฉบับดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ เพื่อต้องการไม่ให้รัฐบาลสหรัฐเสียหน้า เนื่องจากเคยพูดไว้ว่า เชื้อเพลิงชีวภาพทำให้ราคาอาหารเพิ่มขึ้นเพียง 3%

รายงานฉบับนี้กล่าวว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของประเทศที่กำลังพัฒนา ไม่ได้เป็นการเพิ่มบริโภคพืชที่ใช้เป็นอาหารแต่อย่างใด และไม่ได้องค์ประกอบหลักในการเพิ่มของราคาอาหารด้วย นอกจากนี้ความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นในประเทศออสเตรเลีย ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากมายนัก

ในทางตรงข้าม สหภาพยุโรปและสหรัฐต่างหากที่เป็นปัจจัยทำให้ราคาของอาหารสูงขึ้น โดยเฉพาะสภาพยุโรป ซึ่งมีการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพสูงขึ้นกว่า 10% ในปี 2020

เฉพาะประเทศอังกฤษเพียงประเทศเดียว น้ำมันทุกชนิดที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพ มีอัตราการใช้งานสูงขึ้นกว่า 2.5% ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ รายงานฉบับนี้ยังให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า ถ้าไม่มีการเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพทั่วโลก ปริมาณข้าวโพดและข้าวสาลีที่สะสมอยู่ก็น่าจะมีเพียงพอ และราคาที่สูงขึ้นจากปัจจัยอื่นก็อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง

ความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพยังบิดเบือนราคาตลาด ราคาที่สูงขึ้นของพืชพลังงาน ทำให้เกษตรกรหันมาสนใจปลูกพืชพลังงาน แทนพืชที่ใช้ในการบริโภค

แต่อย่างไรก็ตาม การแปรรูปน้ำตาลอ้อยเป็นเอทานอลของบราซิล กลับไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาอาหารมากนัก

ในรายงานยังบอกอีกว่า ค่าวัสดุเชื้อเพลิงและปุ๋ยที่เพิ่มขึ้น มีส่วนเพิ่มราคาอาหารเพียง 15% เท่านั้น ในขณะที่เชื้อเพลิงชีวภาพ มีส่วนทำให้ราคาอาหารเพิ่มกว่า 75%

ที่มา - Physorg

เชื้อเพลิงชีวภาพบางชนิดอาจส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม

43
vote

นักชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน (University of Washington) ได้แสดงให้เห็นว่า พลังงานชีวภาพบางชนิด ให้ผลกระทบที่ตรงกันข้ามกับจุดประสงค์เดิมของมัน ซึ่งงานวิจัยนี้ ได้รับการตีพิมพ์ในนิยสาร Conservation Biology

งานวิจัยชิ้นนี้ ได้ศึกษาปัจจัยที่เป็นผลกระทบหลายๆ ด้าน เปรียบเทียบพลังงานที่ใช้ในการผลิตเชื้อเพลิง เทียบกับพลังงานที่เชื้อเพลิงชนิดนั้นให้ออกมา, ผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของดิน, และผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร โดยอยู่บนฐานที่ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพไปผสมกับเชื้อเพลิงปกติ ซึ่งผลจากการศึกษา นักวิจัยสรุปได้ว่า เอทานอลที่ได้มาจากข้าวโพด ถือเป็นตัวเลือกที่แย่ที่สุด

นักวิจัยได้ให้เหตุผลว่า ข้าวโพดต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมากในการเติบโตแและการเปลี่ยนเป็นเอทานอล ในขณะที่พลังงานที่ได้อยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ในขณะที่ธัญพืชหรือสาหร่าย ใช้พลังงานในการผลิตที่น้อยกว่า แต่การจะเปลี่ยนทิศทางการผลิตไปใช้พืชเหล่านี้ยังไม่สามารถทำได้เต็มที่ อันเนื่องมาจากข้อจำกัดทางเทคโนโลยี

เพื่อที่ให้การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพทำอย่างถูกทาง นักวิจัยก็เลยแนะนำนโยบายที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจ ดังนี้

  • ประมวลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • สนับสนุนเฉพาะเชื้อเพลิงชีวภาพ ที่สามารถผลิตได้อย่างยั่งยืน
  • เลือกชนิดของพืชที่ให้ประสิทธิภาพสูง
  • เลือกพืชที่ใช้พื้นที่ในการเพราะปลูกน้อย
  • ส่งเสริมการปรับปรุงคุณภาพของดินที่เสื่อมโทรม
  • ห้ามขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่ม (ในที่นี้คงหมาถึงการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อนำมาปลูกพืช)
  • ส่งเสริมพืชที่ใช้ปุ๋ย, ยาฆ่าแมลง ในการปลูกน้อย
  • ส่งเสริมการปลูกพืชท้องถิ่น
  • ห้ามพืชต่างถิ่น
  • ส่งเสริมการปลูกพืชหมุนเวียน
  • ส่งเสริมการอนุรักษ์ดิน
  • ส่งเสริมเฉพาะพลังงานชีวภาพ ที่ปล่อยคาร์บอนออกมาน้อย

จริงๆ แนวทางทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่คนปลูกมักจะละเลยต่างหาก

ที่มา - ScienceDaily

บริษัทพลังงานของนอร์เวย์ทดสอบกังหันลมแบบทุ่นลอย

49
vote

StatoiHydro บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของนอร์เวย์ ได้ประกาศที่จะสร้างกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า ที่ลอยอยู่บนทุ่นนอกชายฝั่งของนอร์เวย์ในปีหน้า

กังหันลมนอกชายฝั่งทะเลไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ต้องยึดติดกับรากฐานใต้ทะเลทั้งสิ้น แต่กังหันลมที่บริษัท StatoiHydro ทำการพัฒนาขึ้น จะติดตั้งโดยยึดตัวกังหันไว้กับทุ่นลอยบนทะเล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล

กังหันลมแบบทุ่นลอย ได้เปรียบกังหันลมแบบเดิมอยู่หลายอย่าง มันสามารถนำไปติดตั้งห่างไกลจากชายฝั่งได้มากขึ้น ซึ่งโดยมากมักมีกระแสลมแรงกว่าบริเวณชายฝั่ง และข้อดีที่สำคัญก็คือ สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก

บริษัท StatoiHydro ลงทุนในโครงการนี้ด้วยเงินกว่า 80 ล้านดอลลาร์ โดยมีชื่อเรียกโครงการว่า Hywind และจะเริ่มติดตั้งบริเวณทะเลเหนือ ห่างจากชายฝั่งของเกาะ Karmoey ประมาณ 10 กิโลเมตร ในช่วงครึ่งหลังของปี 2009

กังหันลมดังกล่าว สามมารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้สูงสุด 2.3 เมกะวัตต์ มีความสูง 65 เมตรจากยอดคลื่น

โครงการนี้จะใช้เวลาทดสอบ 2 ปี หลังทำการติดตั้ง ถ้าหากมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจก็น่าจะมีการดำเนินการต่อ

ที่มา - Physorg

โซลาเซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน

42
vote

นักฟิสิกส์จากเยอรมัน ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพของโซลาร์เซลล์ชนิดฟีล์มบาง จากเดิม 21.9% เพิ่มขึ้นเป็น 23.2% ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในปัจจุบัน ซึ่งงานวิจัยดังกล่าว ได้ถูกนำเสนอในงานประชุมวิชาการเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ San Diego

Bram Hoex นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย Eindhoven University ร่วมมือกับ Fraunhofer Institute ได้ทำการเพิ่มประสิทธิภาพของโซลาร์เซลล์ โดยการเพิ่ม ฟีล์มอลูมิเนียมออกไซด์ที่มีความหนาประมาณ 30 นาโนเมตร ลงบนชั้นของผลึกซิลิคอนของโซลาร์เซลล์

โซลาร์เซลล์ ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก ในฐานนะที่เป็นพลังงานสะอาด และสามารถใช้ได้ไม่มีวันหมด (เท่าที่ดวงอาทิตย์ยังส่องแสง) แต่อุปสรรคสำคัญของแหล่งพลังงานชนิดนี้ ก็คือ ประสิทธิภาพที่ได้ จากการเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์มาเป็นพลังานไฟฟ้า อยู่ในระดับที่ต่ำมาก (มีประสิทธิภาพโดยเฉลี่ย 10-20%) การพัฒนาโซลาร์เซลล์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จึงถือเป็นก้าวสำคัญ ที่ทำให้สามารถนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้เร็วยิ่งขึ้น

ที่มา Physorg

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เก่าอย่าทิ้ง สามารถมาเติมเป็นน้ำมันได้

43
vote

นักวิจัยจากโรมาเีนียและตุรกี ได้ทำการพัฒนากระบวนการที่ง่าย แต่ทรงประสิทธภาพ ในการนำแผงวงจรของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มาแปรสภาพให้เป็นเชื้อเพลิง, พลาสติก และผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการใช้งาน

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่ไม่สามารถใช้งานได้ นับเป็นปัญหาใหญ่ สำหรับกวงการสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน เนื่องจากแแผงวงจร ประกอบไปด้วยสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น โลหะหนัก

ในงานวิจัยของ Cronelia Vasile ได้นำแผงวงจรจากคอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช้แล้ว มาผ่านความร้อนสูง และใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา และใช้กระบวนการทางเคมี ซึ่งจากกระบวนการดังกล่าว ทำให้สามารถ นำสารพิษออกจากอุปกรณ์เหล่านั้นได้เกือบหมด และผลลัพธ์ที่ได้อีกอย่างก็คือ น้ำมัน ซึ่งมีความปลอดภัยพอที่จะนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง หรือนำไปเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่น เช่น พลาสติก

ที่มา - ScienceDaily

พลังงานจากกรดฟอร์มิก

42
vote

นักวิจัยจากเยอรมัน ประสบความสำเร็จ ในการคิดค้นกระบวนการสร้างไฮโดรเจนจากกรดฟอร์มิก (Formic acid) ที่อุณหภูมิห้อง

กรดฟอร์มิก เป็นกรดอินทรีย์ที่มีโครงสร้างโมเลกุลไม่ซับซ้อนมากนัก ตามมธรรมชาติสามารถพบได้จากสัตว์จำพวก มดและผึ้ง มีสูตรโมเลกุลคือ CH2O2 การเปลี่ยนกรดฟอร์มิกให้กลายมาเป็นพลังงาน ของนักวิจัยดังกล่าว ทำได้โดยการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาที่เหมาะสม ก็จะได้เป็นไฮโดรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ และการใช้ตัวดูดซับคาร์บอน ก็เพียงพอที่จะทำให้เราได้ไฮโดรเจนบริศุทธิ์ออกมา ซึ่งการใช้กรดฟอร์มิกมีข้อดีหลายอย่าง ก็คือ สามารถจัดเก้บได้ง่าย, ไม่เป็นพิษ, และสามารถสังเคราะห์ขึ้นมาได้ง่าย

ที่มา - EurekAlert

เมืองไร้ก๊าซคาร์บอนกลางทะเลทราย

45
vote

โครงการ Masdar initiative ของสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซส MIT ประเทศสหรัฐอเมริกา กับบริษัท Abu Dhabi Future Energy จากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต UAE ได้ร่วมกันลงทุนเพื่อสร้างเมืองที่ปราศจากการผลิตคาร์บอน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่ง ของปรากฏการณ์เรือนกระจก โดยใช้งบประมาณกว่า 22,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีพื้นที่เมืองรวม 7 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ชานกรุงอาบู ดาบี เมืองหลวงของ UAE ประกอบไปด้วยที่อยู่อาศัย ร้านค้าและโรงงานขนาดเล็ก ซึ่งสามารถรองรับประชากรได้ประมาณ 50,000 คน

แหล่งพลังงานหลักของเมือง มาจาก พลังงานแสงอาทิตย์ ถึง 82% เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า จากแสงและความร้อน แหล่งพลังงานอีก 17% มาจากการเผาขยะโดยใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนน้อยกว่าแบบเดิมถึง 10 เท่า อีก 1% มาจากพลังงานลม

นอกจากการใช้พลังงานทางเลือกแล้ว เมืองยังได้รับการวางผังเมืองของถนนไปในแนวทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อการระบายความร้อนและการได้รับแสงสว่างของอาคารต่างๆ โดยใช้พลังงานน้อยที่สุด ทั้งนี้ยังมีการจัดการเรื่องการขนส่งของเมือง โดยได้ห้ามพาหนะที่ใช้น้ำมันเข้ามาในเมือง แต่ให้ใช้รถรางไฟฟ้าเพื่อเชื่อมต่อกับพื้นที่อื่นๆของกรุงอาบู ดาบี และภายในเมือง มีการใช้รถครอบครัวขนาดเล็กที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์แทน

การสร้างเมืองนี้ขึ้นมานั้น ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนางานวิจัยด้านพลังงานทดแทน โดยเป็นการนำเทคโนโลยีที่ได้พัฒนาขึ้นมาใช้งานจริง เพื่อลดการใช้พลังงานจากน้ำมัน

ที่มา - NewScientist.COM

โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากคลื่นใต้ทะเล นอกชายฝั่งเกาหลีใต้

29
vote

ประเทศเกาหลีใต้เตรียมติดตั้งกังหันพลังงานคลื่นใต้ทะเล ที่สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ถึงเครื่องละ 1 เมกะวัตต์ โดยเป็นการลงทุนร่วม ระหว่าง Lunar Energy จากประเทศอังกฤษกับ Korean Midland Power Co ซึ่งได้บรรลุข้อตกลงเป็นที่เรียบร้อย เมื่อ 11 มีนาคมที่ผ่านมา

สำหรับแผนการดำเนินโครงการนี้ จะติดตั้งกังหันผลิตไฟฟ้าจำนวน 300 เครื่อง เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า 300 เมกะวัตต์ ที่บริเวณวานโดเฮียงกาน (Wando Hoenggan) นอกชายฝั่งของเกาหลีใต้ ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มผลิตได้กลางเดือนธันวาคม ค.ศ.2015 โดยการประกอบชิ้นส่วนและติดตั้งเป็นหน้าที่ของ Hyundai Samho Heavy Industries (HSHI) ซึ่งมี Rotech Engineering เป็นผู้ออกแบบและผลิตชิ้นส่วน

ชุดกังหันประกอบด้วยใบกังหัน (Turbine) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 11.5 เมตร อยู่ภายในท่อนำกระแสน้ำ (Water duct) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 เมตร ความยาว 19.2 เมตร เมื่อทำการติดตั้งรวมกับชุดกำเนิดไฟฟ้าแล้วมีน้ำหนักรวมถึง 2,500 ตัน ซึ่งทาง Rotech Eng. ระบุว่าสามารถนำไปติดตั้งได้กับกระแสน้ำทุกแห่งของโลก

ที่มา - LunarEnergy.co.UK

เนสท์เล่เตือน เชื้อเพลิงชีวภาพอาจเป็นภัยคุกคามต่อมนุษย์

24
vote

ในสภาวะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงอย่างในปัจจุบัน ทำให้การใช้พลังงานทางเลือกเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งแหล่งพลังงานทางเลือกที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ก็คงหนีไม่พ้นพลังงานชีวภาพ

อย่างไรก็ตาม มีหลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับการนำพลังงานชีวภาพ มาใช้กันแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เหตุผลหลักๆ ของฝ่ายที่คัดค้าน ก็คือ เรื่องการใช้พลังงานทั้งหมด ในวงจรของการปลูกและผลิตเชือ้เพลิงชีวภาพ และปัญหาเรื่อง ปริมาณอาหารที่จะเพียงพอหรือไม่ หากเรานำมาใช้ผลิตเป็นพลังงาน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานบริษัทเนสท์เล่ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ในประเทศสวิซเซอร์แลนด์ ถึงปัญหาดังกล่าว โดยให้สัมภาษณ์ว่า “ถ้าหากเราคาดหวังจะใช้เชื้อเพลิงชีวภาพทดแทนน้ำมัน ให้ได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ก็จะไม่มีอะไรเหลือให้เราทานอีกต่อไป”

คำพูดของประธานบริษัทเนสท์เล่ สอดคล้องกับคำพูดของ Jean Ziegler ผู้เชี่ยวชาญอิสระของ UN ที่ระบุว่า ควรจะชะลอการพัฒนาต่างๆที่เกี่ยวของ กับเชื้อเพลิงชีวภาพออกไปก่อน เพราะอาจทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารอย่างน่ากลัว

ถ้าให้มองอย่างเป็นกลาง ผมมองว่า การนำผลิตผลที่เหลือกจาการบริโภค มาผลิดเชื้อเพลิงชีวภาพไม่ใช่เรือ่งเสียหาย แต่การตั้งใจนำอาหารมาผลิดเป็นเชื้อเพลิง นี่สิที่เป็นเรื่องน่ากลัว

ที่มา - Physorg

Syndicate content