ไม่มีใครอยากเดินทางไป-กลับที่ทำงานไกลๆ หรอก และงานวิจัยล่าสุดของทีมนักวิจัยที่นำโดย Christine M. Hoehner แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตันในเซนต์หลุยส์ ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ยิ่งใช้เวลาอยู่บนท้องถนนนานเท่าไร สุขภาพเรายิ่งแย่ลงเท่านั้น ไม่ใช่แค่สุขภาพจิต แต่เป็นสุขภาพร่างกายโดยรวม
งานวิจัยนี้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 4,297 คนที่อาศัยและทำงานในเขตต่างๆ ได้แก่ ดัลลัส-ฟอร์ต เวิร์ธ, ออสติน, และเขตเทศบาลเท็กซัส เป็นต้น ตัวแปรที่เก็บมาใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่า cardiorespiratory fitness (CRF), ดัชนีมวลกาย (BMI), รอบเอว, ปริมาณไตรกลีเซอไรด์ในเลือด, ปริมาณกลูโคสในเลือด, ปริมาณคลอเลสเตอรอล HDL ("คลอเลสเตอรอลดี"), ความดันเลือด, เวลาที่ใช้ในการออกกำลังกาย
ผลปรากฏว่า กลุ่มตัวอย่างที่เดินทางประจำวันเป็นระยะทางไกลๆ มีแนวโน้มที่จะมีปัญหาทางด้านสุขภาพมากกว่า เช่น กลุ่มตัวอย่างที่ต้องเดินทางไกลกว่า 15 ไมล์ มักจะออกกำลังกายไม่พอและมีปัญหาเป็นโรคอ้วน, กลุ่มตัวอย่างที่เดินทางไกลกว่า 10 ไมล์ก็มีปัญหาเกี่ยวกับความดันโลหิตสูง
บางคนอาจคิดว่าเวลาที่ใช้บนรถอาจจะไปเบียดบังเวลาออกกำลังกาย จึงทำให้สุขภาพทรุดโทรม แต่เมื่อนักวิจัยตัดตัวแปรเรื่องเวลาในการออกกำลังกายออกไป ผลก็ยังคงแสดงให้เห็นว่าการเดินทางประจำวันเป็นระยะทางไกลๆ ก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพอยู่ดี แม้ว่าจะน้อยลงไปบ้าง
นักวิจัยคาดว่าความเครียดจากการเดินทางไกลๆ คงมีผลกระทบต่อระบบเมตาบอลิซึมของร่างกายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ก่อนหน้านี้ก็มีงานวิจัยว่าการนั่งอยู่นิ่งๆ เป็นเวลานานก็ทำร้ายสุขภาพมาแล้ว
ที่มา - Live Science
งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ลงใน American Journal of Preventive Medicine doi: 10.1016/j.amepre.2012.02.020

