Health

จะเป็นโสด หรือมีคู่แล้วไม่มีความสุขก็มีโอกาสเส้นเลือดในสมองแตกพอๆ กัน

งานวิจัยร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอลร่วมกับสถาบันโรคหัวใจ, ปอด และเลือดของสหรัฐฯ ได้แถลงผลวิจัยพบความเกี่ยวเนื่องระหว่างสถานะในชีวิตคู่และอัตราการเป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตก จากกลุ่มข้อมูลชายจำนวน 10,059 คนที่เป็นพนักงานของรัฐ

ผลขั้นต้นชี้ให้เห็นว่าเมื่อแยกข้อมูลระหว่างผู้ที่แต่งงานแล้วกับกลุ่มเป็นโสดจะมีโอกาสเป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตกร้อยละ 8.4 ขณะที่คนแต่งงานแล้วจะมีโอกาสร้อยละ 7.1 เท่านั้น เมื่อปรับผลตามพฤติกรรมแวดล้อมเช่น ความอ้วน, การสูบบุหรี่ และปัจจัยอื่นๆ พบว่าคนโสดมีความเสี่ยงมากกว่าคนที่แต่งงานถึงร้อยละ 64

ต่อมาที่การทำแบบสำรวจให้ผู้เข้าร่วมประเมินความสำเร็จของชีวิตคู่ตัวเองแล้วแยกกลุ่ม พบว่ากลุ่มที่ไม่พอใจกับชีวิตคู่ของตัวเองก็มีความเสี่ยงในการเป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตกมากกว่ากลุ่มที่มีความสุขกับชีวิตคู่ถึงร้อยละ 64 เช่นกัน

เป็นโสดก็เสี่ยง มีคู่ผิดก็เสี่ยง ต่อไปบริษัทหาคู่อาจจะมีคำโฆษณาใหม่... "เพื่อสุขภาพ..."

ที่มา - EurekAlert!

การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างหนักเชื่อมโยงกับโรคซึมเศร้า

รายงายล่าสุดจากมหาวิทยาลัยลีดส์แห่งสหราชอานาจักรได้ระบุความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างหนักและโรคซึมเศร้า

งานวิจัยนี้ได้ศึกษากลุ่มตัวอย่าง 1,319 คนที่มีช่วงอายุระหว่าง 16 ถึง 51 ปี พบว่าโอกาสการเป็นโรคซึมเศร้ามีความเกี่ยวข้องกับการใช้อย่างหนัก โดยในกลุ่มผู้ใช้ที่อยู่ในขั้นเสพติดอินเทอร์เน็ตนั้นแสดงระดับการเป็นโรคซึมเศร้าสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

รายงานฉบับนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าอินเทอร์เน็ตก่อให้เกิดโรคซึมเศร้าหรือกลุ่มผู้เป็นโรคซึมเศร้าเข้าไปหาอินเทอร์เน็ตเป็นที่พึ่ง

อ่านจบแล้วหาเวลาไปเดินเล่นกับเพื่อนๆ และครอบครัวบ้างนะครับ

ที่มา - Internation Business Times

การศึกษาเรื่อง เมื่อต้องการการตัดสินใจ ? ให้ดื่มน้ำตาล

นักวิจัยของ University of South Dakota ถามคำถามกับนักเรียนจำนวน 65 คน ให้เลือกระหว่างเงินจำนวนเล็กน้อยในวันพรุ่งนี้ และเงินจำนวนมากในอนาคต พบว่าหลังจากให้นักเรียนเหล่านั้นดื่มโซดาผสมน้ำตาล (sugary soda) 10 นาที มีผู้ที่ต้องการเงินจำนวนมากในอนาคตสูงกว่า

"เราทำการทดลองนี้ เพื่อศึกษาว่าระดับน้ำตาลไม่ได้มีผลต่อพฤติกรรมการรับประทานอาหารเท่านั้น แต่มีผลต่อการตัดสินใจด้วย และคุณจะรอสิ่งดีๆในอนาคตได้นานกว่าเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น" คุณหวัง (Wang)กล่าว

ที่มา - physorg.com

การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่อาจป้องกันการเป็นโรคอัลไซเมอร์

ปกติเรามักจะคิดว่าการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่นั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่งานวิจัยที่มาจากคณะที่นำโดย Gary W. Arendash จาก Florida Alzheimer's Disease Research Centerนี้อาจให้ผลที่แตกต่างกันออกไป

โดยนักวิจัยได้ทำการทดลองให้หนู (Mouse) ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ ให้อยู่กับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในปริมาณที่ใกล้เคียงกับที่พบในการใช้โทรศัพท์ของคนทั่วไป (ประมาณวันละสองชั่วโมง เป็นเวลา 7-9 เดือน) นักวิจัยพบว่าการสะสมของโปรตีน Beta Amyloid ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ นั้นลดลง และหนูนั้นมีความจำที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ดีนักวิจัยยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นได้อย่างไร ทฤษฏีที่มีอยู่คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอาจจะทำให้เกิดการขับออกของโปรตีนดังกล่าว หรืออาจจะเป็นจากการที่มีเลือดไปเลี้ยงสมองในปริมาณที่มากขึ้นก็เป็นได้ นอกจากนี้ นักวิจัยยังได้ย้ำว่าผลลัพธ์ของการทดลองนี้ยังไม่สามารถนำไปสรุปใช้กับในคนได้

ที่มา: Journal of Alzheimer's Disease (Full Text PDF), Reuters

พบสารช่วยลดการติดไวรัสตับอักเสบซี

ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีนั้นมีสูงถึงเกือบ 300 ล้านคนทั่วโลก เชื้อนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งดับ การรักษาในปัจจุบันมีผลข้างเคียงมาก และยังได้ผลต่ำเพียงร้อยละ 50 แต่งานวิจัยล่าสุดก็เริ่มมีความเป็นไปได้ที่จะเปิดทางรักษาใหม่

การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีนั้นเกี่ยวเนื่องกับโปรตีนในกลุ่ม heat shock proteins (HSPs) อยู่สองตัวคือ HSP-40 และ HSP-70 และจากการศึกษาพบว่าสาร Quercetin นั้นมีฤทธิ์ในการยับยั้งการสังเคราะห์โปรตีนทั้งสองตัว ทำให้การติดเชื้อลดลงได้ในจานทดลอง

สาร Quercetin นั้นพบมากในแอปเปิล และหอมหัวแดง อีกทั้งมีการใช้เป็นอาหารเสริมอยู่แล้ว ทำให้ประเด็นความปลอดภัยและผลข้างเคียงนั้นน่าจะต่ำ

การทดลองกำลังเข้าสู่กระบวนการทดลองในคลีนิคครั้งแรก

ที่มา - PhysOrg

ทีมวิจัยสวีเดนเผยผลทดลองวัคซีนเอดส์ตัวใหม่ ได้ผลดีกว่าของไทย

หลังจากที่มีการแถลงผลประสิทธิภาพวัคซีนเอดส์จากไทยไปเมื่อเดือนสิงหาคมว่าสามารถลดโอกาสการเป็นเอดส์ได้หนึ่งในสาม ทีมวิจัยจากสวีเดนก็เปิดเผยผลการทดลองขั้นที่สองในกลุ่มคนจำนวน 60 คนว่าได้ผลที่ดีกว่า

วัคซีนของทีมวิจัยสวีเดนนี้ชื่อว่า Hivis โดยได้ทุนวิจัยจากทางสหภาพยุโรป แต่การทดลองนั้นดำเนินการในแทนซาเนีย โดยกลุ่มทดลองเป็นตำรวจสุขภาพดี 60 นาย

แม้ผลลัพธ์จะดีกว่า แต่การทดลองของทีมสวีเดนนั้นอยู่ในขั้นที่สอง ส่วนของไทยนั้นดำเนินการไปถึงขั้นที่ 3 ที่มีผู้ร่วมทดสอบแล้วถึง 16,400 คน โดยทีมสวีเดนระบุว่ายังขาดเงินทุนในการดำเนินการต่อ แต่ผลลัพธ์ที่ดีน่าจะทำให้หาทุนต่อไปได้

ที่มา - PhysOrg

วัคซีนมาลาเรียเริ่มส่งทางยุงได้แล้ว

ความฝันที่จะอาศัยพาหะนำโรคเช่นยุงมาเป็นช่องทางในการส่งวัคซีนมีมานานแล้ว แต่วันนี้ความฝันนี้เริ่มเข้าใกล้ความจริงไปอีกขั้นเมื่องานวิจัยจากโครงการ PATH ได้แสดงความสำเร็จในการสร้างภูมิคุ้มกันในมนุษย์โดยอาศัยยุงให้กัดคนที่เข้าร่วมการทดลอง

แม้แนวคิดนี้จะมีมานานแล้ว แต่การทดลองครั้งนี้ความสำเร็จในมนุษย์เป็นครั้งแรก

การทดลองค่อนข้างตรงไปตรงมา โดยผู้เข้าร่วมทดลอง 15 คนถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม 10 คน และ 5 คนตามลำดับทุกคนได้รับยาป้องกันมาลาเรีย หลังจากนั้นกลุ่ม 10 คนแรกจะถูกกัดด้วยยุงที่ติดเชื้อ ขณะที่อีก 5 คนจะถูกกัดจากยุงปลอดเชื้อ สองเดือนต่อมาทุกคนจะถูกกัดโดยยุงติดเชื้ออีกครั้ง ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า 10 คนที่ได้รับเชื้อทางยุงนั้นสามารถสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาได้

แม้จะดูไม่มีประโยชน์นักเพราะระหว่างการสร้างวัคซีนต้องได้รับยาป้องกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วเชื้อมาลาเรียที่ดื้อยานั้นมีแนวโน้มจะมากขึ้นเรื่อยๆ การสร้างภูมิคุ้มกันแทนการใช้ยานั้นจึงยังเป็นเรื่องจำเป็นต่อไป

ที่มา - AP

ใช้ Wii ช่วยรักษาโรคพาร์คินสัน

หลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินโรคพาร์คินสัน (ผู้ป่วยโรคนี้ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ มูฮัมหมัด อาลี ยอดนักมวยชื่อดัง) หลังจากวิดีโอเกมเริ่มมีระบบควบคุมด้วยการเคลื่อนไหวเข้ามา นักวิจัยด้านสุขภาพก็หันมามองถึงการนำวิดีโอเกมมาใช้ในการรักษาโรค ถึงขนาดมีงานสัมมนา Games for Health Conference ซึ่งปีนี้จัดเป็นครั้งที่ห้าแล้ว

นักวิจัยจาก Medical College of Georgia (MCG) ได้นำเสนอความคืบหน้าของการทดลองรักษาโรคพาร์คินสันด้วย Wii โดยให้ผู้ป่วยลองเล่น Wii ติดกันเป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าผู้ป่วยมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น เกมที่ใช้คือ Wii Sports โดยให้เล่นเกมเทนนิส, โบวลิ่ง และต่อยมวย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง

นอกจากความสามารถด้านกายภาพที่ดีขึ้นแล้ว ผู้ป่วยยังมีความเครียดและความกังวลลดลง ซึ่งสำคัญมากเพราะผู้ป่วยโรคพาร์คินสันกว่าครึ่งมีอาการป่วยทางจิตใจด้วย หลังจากการทดลอง ผู้ป่วยที่เข้าร่วมการทดลอง 60% ตัดสินใจซื้อ Wii เป็นของตัวเอง

ตอนนี้ยังไม่มีการศึกษาทางประสาทวิทยาอย่างละเอียดว่า Wii เข้ามาช่วยอย่างไร แต่ทีมนักวิจัยนี้ได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มอีก 45,000 ดอลลาร์จากมูลนิธิโรคพาร์คินสันให้ศึกษาเรื่องนี้ต่อไป

ที่มา - Examiner

สกัดการแพร่เชื้อโรคด้วยการวิเคราะห์เสียงไอ

โรคติดต่อสมัยใหม่นั้นติดต่อผ่านทางการเดินทางของผู้ที่ติดเชื้อ และสนามบินก็เป็นจุดหนึ่งในการสกัดกั้นโรคนี้ไม่ให้แพร่ได้ ในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยเองนั้นก็ได้อาศัยเทคโนโลยีในการตรวจวัดไข้เพื่อกรองผู้ที่สงสัยว่าจะติดเชื้อโรค แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในกรณีที่บางโรคนั้นอาจไม่มีไข้ทั้งๆ ที่มีเชื้ออยู่ (เช่น ไข้หวัด H1N1 เองก็ไม่จำเป็นต้องมีไข้เมื่อติดเชื้อในวันแรกๆ) เทคโนโลยีใหม่ๆ นั้นอาจช่วยเราคัดกรองได้มากขึ้นครับ

บริษัท Biorics ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดย Catholic University of Leuven ในเบลเยี่ยม กำลังค้นคว้าเกี่ยวกับการใช้ไมโครโฟนเล็กๆ ติดภายในสนามบินเพื่อจับเสียงที่เกิดขึ้นจากการ "ไอ" ของผู้ที่ติดเชื้อ โดยซอฟต์แวร์ที่ได้รับการพัฒนามาเป็นพิเศษนั้นสามารถที่จะแยกแยะเสียงไอที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อออกจากเสียงไอธรรมดาได้ และยังสามารถวิเคราะห์ตำแหน่งของผู้ที่ไอ เพื่อใช้ร่วมกับกล้องวงจรปิดในการตรวจค้นผู้ที่สงสัยว่าจะติดเชื้อ

นอกจากที่จะจับเสียงในคนแล้ว บริษัทยังได้ทดสอบระบบดังกล่าวในฟาร์มหมู และพบว่าสามารถค้นหาหมูที่ป่วยได้ถึง 82% ภายในเวลาสามชั่วโมงอีกด้วย และ Biorics เองยังหวังว่าซอฟต์แวร์ดังกล่าวนั้นอาจจะนำไปประยุกต์กับไมโครโฟนของโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เราใช้กันอย่างแพร่หลายอีกด้วย

อย่าไอสุ่มสี่สุ่มห้านะครับ!

ที่มา: NewScientist

หกรัฐในเยอรมันสั่งห้ามขายกระทิงแดงโคล่าเนื่องจากพบโคเคนเป็นส่วนประกอบ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมารัฐ North Rhine-Westphalia ของเยอรมันได้สั่งห้ามจำหน่ายกระทิงแดงโคล่าเนื่องจากตรวจพบโคเคนเป็นส่วนผสมเล็กน้อย ทำให้อีกห้ารัฐสั่งห้ามจำหน่ายตามมา เนื่องจากเกรงว่าจะผิดกฏหมายปราบปรามยาเสพติด

อย่างไรก็ตามปริมาณโคเคนที่วัดได้นั้นมีเพียง 0.4 กรัมต่อลิตรซึ่งไม่น่ามีผลใดๆ ต่อสุขภาพ และทางกระทิงแดง (เข้าใจว่าเป็นบริษัทที่จำหน่ายที่เยอรมัน) ได้ออกมาแถลงว่าส่วนประกอบจากใบโคคานั้นมีการใช้งานอยู่ในน้ำโคลาทั่วไป และห้องแลปของบริษัทก็ไม่สามารถตรวจวัดโคเคนได้

รายงานอย่างละเอียดจะมีการแถลงในวันพุธนี้ หลังจากนั้นเรื่องนี้น่าจะมีความกระจ่างขึ้น

ที่มา - AP

Syndicate content