NASA

SpaceX กำหนดวันยิงแคปซูล Dragon เป็นวันที่ 19 พฤษภาคม ศกนี้

หลังจากออกอาการโรคเลื่อนไปเมื่อปลายเดือนที่แล้ว SpaceX ก็ประกาศกำหนดแผนการล่าสุดยืนยันว่าการยิงแคปซูล Dragon ขึ้นไปเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศนานาชาติ ISS จะมีขึ้นในวันที่เสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2012 เวลา 8.55 GMT (หรือ 15.55 น. ตามเวลาประเทศไทย) ณ ฐานกองทัพอากาศใน Cape Canaveral

จรวดที่ใช้ขนส่งแคปซูล Dragon คือ จรวด Falcon 9 ที่พัฒนาโดย SpaceX เอง ภารกิจครั้งนี้โดยหลักจะเป็นการทดสอบเชื่อมต่อและการขนส่งเสบียง-วัสดุ ในอนาคต SpaceX หวังว่าจะสามารถขนส่งนักบินอวกาศขึ้นไปกับ Dragon ได้

ถ้าไม่เลื่อนอีก เราก็คงจะได้เห็นการเชื่อมต่อของยานอวกาศเอกชนเข้ากับสถานีอวกาศ ISS เป็นครั้งแรก และหวังว่ามันจะเป็นบันทึกประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของยุคแห่งการท่องเที่ยวอวกาศโดยบริษัทเอกชน

NASA TV จะถ่ายทอดสดการยิงจรวดเริ่มตั้งแต่เวลา 7.30 GMT เป็นต้นไป

ที่มา - The Register

SpaceX เลื่อนการยิงแคปซูล Dragon ออกไปอีกหนึ่งอาทิตย์

รู้สึกว่าโรคเลื่อนจะกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของเทคโนโลยีอวกาศไปแล้ว ล่าสุด SpaceX ก็ได้ประกาศว่าจะขอเลื่อนกำหนดการยิงแคปซูล Dragon ออกไปอีกหนึ่งสัปดาห์ จากที่ก่อนหน้านี้วางแผนไว้ว่าจะสามารถยิง Dragon ขึ้นไปได้ภายในสิ้นเดือนเมษายน 2012 นี้ และเข้าเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศนานาชาติ ISS ในไม่เกินวันที่ 3 พฤษภาคม

Kirstin Brost Grantham โฆษกหญิงของ SpaceX ให้เหตุผลของการเลื่อนครั้งนี้ว่าเป็นเรื่องของการทดสอบฮาร์ดแวร์ให้เรียบร้อย แม้ว่าจะสามารถเร่งให้ปล่อย Dragon ได้ตามกำหนดการ แต่ SpaceX ก็ขอเวลาตรวจสอบเผื่อไว้ก่อนดีกว่า

ทางด้าน Elon Musk ซีอีโอของ SpaceX (และผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal) เผยในทวิตเตอร์ว่าปัญหาที่อยู่ในระหว่างการทดสอบนั้นคือเรื่องของการเข้าจอดเชื่อมต่อ [กับสถานีอวกาศ ISS] ส่วนกำหนดการใหม่ยังอยู่ในระหว่างการตกลงกับ NASA

"Am pushing launch back approx a week to do more testing on Dragon docking code. New date pending coordination with NASA."

ภารกิจของ SpaceX รอบนี้จะเป็นเพียงการเอาสัมภาระ 521 กิโลกรัมขึ้นไปส่งและขนของ 660 กิโลกรัมกลับมา จรวดที่ใช้ส่งจะเป็นจรวด Falcon 9 ที่พัฒนาโดย SpaceX เอง

ที่มา - PhysOrg

ภาพ "สีของดาวพุธ" จาก MESSENGER

ยานอวกาศ MESSENGER (MErcury Surface, Space ENvironment, GEochemistry and Ranging) ของ NASA ได้ส่งภาพที่แสดงสีสันของพื้นผิวดาวพุธกลับมายังโลก ภาพนี้ถ่ายโดยเครื่องมือที่ชื่อว่า Visible and Infrared Spectrograph (VIRS) ซึ่งรับแสงในช่วงความยาวคลื่นอินฟราเรดจนถึงอัลตราไวโอเลต

สี RGB ที่ปรากฏในภาพไม่ใช่ "สีแบบที่ตาเราเห็น" แต่เป็นสีที่แสดงถึงสเปกตรัมที่สะท้อนจากพื้นผิวดาวพุธ โดยสีแดงหมายถึงความยาวคลื่น 575 นาโนเมตร สีเขียวหมายถึงความยาวคลื่น 415 - 750 นาโนเมตร สีน้ำเงินหมายถึงความยาวคลื่น 310 - 390 นาโนเมตร

ผู้ก่อตั้ง Amazon พบตำแหน่งของจรวดที่ใช้ยิงยาน Apollo 11 ที่จมอยู่ใต้ทะเล

ภารกิจของยานอวกาศอพอลโล 11 ต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ เพราะพามนุษย์อวกาศชาวอเมริกัน 3 คนแรกขึ้นไปลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ

เบื้องหลังความสำเร็จของภารกิจนี้คือเครื่องยนต์ F-1 จำนวน 5 เครื่องที่เป็นพลังผลักดันยานอพอลโล 11 ขึ้นจากโลกไปสู่อวกาศ หลังจากยานถูกยิงจากฐานแล้ว เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น จรวดท่อนล่างก็ถูกถอดออก และร่วงลงมาในมหาสมุทรแอตแลนติก ส่วนยานอวกาศก็ขึ้นไปจนถึงดวงจันทร์

เจฟ เบซอส (Jeff Bezos) ผู้ก่อตั้ง Amazon ซึ่งภายหลังหันมาสนใจงานด้านอวกาศด้วย (เขามีบริษัทด้านอวกาศอีกแห่งชื่อ Blue Origin) ตั้งคำถามว่าเราสามารถนำเครื่องยนต์ F-1 ที่ช่วยให้มนุษย์ขึ้นไปสู่ดวงจันทร์ได้ กลับขึ้นมาจากใต้ทะเลได้หรือไม่

เขาใช้เวลา 2-3 ปี ลงทุนในทีมสำรวจใต้ทะเลด้วยสัญญาณโซนาร์ และสุดท้ายก็พบตำแหน่งของเครื่องยนต์ F-1 อยู่ใต้ทะเล 14,000 ฟุตเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปเขาจะพยายามนำมันขึ้นมาจากใต้ทะเล เพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

เขาบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าสภาพของเครื่องยนต์ F-1 เป็นอย่างไรบ้าง เพราะมันตกลงสู่มหาสมุทรด้วยความเร็วสูง และอยู่ใต้ทะเลมากว่า 40 ปีแล้ว แต่ถ้ากู้ขึ้นมาได้สำเร็จ เขาจะคืนมันให้ NASA และหวังว่า NASA จะตัดสินใจแสดงมันที่พิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียนเพื่อให้สาธารณะเข้าชมต่อไป

งบประมาณที่ใช้กู้ F-1 ขึ้นมาจะเป็นเงินส่วนตัวของเบซอสเองครับ

ที่มา - Bezos Expeditions via The Verge

ไม่ต้องกลัวโดนหลอกแล้ว, ภาพถ่ายจุดจอดอพอลโล 11 ชุดใหม่จากดาวเทียม LRO

หัวข้อว่าสหรัฐฯ ส่งคนไปดวงจันทร์จริงหรือไม่ เป็นหัวข้อที่บ้านเราเคยถกเถียงกันเป็นเรื่องเป็นราวอยู่พักใหญ่ แต่ภาพถ่ายจากยาน Lunar Reconnaissance Orbiter (LRO) ก็แสดงภาพจุดที่ยานอพอลโล 11 ลงจอดอย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ภาพแสดงจุดตั้งกล้อง รอยเท้าของนักบินอวกาศ และจุดจอดยานลูนาร์โมดูล อย่างชัดเจน

ปีที่แล้ว LRO ก็ส่งภาพจุดจอดของยานอพอลโลอื่นๆ ได้แก่อพอลโล 12, 14, และ 17

จะมีใครตั้งทฤษฎีว่าสหรัฐฯ ส่งยานเอาของไปวางเพื่อสร้างหลักฐานไหม??

ที่มา - NASA

ครั้งแรก! ยานอวกาศของ SpaceX จะเชื่อมต่อกับ ISS วันที่ 3 พฤษภาคมนี้

หลังจากเลื่อนมาหลายรอบ บริษัท SpaceX ก็ประกาศข่าวใหญ่ว่าได้รับการอนุมัติแผนการส่งยานอวกาศ Dragon ของตัวเองขึ้นไปเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดการคือยิงจรวดวันที่ 30 เมษายน และยานจะเชื่อมต่อกับ ISS ในวันที่ 3 พฤษภาคม

SpaceX เป็นบริษัทอวกาศเอกชนของ Elon Musk (หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal) บริษัทนี้ถือเป็นบริษัทอวกาศภาคเอกชนที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้ามากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยมีจรวดตระกูล Falcon หลายรุ่น และยานขนส่งอวกาศ Dragon ซึ่งจะใช้ในภารกิจครั้งนี้เป็นครั้งแรก ส่วนภารกิจครั้งนี้มีชื่อว่า COTS 2/3

ถ้าโครงการนี้สำเร็จจริงตามแผน ก็จะเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวของมนุษยชาติในการสำรวจอวกาศ เพราะถือเป็น "ครั้งแรก" ที่ยานอวกาศจากเอกชนสามารถขึ้นไปเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศนานาชาติได้สำเร็จ

วิดีโอใหม่เหตุการณ์กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ระเบิด

เหตุการณ์กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ระเบิดระหว่างยิงขึ้นสู่อวกาศนับเป็นโศกนาฏกรรมที่โลกต้องจำครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศ โดยก่อนหน้านี้ภาพทั้งหมดที่ออกมาเป็นภาพข่าวบ้างหรือภาพจากนาซ่าเองบ้าง โดยไม่มีภาพจากมือสมัครเล่นนักเพราะสมัยนั้นกล้องวิดีโอยังหายากพอสมควร แต่วันนี้ก็มีวิดีโอจาก Jeffrey Ault

วิดีโอชุดนี้ถ่ายเมื่อ 26 ปีก่อนด้วยกล้องฟิล์ม 8 มิลลิเมตร ด้วยระยะใกล้กว่า 18 กิโลเมตรจากฐานยิง ทำให้เห็นรายละเอียดของการระเบิดในมุมที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนเพิ่มเติม

ที่มา - The Huffington Post

นาซ่าทำโน้ตบุ๊กเก็บคำสั่งสถานีอวกาศนานาชาติหาย, ถูกแฮกไป 13 ครั้งในปีที่แล้ว

รายงานการตรวจสอบภายในความปลอดภัยของนาซ่าที่เสนอต่อรัฐสภาสหรัฐฯ รายงานถึงความหละหลวมของการรักษาความปลอดภัยในระบบไอทีของนาซ่าว่าหละหลวมอย่างมาก โดยโน้ตบุ๊กแทบทั้งหมดไม่มีการเข้ารหัสข้อมูล และตลอดช่วงเวลาระหว่างปี 2009 ถึง 2011 มีคอมพิวเตอร์สูญหายไปถึง 48 เครื่อง รวมถึงเครื่องหนึ่งที่มีข้อมูลรหัสการควบคุมสถานีอวกาศนานาชาติ

นาซ่ามีงบประมาณด้านไอทีทั้งหมดกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์ แต่ลงทุนกับระบบรักษาความปลอดภัยไป 58 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

ความหละหลวมนี้ยังส่งผลให้ข้อมูลสียหายไปถึง 5,408 ครั้งในช่วงปี 2010 ถึง 2011 จากการเข้าถึงของแฮกเกอร์หรือมัลแวร์ รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดประมาณกว่า 7,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2011 ปีเดียวนาซ่าถูกโจมตีอย่างเจาะจงถึง 47 ครั้ง และมี 13 ครั้งที่การโจมตีสำเร็จทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้ามาในเครือข่ายได้ ครั้งหนึ่งแฮกเกอร์สามารถดาวน์โหลดข้อมูลของพนักงานออกไปได้ถึง 150 คน

อย่างไรก็ตามนาซ่ากำลังปรับปรุงระบบทั้งหมด แต่ดูเหมือนกระบวนการจะดำเนินการไปอย่างเชื่องช้า

ที่มา - Reuters, Discovery, NASA (PDF)

NASA ปล่อยคลิปวิดีโอ "ด้านมืดของดวงจันทร์"

ตามวิชาดาราศาสตร์พื้นฐาน เป็นที่รู้กันว่ามนุษย์บนโลกมองเห็น "ดวงจันทร์" ด้านเดียวมาโดยตลอด (ด้านที่มีกระต่ายนั่นแหละครับ) เนื่องจากวิถีโคจรรอบโลกที่เท่ากับการหมุนรอบตัวเอง

ในยุคสมัยที่ยานอวกาศเป็นเรื่องปกติ การเฝ้าดู "อีกฟากหนึ่งของดวงจันทร์" (ภาษาอังกฤษมักใช้ Dark Side of the Moon หรือ Far Side of the Moon) ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก และปฏิบัติการของยานอวกาศไร้คนขับล่าสุดของ NASA ที่ชื่อ Gravity Recovery And Interior Laboratory (GRAIL) (มีสองลำชื่อ Ebb และ Flow ก็ปฏิบัติหน้าที่นี้มาให้เราแล้ว

ล่าสุด NASA ปล่อยคลิปวิดีโอแสดงพื้นผิวของด้านหลังของดวงจันทร์ที่ถ่ายจากโครงการ GRAIL ยาว 30 วินาที โดยยานจะถ่ายจากขั้วโลกเหนือของดวงจันทร์มายังขั้วโลกใต้ พื้นผิวของดวงจันทร์ด้านนี้จะขรุขระกว่าด้านที่หันหน้าให้โลก

ที่มา - NASA via ReadWriteWeb

Apogee of Fear ภาพยนตร์ไซไฟเรื่องแรกที่ "ถ่ายทำในอวกาศ"

Richard Garriott เป็นผู้สร้างวิดีโอเกมชื่อดังชาวอังกฤษ ผลงานที่สำคัญของเขาคือเกมตระกูล Ultima ทั้งหมด และตัวตนของเขาก็ถูกถ่ายทอดลงไปในตัวละครชื่อ Lord British ภายในเกมทุกภาคด้วย

นอกจากทำเกมแล้ว Garriott ยังสนใจเรื่องอวกาศอยู่มาก (พ่อของเขาเป็นนักบินอวกาศด้วย) และหลังจากเขาขายบริษัท Origin ให้กับ EA ในปี 1992 เขาก็รวยพอที่จะมีเงินไปเที่ยวอวกาศ และความฝันของเขาก็เป็นจริงในปี 2008 โดยแวะไปเยือนสถานีอวกาศนานาชาติอยู่ช่วงหนึ่ง

Garriott ไปลองทำโน่นทำนี่มากมายบนสถานีอวกาศนานาชาติ และที่น่าจับตาคือ เขาไป "ถ่ายหนังสั้นไซไฟ" บนสถานีอวกาศนานาชาติด้วย

ภาพยนตร์ของ Garriott มีชื่อว่า Apogee of Fear (จุดไกลสุดของความกลัว) โดยเขาถ่ายฟุตเตจของหนังบนสถานีอวกาศ และเมื่อกลับลงมาที่โลก ก็ถ่ายฉากอื่นๆ และใส่เอฟเฟ็คต์เพิ่มเข้าไป

Syndicate content