Space

โครงการกาลิเลโอเดินหน้าต่อ, เรากำลังจะมีดาวเทียมนำทางชุดที่สอง

in

โครงการกาลิเลโอของสหภาพยุโรปนั้นเป็นโครงการเลียนแบบ GPS ที่ทำขึ้นเพื่อความมั่นคงของทางสหภาพยุโรปเป็นหลัก แม้จะมีการเตรียมการมาหลายปี แต่โครงการนี้ก็พบกับความล่าช้ามาตลอด แต่ล่าสุดโครงการนี้ก็มีความชัดเจนว่าดาวเทียมชุดแรกน่าจะทำงานได้ในปี 2014

สัญญาผลิตดาวเทียมชุดแรกจำนวน 14 ดวงจากทั้งระบบ 30 ดวงนั้นเป็นของบริษัท OHB System มีมูลค่าถึง 566 ล้านยูโร ส่วนการปล่อยสู่อวกาศนั้นเป็นหน้าที่ของบริษัท Arianespace (เจ้าเดียวกับที่ปล่อยไทยคม) มูลค่าสัญญารวม 397 ล้านยูโร โดยใช้จรวด Soyuz 5 ลำ ลำหนึ่งปล่อยดาวเทียมสองดวง เริ่มยิงครั้งแรกเดือนตุลาคม 2012 และเริ่มให้บริการสาธารณะในยุโรปปี 2014

ที่มา - PhysOrg

จีนประกาศส่งดาวเทียมไปดวงจันทร์ปีหน้า, ส่งมนุษย์อวกาศลงเดินปี 2017

in

ทางการจีนประกาศที่จะส่งดาวเทียมฉางอี้ 2 ในเดือนตุลาคมปีหน้าเป็นดาวเทียมที่ใช้สำรวจดวงจันทร์เป็นดวงที่สองหลังจากฉางอี้ดวงแรกไปถึงดวงจันทร์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

แผนการของจีนต่อจากฉางอี้สอง คือการส่งยานไปจอดบนดวงจันทร์แล้วเก็บตัวอย่างดินเพื่อนำกลับมายังโลกในปี 2015 ก่อนที่จะส่งมนุษย์ลงไปเดินบนดวงจันทร์ในปี 2017

ที่มา - TG Daily

นาซ่าระบุพร้อมจะเป็นหุ้นส่วนกับจีนในการสำรวจอวกาศ

Charles Bolden ผอ. ของนาซ่าได้ให้สัมภาษย์ระบุว่าทางนาซ่าพร้อมจะเป็นหุ้นส่วนกับทางจีนหากมีนโยบายดังกล่าวสั่งการลงมา

งบประมาณด้านอวกาศของทัั้งสองประเทศนั้นแตกต่างกันค่อนข้างมาก โดยจีนมีงบประมาณเป็นทางการที่ประมาณปีละ 500 ล้านดอลลาร์ และคาดการณ์ว่าตัวเลขจริงจะอยู่ที่ 1,300 ล้านดอลลาร์ ขณะที่นาซ่าเพิ่งของบประมาณปี 2009-1010 ไป 18,700 ล้านดอลลาร์ (อาจจะถูกลดลงอีกร้อย 10 ซึ่งยังมากกว่าจีนมหาศาล)

แม้ว่างบประมาณจะมากกว่ามาก แต่ทางการจีนนั้นก็ทำได้ค่อนข้างดี โดยสามารถส่งนักบินอวกาศไปทำ Spacewalk ได้ และยังส่งดาวเทียมไปสำรวจดวงจันทร์ได้สำเร็จ

ส่วนความร่วมมือจริงๆ คงต้องดูรัฐบาลโอบาม่าว่าจะสนใจหรือไม่

ที่มา - Google News

LCROSS ประสบความสำเร็จ บนดวงจันทร์มีน้ำ!

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น ครบ 100 วันการส่ง LCROSS ไปโคจรรอบดวงจันทร์ เมื่อวานนี้ทางนาซ่าก็ยิงจรวจที่ติดดั้งอยู่บนดาวเทียมพร้อมกับปล่อยให้ตัวดาวเทียมตกกระทบพื้นดวงจันทร์ วันนี้นาซ่าก็แถลงผลวิคราะห์ข้อมูลจากเซ็นเซอร์บนดาวเทียมว่า ฝุ่นที่กระจายขึ้นมานั้นมีน้ำประมาณ 90 ลิตร

การยืนยันนี้ได้มาจากเซ็นเซอร์ NIR (Near Infrared) โดยอาศัยการวัดค่า spectrum ของแสงก่อนการชน และหลังการชน เพื่อเทียบสัดส่วนของพลังงานในย่านต่างๆ พบว่าย่าน 300nm นั้นมีพลังงานสูงขึ้นมาเป็นการยืนยันว่ามี hydroxyl อยู่ในฝุ่นที่ลอยขึ้นมานั้น

ก่อนหน้านี้ข้อมูลจากกล้องฮับเบิลเคยแสดงข้อมูลเบื้องต้นว่าอาจจะมีไฮดรอกซิลในฝุ่นที่ลอยขึ้นมา แต่ช่วงเวลาที่แถลงข่าวนั้นยังไม่มีการยืนยัน

ขนาดหลุมที่เกิดขึ้นจากการพุ่งชนมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20-30 เมตร (60-100 ฟุต)

สำหรับการสังเกตการพวยฝุ่นที่ทางนาซ่าคาดว่าน่าจะใช้อุปกรณ์สมัครเล่นทำได้นั้นกลับไม่สามารถทำได้เนื่องจากสภาพอากาศ แต่ทางนาซ่าก็ได้ถ่ายภาพไว้แล้ว

ที่มา - NY Times

เมื่อ 50 ปีก่อน ดาวพฤหัสบดีมีดวงจันทร์ 5 ดวง

ผลการจำลองระบบสุริยะชี้ให้เห็นว่าเมื่อปี 1949 ถึงปี 1961 นั้นดาวหาง 147P/Kushida-Muramatsu ได้เคยไปโคจรเป็นดวงจันทร์ของดาวพฤหัส จากเดิมที่โคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์ ก่อนที่จะถูกเหวี่ยงกลับไปโคจรรอบดวงอาทิตย์อีกครั้ง

ดาวพฤหัสบดีนั้นมีขนาดใหญ่และมีมวลมาก การที่มันจะไปพบกับวัตถุในวงโคจรของดวงอาทิตย์อยู่นั้นเป็นเรื่องปรกติ บางครั้งเราสามารถพยากรณ์ได้ก่อนเช่นเมื่อครั้งที่ดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 พุ่งเข้าชน บางครั้งเราก็ไม่สามารถพยากรณ์ได้แต่พบแต่ร่องรอยในเวลาต่อมา แต่การที่จังหวะการพบกันจะพอดีจนวัตถุกลายเป็นดวงจันทร์โคจรรอบพอดีนั้นเกิดขึ้นยากมาก สำหรับดาวพฤหัสบดีนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2068 ถึง 2086 โดยดาวหาง 111P/Helin-Roman-Crockett

ไม่รู้กล้องบ้านๆ มันจะดีพอส่องเห็นดาวมันกำลังเลี้ยวเข้าวงโคจรไหม?

ที่มา - Cosmos Magazine

นักศึกษา MIT ถ่ายภาพจากอวกาศด้วยเงิน 5000 บาท

in

เทคโนโลยีอวกาศยานหลายๆ อย่างกำลังเคลื่อนจากภาครัฐมายังภาคเอกชนมากขึ้นเรื่อยๆ คำถามในวันนี้อาจจะเป็นว่าเราสามารถสัมผัสเทคโนโลยีเหล่านี้ได้มากแค่ไหน นักศึกษา MIT ตั้งคำถามเช่นเดียวกันนี้แล้วทดลองสร้างบอลลูนจากเทคโนโลยีที่มีใช้งานกันทั่วไปเพื่อถ่ายภาพจากอวกาศ

รายการวัสดุที่ใช้สร้างนั้นเป็นของที่หาได้ไม่ยาก ได้แก่

  • โทรศัพท์ Motorola i290 ที่มี GPS ในตัวเอาไว้ติดตามตำแหน่ง
  • กล้อง Canon A470 ใส่เฟิร์มแวร์ CHDK เพื่อตั้งถ่ายภาพต่อเนื่องทุก 5 วินาที
  • ลูกโป่งสำหรับงานปาร์ตี้ขนาด 350 กรัม

ทีมงานพบว่าลูกโป่งสามารถลอยขึ้นไปได้ถึง 93,000 ฟุตก่อนที่ลูกโป่งจะแตกและตกลงมา โดยที่ความสูงระดับนั้นกล้อง A470 สามารถเก็บภาพความโค้งของโลกได้แล้ว

ปัญหาสำคัญของการใช้อุปกรณ์ตามบ้านคืออุณภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อความสูงเพิ่มขึ้น โดยที่ 93,000 ฟุตนั้นอุณภูมิจะอยู่ที่ -55 องศาเท่านั้น ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดหยุดทำงาน อีกประการหนึ่งคืออุปกรณ์ GPS โดยทั่วไปนั้นจะมีข้อจำกัดเรื่องความสูงที่ทำงานได้ ดังนั้นที่ความสูงมากๆ อุปกรณ์ก็จะหยุดทำงานไปเองอีกเช่นกัน

น่าทำเลียนแบบจริงๆ

ที่มา - 1337arts, iReport

วิกฤตการณ์ NASA เงินไม่มี จรวดสร้างไม่เสร็จ ไม่รู้จะไปดาวดวงไหน

in

องค์การอวกาศของสหรัฐอเมริกาหรือที่เราเรียกกันติดปากว่า NASA กำลังเข้าขั้นวิกฤต หลังจากช่วงหลังทำผลงานได้ไม่เข้าเป้าเลย ที่ชัดเจนคือไม่สามารถสร้างจรวดรุ่นใหม่ขึ้นมาใช้ทันกระสวยอวกาศรุ่นเดิมที่จะถูกปลดระวางในปีหน้า

รัฐบาลโอบามาเองก็สนใจจะแก้ปัญหานี้ โดยตั้งคณะกรรมการที่ชื่อว่า Augustine committee เข้ามาศึกษาการทำงานของ NASA และเสนอทางออกให้รัฐบาลพิจารณา ตอนนี้รายงานจาก Augustine committee ออกมาแล้วครับ

คณะกรรมการ Augustine committee สรุปว่า

  • งบประมาณที่ NASA ได้รับในปีงบประมาณ 2010 ไม่เพียงพอต่อการส่งมนุษย์ไปอวกาศอีกครั้ง
  • NASA สามารถยืดอายุกระสวยอวกาศเพื่อปิดช่องว่างการไม่มีจรวดใช้ได้ แต่มันจะทำให้สูญเสียงบไปดูแลกระสวยอวกาศโดยใช่เหตุ ส่งผลให้โครงการอื่นๆ ไม่ได้รับงบประมาณอย่างเต็มที่
  • คณะกรรมการประเมินว่า NASA ต้องใช้เวลาอีก 7 ปี กว่าจะส่งคนไปอวกาศได้อีกครั้ง
  • คณะกรรมการเสนอทางเลือกว่า แทนที่จะส่งคนไปดวงจันทร์หรือดาวอังคาร ให้ส่งคนออกไปอวกาศระยะไกลแทน (ไม่ต้องไปลงดาวดวงไหน) เพื่อศึกษาการใช้ชีวิตอยู่ในอวกาศแทน แผนการนี้มีชื่อเรียกว่า Flexible Path

ถ้ารัฐบาลโอบามาตัดสินใจเลือก Flexible Path แปลว่าการขนส่งอวกาศระยะใกล้ผิวโลก จะกลายเป็นตลาดของเอกชนแทน (ข่าวเก่า: NASA อาจ "เอาต์ซอร์ส" งานสร้างจรวดให้เอกชน)

ที่มา - Wired

หินดวงจันทร์จากนาซ่าเป็นของปลอม!!!

นาซ่านั้นแจกหินดวงจันทร์ที่อ้างว่าเก็บมาจากดวงจันทร์ไปให้กว่า 100 ประเทศในช่วงปี 1970 เพื่อแสดงความเป็นมหาอำนาจด้านอวกาศยาน แต่แล้ววันนี้อาจจะเป็นวันหน้าแตกอีกวันหนึ่งของนาซ่าเมื่อพิพิธภัณฑ์ Rijksmuseum แห่งเนเธอร์แลนด์ได้ตีพิมพ์งานวิจัยที่ระบุว่าหินที่นาซ่าแจกมานั้นเป็นของปลอม

หินก้อนดังกล่าวเป็นหินที่ทูตสหรัฐฯ มอบให้กับนายกรัฐมนตรีของเนเธอร์แลนด์ชื่อว่า Willem Drees Jr ในปี 1969 และเมื่อนายกรัฐมนตรีท่านนี้ได้เสียชีวิตลงก็ได้บริจาคหินก้อนนี้ให้กับทางพิพิธภัณฑ์ Rijksmuseum นี้

ต่อมามีข้อสงสัยว่าทำไมสหรัฐฯ จึงให้ก้อนหินสำคัญเช่นนี้มาง่ายนัก จึงมีการตรวจสอบโดยนักวิจัยและพบว่าก้อนหินนี้เป็นเพียงไม้ที่กลายเป็นหินเท่านั้น และมีมูลค่าเพียงไม่กี่พันบาท

สถานทูตสหรัฐฯ ระบุว่ากำลังสอบสวนเรื่องนี้อยู่

ที่มา - PhysOrg

NASA อาจ "เอาต์ซอร์ส" งานสร้างจรวดให้เอกชน

อาจเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้านอวกาศของโลก เมื่อ NASA อาจจะต้อง "เอาต์ซอร์ส" งานให้ภาคเอกชนทำแทน

เหตุผลเป็นเพราะการบริหารงานของ NASA ไม่มีประสิทธิภาพ และด้านค่าใช้จ่ายนั่นเอง หลังจากส่งคนไปดวงจันทร์สำเร็จแล้ว กิจกรรมด้านอวกาศของ NASA ดูจะซาๆ ลงจนเหลือแค่กระบวนการส่งคนขึ้น-ลงอวกาศเป็นหลัก ความถดถอยของ NASA เห็นได้ชัดเจนจากการที่กระสวยอวกาศหมดอายุการใช้งาน และ NASA ไม่สามารถหาระบบขนส่งอวกาศแบบใหม่มาทดแทนได้ทัน จนต้องพึ่งพิงจรวดของรัสเซียแต่เพียงฝ่ายเดียว

รัฐบาลโอบามาได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาการปฏิรูป NASA ซึ่งมีข้อเสนอว่า NASA ควรมีภาระกิจที่มากกว่าปัจจุบัน เช่น ส่งคนไปดวงจันทร์อีกครั้ง ไปดาวอังคาร และในอวกาศลึกออกไป แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจถดถอย อาจทำให้ภารกิจใหม่ของ NASA ไม่ประสบความสำเร็จได้สูง ทางออกจึงเป็นการเอาต์ซอร์สการพัฒนาให้เอกชนทำแทน เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนออกไปจากภาครัฐ

คนตัดสินใจเรื่องอนาคตของ NASA คือประธานาธิบดีโอบามา โดยมีข้อเสนอจากคณะกรรมการชุดต่างๆ ประกอบการตัดสินใจ

ที่มา - Wall Street Journal

ใครๆ ก็มีดาวเทียมได้

in

ตอนนี้ถ้าใครอายุมากๆ หน่อยก็อาจจะทันยุคการแข่งขันอวกาศรอบแรก ที่เรายังตื่นตากับการส่งดาวเทียมครั้งแรกๆ ของโลก หรือการส่งดาวเทียมดวงแรกของไทยเมื่อหลายปีก่อน แต่วันนี้เราอาจจะมีดาวเทียมเป็นของตัวเองกันได้ง่ายๆ แล้วเมื่อบริษัท TubeSat ให้บริการชุดดาวเทียมพื้นฐานพร้อมค่านำส่งในราคาเพียง 8,000 ดอลลาร์

ชุดดาวเทียม TubeSat มีน้ำหนัก 0.75 กิโลกรัมทำงานด้วยแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว โดยบริษัท Interorbital System ยังให้บริการอื่นๆ เช่นการทดสอบระบบและโมดูลอื่นๆ เช่นกล้องถ่ายภาพ และเซ็นเซอร์อื่นๆ

ผู้ซื้อจะได้รับชุดพัฒนาให้ไปดัดแปลงแก้ไขการทำงานของดาวเทียมได้เองก่อนการนำส่ง

ข่าวร้ายคือดาวเทียมจะอยู่ในวงโคจรต่ำมาก (310 กิโลเมตร) โดยดาวเทียมจะสามารถคงอยู่ในวงโคจรได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนจะตกลงมาเผาไหม้ไป

ที่มา - Space Fellowship

Syndicate content