Space

ฟินิกซ์ขุดน้ำแข็งบนดาวอังคารขึ้นมาวิเคราะห์

16
vote

ยานสำรวจดาวอังคาร “ฟีนิกซ์” ได้ทำการขุดหลุม “สโนว์ ไวท์” เพิ่มเติม และขุดชิ้นส่วนของดิน ที่มีน้ำแข็งเป็นส่วนประกอบขึ้นมาวิเคราะห์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นับเป็นภารกิจวันที่ 33 (เวลาของดาวอังคาร) นักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาบอกว่า ชิ้นส่วนที่ขุดได้นี้ค่อนข้างจะสมบูรณ์เพียงพอที่จะนำมาวิเคราะห์ ด้วยเครื่องมือบนตัวยาน

ฟีนิกซ์ ได้ใช้ใบมีดที่ติดอยู่บนแขนกลของตัวยาน ได้แบ่งชั้นน้ำแข็งซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยดินออกเป็น 50 ส่วน มีขนาดประมาณ 10 ถึง 20 ลูกบาศก์เซนติเมตร (ปริมาตรประมาณ 2-4 ช้อนชา) มีความลึกประมาณ 2 มิลลิเมตร

ชิ้นส่วนน้ำแข็งที่ได้ จะถูกนำไปวิเคราะห์ด้วย Themal and Evolved-Gas Analyzer (TEGA) เครื่องมือดังกล่าวเป็นเตาอบขนาดเล็ก ซึ่งสามารถวิเคราะห์ส่วนประกอบต่างๆ ได้ และที่สำคัญคือ สามารถบอกจุดหลอมเหลวของน้ำแข็งได้

ที่มา - Physorg

นาซาวางแผนไปเยี่ยมดวงอาทิตย์อีกครั้ง

26
vote

นักดาราศาสตร์สนใจศึกษาดวงอาทิตย์มาเป็นระยะเวลากว่า 400 ปีแล้ว ถึงคราวที่นาซาจะไปสำรวจท่านประธานของระบบสุริยะเสียที

ชื่อของภารกิจยานสำรวจดวงอาทิตย์ในครั้งนี้ มีชื่อว่า Solar Probe+ (โซลาร์โพรบพลัส) ตัวยานถูกออกแบบให้ทนต่อความร้อนจากดวงอาทิตย์ เพื่อที่จะสามารถพุ่งลงไปสำรวจชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ โดยจะเก็บตัวอย่างของลมสุริยะ และตรวจวัดสนามแม่เหล็กภายในชั้นบรรยากาศ นาซาวางแผนจะปล่อยยานลำนี้ในช่วงปี 2015 และจะสำเร็จภารกิจภายใน 7 ปีให้หลัง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า Solar Probe+ จะช่วยแก้ข้อสงสัยสำคัญสองประการของนักดาราฟิสิกส์ นั่นคืออุณหภูิมิที่สูงมากของชั้นโคโรนา และปริศนาเรื่องการเร่งความเร็วของลมสุริยะ นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์หวังว่าจะมีการค้นพบใหม่ๆ ในระหว่างการเดินทางอีกด้วย

ห้องวิจัยฟิสิกส์ประยุกต์ (Applied Physics Lab) ของมหาวิทยาลัย John Hopkin จะเป็นผู้ออกแบบตัวยาน ซึ่งห้องวิจัยนี้ เคยมีประสบการณ์ในการออกแบบยานสำรวจดวงอาทิตย์

ในขั้นตอนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ Solar Probe+ จะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 7 ล้านกิโลเมตร หรือประมาณ 9 เท่าของรัศมีดวงอาิทิตย์ โล่ห์กันความร้อนซึ่งสร้างจากวัสดุผสมคาร์บอน จะต้องทนอุณหภูมิที่สูงกว่า 1,400 องศาเซลเซียส และต้องทนต่อการระเบิดของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งไม่มียานสำรวจดวงอาทิตย์ลำไหนเคยเจอมาก่อน

ที่มา - ScienceDaily

ซูเปอร์โนวาที่อายุน้อยที่สุดในทางช้างเผือก

52
vote

นักดาราฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยนอร์ธ แคโรไลนา สเตท (North Carolina) ได้ค้นพบซูปเปอร์โนวา (Supernova) ที่มีอายุน้อยที่สุดในกาแล็กซีทางช้างเผือก การค้นพบดังกล่าว ช่วเบิกทางให้นักดาราศาสตร์เข้าใจการระเบิดของดวงดาวได้ดียิ่งขึ้น

ดร.สตีเฟน เรย์โนลด์ (Dr.Stephen Reynolds) และลูกทีม ได้ทำการวิเคราะห์ภาพถ่ายของเทหวัตถุ ที่มีชื่อว่า G1.9+0.3 ที่ถูกถ่ายไว้ในปี 2007 โดยดาวเทียมรังสีเอ็กส์จันทรา (Chandra X-Ray Observatory) นำมาเปรียบเทียบกับภาพที่เคยถูกถ่ายไว้ในปี 1985 โดยเครือข่ายกล้องวิทยุขนาดยักษ์ VLA (Very Large Array radio Telescope)

ไม่เพียงภาพถ่ายจากดาวเทียมจันทราเท่านั้น ที่ยืนยันการค้นพบดังกล่าว บรรดานักวิทยาศาสตร์หลายคน ได้พบว่า ซูปเปอร์โนวาดังกล่าว มีขนาดเพิ่มขึ้น 16% ภายในเวลาเพียง 22 ปี ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ ที่ช่วยยืนยันการค้นพบดังกล่าว

บทความดังกล่าว ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Astrophysical Journal Letters

สำหรับหลายคนที่สงสัยว่าซูปเปอรโนวาคืออะไร ? ซูปเปอร์โนวา คือการระเบิดของดวงดาวที่หมดสิ้นอายุขัย โดยจะเกิดการสว่างวาบขึ้นมาเป็นเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะค่อยๆ จางหายไป ในระหว่างการระเบิด ก็จะมีการปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างมหาศาล นอกจากพลังงานที่ปลดปล่อยออกมา ดวงดาวที่ระเบิด ยังมีการปลดปล่อยมวลสารของดาวดังกล่าวออกมาอีกด้วย ซึ่งหลังจากการระเบิด ก็จะกลายเป็นแหล่งให้กำเนิดดวงดาวดวงใหม่ต่อไปเป็นวัฏจักร อย่างนี้ไปเรื่อยๆ

ข้อมูลเพิ่มเติมแบบเต็มๆ อ่านได้ที่ วิกิ

ที่มา - Physorg

สถานีอวกาศนานาชาติ ติดตั้งระบบนำน้ำกลับมาใช้ใหม่

34
vote

ระบบหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Recovery System) ถือเป็นหนึ่งในสองขององค์ประกอบที่สำคัญ ในการสนับสนุนการดำรงชีวิตของนักบินอวกาศบนสถานี ซึ่งตามกำหนดการ ระบบหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ จะถูกขนส่งโดยกระสวยอวกาศเอนเดเวอร์ ในปลายปีนี้ หลังจากได้ติดตั้งระบบสร้างออกซิเจนเมื่อปลายปีที่แล้ว

การติดตั้งระบบดังกล่าว สามารถช่วยลดภาระการขนส่ง น้ำและออกซิเจน จากโลกไปยังสถานี ได้ถึง 6,800 กิโลกรัมต่อปี โดยระบบดังกล่าว ใช้กระบวนการกรองและกระบวนการทางเคมีเป็นหลัก ซึ่งสามารถผลิตน้ำที่ปลอดภัยเพียงพอสำหรับการบริโภค

ที่มา - Physorg

กระสวยอวกาศโซยุซ ลงจอดเลยจากจุดที่กำหนด

30
vote

กระสวยอวกาศโซยุซ (Soyuz capsule) ทีี่บรรทุกนักบินอวกาศคนแรกของเกาหลีใต้ ได้ลงจอด ทางตอนหนือของคาซัคสถาน เลยจากจุดที่กำหนดไว้ถึง 260 ไมล์

Valey Lyndin โฆษกของภารกิจนี้ ได้ออกมาแถลง ถึงการลงจอดดังกล่าว โดยระบว่า ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัยดี ส่วนุสาเหตุของความผิดพลาดในครั้งนี้ เกิดจากการที่ตัวยาน เริ่มเข้าสู่วงโคจรเพื่อที่จะลงจอดช้าไป 20 นาที ซึ่งในการลงจอดดังกล่าว ลูกเรือแต่ละคนต้องเจอกับแรงจี (G-Force) ที่มากกว่าปกติ ถึง 10 เท่า

สำหรับลูกเรือที่โดยสารไปกับยานลำนี้ ประกอบด้วย Yi So-yeon นักชีววิศวกรรม (ฺBioengineer), นักบินอวกาศสหรัฐ Peggy Whitson และ Yuri Malenchenko ผู้ควบคุมการบิน

ที่มา - Physorg

นาซ่ายืดอายุโครงการ แคสสินี-ฮอยเกนส์ ออกไปอีก 2 ปี

32
vote

องค์การนาซ่า ได้ตัดสินใจยืดอายุภารกิจ แคสสินี-ฮอยเกนส์ (Cassini-Huygens) ออกไปอีก 2 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดภารกิจ ในปี 2008

สาเหตุหลักที่ทำให้นาซ่า ตัดสินใจยืดอายุภารกิจดังกล่าวออกไป ก็น่าจะมาจาก การที่นักวิทยาศตร์เชื่อว่า น่าจะมีน้ำอยู่ใต้พื้นผิว ของดวงจันทร์ขนาดเล็กของดาวเสาร์ ที่มีชื่อว่า Enceladus โดยหลังจากที่มีการยืดอายุภารกิจออกไป ยานแคสสินี จะทำการบินสำรวจในระยะใกล้ ซึ่งมีความสูงประมาณ 25 กิโลเมตร จากพื้นผิวของดวงจันทร์

ยานแคสสินี ได้เดินทางออกจากโลก ในปี 1997 ใช้เวลา 7 ปี เดินทางสู่ดาวเสาร์ และได้ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์จำนวนมหาศาล แก่นักวิทยาศาสตร์

ที่มา - ScienceDaily

เกาหลีใต้ขาดการติดต่อกับดาวเทียมดวงแรกของตัวเอง

31
vote

สถาบันวิจัยด้านอวกาศของเกาหลีใต้ (Korea Aerospace Research Institute) ได้ยืนยันว่า สถานีภาคพื้นดินที่ใช้ในการติดต่อกับดาวเทียม Arirang 1 ได้ขาดการติดต่อกับตัวดาวเทียม ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2007

ผู้เชี่ยวชาญได้ทำการวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ไม่สามารถทำการติตต่อกับดาวเทียมไว้สองประเด็น อย่างแรกก็คือ ปัญหาทางด้านกลไกของตัวดาวเทียมเอง และ อย่างที่สองก็คือ ความผิดพลาดในการจัดตำแหน่งของดาวเทียม ซึ่งส่งผลต่อการผลิดพลังงานของโซลาร์เซลล์

เกาหลีใต้ได้เริ่มบุกเบิกทางด้านอวกาศ โดยทำการส่งดาวเทียมเพื่อการพานิชย์จำนวนสามดวง ตั้งแต่ปี 1999 และดาวเทียมดางด้านการทหารในปี 2006 โดยดาวเทียม Arirang 1 ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศเมื่อ 2 ธันวาคม 1999 มีภารกิจหลักในการถ่ายภาพพื้นผิวโลกความละเอียดสูง

ที่มา - Physorg

วอยเอเจอร์2 สร้างความประหลาดใจให้นักวิทยาศาสตร์อีกครั้ง

32
vote

ยานอวกาศวอยเอเจอร์2 ได้สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิทยศาสตร์อีกครั้ง หลังจากที่ยานได้เข้าสู่ขอบเขตชายแดนของระบบสุริยะ

ยานวอยเอเจอร์2 ได้ถูกออกแบบมาให้สำรวจดาวพฤหัส, ดาวเสาร์ และดวงจันทร์บริวาร โดยในตอนแรกตัวยานคาดหมายว่าจะสามารถปฏิบัติภารกิจเพียงแค่ 5 ปี เท่านัน

ปัจจุบัน ถึงแม้จะผ่านมากว่า 30 ปี แต่อุปกรณ์ส่วนใหญ่ก็ยังสามารถทำงานได้ดี และในตอนนี้ วอยเอเจอร์ได้เข้าถึงส่วนนอกของระบบสุริยะ ที่เรียกว่า Heliosheath ซึ่งในบริเวณนี้ ลมสุริยะระหว่างดวงดาวต่างๆ มีอยู่ในระดับปานกลาง

นอกจากวอยเอเจอร์จะสร้างความประหลาดใจในการที่สามารถทำงานมาได้กว่า 30 ปีแล้ว อุปกรณ์ภายในยานยังสร้างความประหลาดใจอีกมากมาย เช่น อุณหภูมิของขอบนอกร้อนกว่าด้านในของระบบสุริยะ แต่ยังต่ำกว่าอุณหภูมิที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้หลายสิบเท่า หรือ การที่สนามแม่เหล็กไฟฟ้าบีบอัดฟองของแก๊สจากดวงอาทิตย์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยานวอยเอเจอร์ 2 ยังสามารถตรวจเจอ และวัดแรงลมสุริยะ, อุณหภูมิ, และความหนาแน่น ในขณะที่ยานฝาแฝดรุ่นพี่อย่าง วอยเอเจอร์1 ทำได้แค่ตรวจเจอ แต่ไม่สามารถทำการวัดใดๆ ได้

ขณะนี้ยานวอยเอเจอร์2 ได้เดินทางมาแล้วกว่า 12 พันล้านกิโลเมตร จากโลก และเดินทางด้วยความเร็วกว่า 50,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ที่มา - EurekaAlert

Syndicate content