Cloning

แค่เรื่องเนื้อสัตว์โคลนนิง...สหภาพยุโรปทะเลาะกันทั้งคืนไม่จบ

เมื่อวันอังคารที่ 29 มีนาคม 2011 ตัวแทนของสหภาพยุโรปได้เข้าร่วมประชุมกัน ณ กรุงบรัสเซลล์ เพื่อหาข้อตกลงเกี่ยวกับการติดฉลากเนื้อสัตว์ที่มาจากสัตว์โคลนนิง (Cloned animals)

ตั้งแต่ก่อนเปิดฉาก ที่ประชุมก็แบ่งแยกกันเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ขั้วแรกคือรัฐสภายุโรป (European Parliament) ซึ่งต้องการจะให้ติดฉลากบนสินค้าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ทำจากสัตว์โคลนนิงรวมถึงสัตว์ที่เป็นลูกหลานของมันด้วย ส่วนอีกขั้วเป็นด้านของคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (European Union Council) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากประเทศสมาชิก ด้านนี้เรียกร้องให้บังคับติดฉลากเฉพาะผลิตภัณฑ์จากสัตว์โคลนนิงเท่านั้น ไม่ต้องรวมไปถึงลูกหลานของมัน

ทีแรก การต่อรองก็ดูเป็นไปด้วยดี เมื่อคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปยอมถอยให้หนึ่งก้าว โดยตกลงว่าจะบังคับให้ติดฉลากเนื้อจากสัตว์โคลนนิงให้หมดภายใน 6 เดือน ส่วนการติดฉลากผลิตภัณฑ์จากลูกหลานของสัตว์โคลนนิงจะทยอยบังคับใช้ไปเรื่อยๆ ให้ครบภายในเวลา 2 ปี

แต่รัฐสภายุโรปไม่พอใจกับข้อเสนอของคณะมนตรีฯ จึงยังยืนตามคำขาดของตัวเองต่อไปที่จะต้องติดฉลากสินค้าทุกอย่างที่มาจากสัตว์โคลนนิงและลูกหลานให้หมดโดยพร้อมเพรียงกันเป็นอย่างน้อย ตัวแทนของรัฐสภายุโรปบ่นกระปอดประแปดว่า "หงุดหงิดมากที่คณะมนตรีฯ ไม่ยอมฟังเสียงสาธารณชนแม้แต่นิด"

ช้างแมมมอธจะกลับมาอีกครั้ง

แมมมอธ (Mammoth) เป็นช้างขนดกที่สูญพันธุ์จากโลกนี้ไปเมื่อประมาณ 10,000 ปีที่แล้ว แต่ไม่แน่ว่าภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราอาจจะได้เห็นแมมมอธกลับมาเดินบนโลกอีกครั้ง

นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นมีความตั้งใจพยายามฟื้นคืนชีพสัตว์ดึกดำบรรพ์ด้วยเทคนิคการโคลนนิง (Cloning) มานานตั้งแต่ปี 1997 แล้ว แต่ว่าก็ประสบข้อขัดข้องทางเทคนิคเรื่อยมา เพราะนิวเคลียสของเซลล์เนื้อเยื่อแมมมอธที่ขุดเจอล้วนแต่ถูกทำลายโดยผลึกน้ำแข็งจนไม่อาจจะใช้การได้ จนกระทั่งเมื่อปี 2008 ดร. Teruhiko Wakayama แห่ง Riken Center for Developmental Biology ในเมืองโกเบ ได้พัฒนาวิธีการโคลนนิงหนูจากเซลล์ที่แช่แข็งมาเป็นเวลานานถึง 16 ปีได้สำเร็จ ความหวังของคนรักแมมมอธจึงเรืองรองขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อไม่นานมานี้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ Akira Iritani แห่งมหาวิทยาลัยเกียวโต ได้จัดตั้งทีมวิจัยร่วมสามประเทศ คือ ญี่ปุ่น รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา ขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์จะใช้เทคนิคของ ดร. Teruhiko Wakayama มาเป็นต้นแบบในการโคลนนิงแมมมอธขึ้นมาให้จงได้

ทีมวิจัยชุดนี้วางแผนไว้ว่า ขั้นแรกจะต้องหาเซลล์แมมมอธที่พอใช้ได้มาให้ได้ก่อน การได้มาซึ่งเนื้อเยื่อแมมมอธก็จะมีทั้งการไปขุดชั้นน้ำแข็ง permafrost ที่ไซบีเรีย และการขอจากพิพิธภัณฑ์ในรัสเซีย เมื่อได้เซลล์ที่ต้องการแล้วก็จะสกัดเอานิวเคลียสของแมมมอธออกมา นิวเคลียสแมมมอธจะถูกใส่เข้าไปแทนที่นิวเคลียสในเซลล์ไข่ของช้างแอฟริกา จากนั้นก็เอาเซลล์ไข่ช้างที่มีนิวเคลียสของแมมมอธยัดกลับเข้าไปในมดลูกของช้าง ถ้าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แม่ช้างก็จะคลอดลูกแมมมอธออกมา

ศ. Akira Iritani คาดว่าด้วยเทคนิคพื้นฐานของ ดร. Teruhiko Wakayama ทีมวิจัยจะสามารถโคลนแมมมอธได้จากเซลล์แมมมอธที่มีความสมบูรณ์เพียง 2-3% เท่านั้น โครงการนี้จึงมีโอกาสสำเร็จที่สูงพอควร

ตอนนี้ทีมวิจัยของ ศ. Akira Iritani ได้ขอความร่วมมือไปยังสวนสัตว์ทั่วประเทศญี่ปุ่นแล้วว่าหากสวนสัตว์ใดมีช้างตัวเมียตาย ก็ขอบริจาคเซลล์ไข่อย่างด่วน (การขอความร่วมมือนี้คาดว่าเป็นได้อย่างสะดวก เพราะหนึ่งในทีมวิจัย คือ ศ. Minoru Miyashita เคยเป็นหัวหน้าสวนสัตว์ Tennoji Zoo ในโอซากามาก่อน คอนเน็คชั่นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง)

ที่มา - PhysOrg

เจ้าแกะดอลลี่กลับมาอีกครั้ง

เจ้าแกะดอลลี่ (Dolly the Sheep) ถือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวแรกที่เกิดจากการโคลนนิ่งเซลล์ (Cloning) ดอลลี่ถือกำเนิดในปี 1996 และถูกทำให้ตายในปี 2003 เนื่องจากเจ้าดอลลี่ป่วยหนักจากการติดเชื้อในปอดเข้าขั้นโคม่าและโรคไขข้ออักเสบที่ทรมานมันมาเป็นปีๆ

ปี 2010 เจ้าดอลลี่กลับมาอีกครั้ง และคราวนี้มันมาพร้อมกันถึง 4 ตัว!

ย้อนอดีตกลับไปเมื่อ 14 ปีก่อน ดอลลี่ถูกโคลนขึ้นมาจากเซลล์ต่อมน้ำนมของแกะเต็มวัยตัวหนึ่ง หลายคนคงคิดว่านักวิทยาศาสตร์เอาเซลล์ชุดนั้นมาทดลองหมดแล้ว แต่ในความเป็นจริง นักวิทยาศาสตร์ยังเก็บเซลล์ที่เหลือไว้ด้วยการแช่แข็ง จนเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ศาสตราจารย์ Keith Campbell แห่ง Nottingham University จึงได้เริ่มโครงการฟื้นชีพดอลลี่ขึ้นมาอีกครั้ง โดยการเอาเซลล์ชุดเดียวกับที่ใช้โคลนดอลลี่มาสร้างแกะ the Dollies ขึ้นมาอีก 4 ตัว (the Dollies ก็คือ Dolly เติม s นั่นเอง นักวิทยาศาสตร์ก็เล่นกันง่ายๆ แบบนี้แหละ)

ญี่ปุ่นประกาศความสำเร็จ โคลนหนูแช่แข็งอายุ 16 ปี

นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิจัยตัวอ่อนชีวภาพแห่งเมืองโกเบได้ประกาศความสำเร็จในการโคลนหนูที่ถูกแช่แข็งไปแล้วกว่า 20 ปี

ความสำเร็จนี้เป็นการนำเอาเซลล์สมองที่ถูกแช่แข๋งในอุณภูมิติดลบ 20 องศาเซลเซียส ลบล้างความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าความเย็นจะทำลายดีเอ็นเอไปเสียจนไม่สามารถนำมาโคลนได้อีกต่อไป

ความสำเร็จนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามในการโคลนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่สูญพันธุ์ไปแล้วแต่ยังมีตัวอย่างเซลล์ที่ถูกแช่แข็งไว้เป็นอย่างดีเช่นช้างแมมมอธที่สูญพันธุ์ไปแล้วนับหมื่นปี อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยระบุว่าความยากในการโคลนสัตว์สูญพันธุ์เช่นนั้นคือการหาเซลล์ไข่เพื่อรับดีเอ็นเอ

ถ้าไม่ดูแลโลก ยังไงก็เอากลับมาไม่ได้ว่าอย่างนั้น

ที่มา - BBC

เกาหลีใต้คุมเข้มการโคลนนิ่งมากขึ้น

รัฐสภาเกาหลีใต้ ได้ให้ความเห็นชอบกฏหมายฉบับใหม่ โดยหวังจะควบคุมและจัดระเบียบ การวิจัยในเรื่องโคลนนิ่งให้รัดกุมยิ่งขึ้น หลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังอย่าง ดร.หวาง ได้สร้างความอับอายไปทั่วโลก โดยการปลอมแปลงผลการวิจัย

หลังจากที่กฏหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ การทำโคลนนิ่งข้ามสายพันธุ์ เช่น การนำเซลล์ที่มีดีเอ็นเอของมนุษย์ นำไปใส่ในไข่ของสัตว์ จะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป หากมีผุ้ใดฝ่าฝืน จะมีบทลงโทษโดยการจำคุกถึง 3 ปี

Park Se-Pill ผุ้เชี่ยวชาญด้านการโคลนนิ่งของเกาหลีใต้ แสดงความไม่เห็นด้วยกับกฏหมายดังกล่าว เนื่องจากในการโคลนนิ่งมนุษย์ การใช้ไข่ของสัตว์มีความจำเป็น เนื่องจากไข่ของมนุษย์นำมาทดลองได้อย่างยากลำบาก และยังกล่าวอีกว่า กฏหมายที่ออกมา ทำให้การวิจัยดังกล่าวของเกาหลีใต้หยุดอยู่กับที่ ในขณะที่ประเทศอื่นๆ กำลังจะก้าวต่อไป

นอกจากนี้ กฏหมายใหม่ยังอนุญาต ให้นักวิจัยสามารถใช้สเต็มเซลล์ ที่ได้จากตัวอ่อนของมนุษย์ในการทำวิจัยเพื่อใช้ในการรักษาโรคทั่วไป จากเดิมที่กฏหมายเก่า อนุญาตให้ทำได้เฉพาะโรคที่ไม่มีทางรักษาเท่านั้น

ของอย่างนี้ ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง

ที่มา - Physorg

สุนัขโคลนนิ่งของเกาหลีใต้ พร้อมปฏิบัติการแล้ว

เกาหลีใต้ เริ่มทำการฝึกสุนัขดมกลิ่น ที่ได้รับการโคลนนิ่งมาเมื่อปีกลาย และพร้อมที่จะออกปฏิบัติการได้ภายในปีนี้

Toppy ซึ่งมีชื่อมาจาก (Tomorrow's puppy) ได้รับการผ่านการทดสอบในเบื้องต้น นั่นก็คือ การทดสอบด้านพฤติกรรม และการทดสอบคุณภาพของสายพันธ์ และสามารถเริ่มปฏิบัติงานได้ภายในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ หากผ่านการทดสอบขั้นที่สอง

ผู้รับผิดชอบในโครงการนี้ คือ Lee Byung-Chun ซึ่งเคยประสบความสำเร็จในการ โคลนนิ่งสุนัขเป็นตัวแรกของโลก

หวังว่าคงไม่เป็นงานหลอกลวงเหมือนของ ดร.หวาง นะครับ

ที่มา - Physorg

Syndicate content