เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2011 UNFCCC (United Nations Framework Convention on Climate Change) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าการประชุมโลกร้อนปีหน้า หรือ COP18/CMP8 จะจัดขึ้นที่ประเทศกาตาร์ ระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน ถึง 7 ธันวาคม 2012
UNFCCC ให้เหตุผลว่ากาตาร์เป็นประเทศที่แสดงความกระตือรือร้นอย่างมากในการประชุมที่ Durban ซึ่งกำลังจัดอยู่ในขณะนี้ และช่วงหลังกาตาร์ก็มีโครงการรณรงค์สนับสนุน "พลังงานสีเขียว" อย่างกระฉับกระเฉง
อย่างไรก็ดี กาตาร์เป็นประเทศที่มีอัตราการปล่อยก๊าซ CO2 ต่อหัวสูงสุดในโลก โดยเฉลี่ยชาวกาตาร์หนึ่งคนปล่อยก๊าซ CO2 ปีละ 50 กว่าตัน มากกว่าชาวสหรัฐอเมริกาถึงสามเท่า มากกว่าชาวจีนถึงสิบเท่า (เพียงแต่กาตาร์เป็นประเทศเล็กๆ มีประชากรไม่มาก ดังนั้นหากคิดรวมทั้งประเทศ จีนจึงเป็นที่หนึ่ง) หลายคนจึงตั้งข้อสงสัยว่ากาตาร์สมควรได้รับหน้าที่นี้หรือ?
เหตุผลหลักๆ ที่ทำให้กาตาร์ปล่อยก๊าซ CO2 ได้มากมายขนาดนี้ เพราะประเทศกาตาร์เป็นผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอันดับต้นๆ ของโลก แถมประชาชนในประเทศกาตาร์ยังมีไฟฟ้าและน้ำประปาให้ใช้กันได้ฟรีๆ อย่างไม่อั้น แหล่งพลังงานไฟฟ้าหลักของประเทศก็มาจากเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ และน้ำจืดที่ใช้ในการบริโภคก็ต้องใช้พลังงานสกัดน้ำจืดออกจากน้ำทะเลเนื่องจากกาตาร์เป็นประเทศทะเลทราย
แม้จะร่ำรวยมหาศาลจากการค้าน้ำมัน กาตาร์ (และประเทศผู้ค้าน้ำมันในตะวันออกกลาง) ก็ไม่ถูกจัดว่าเป็น "ประเทศพัฒนาแล้ว" ดังนั้นข้อกำหนดที่จำกัดการปล่อย CO2 ใน Kyoto Protocol จึงไม่มีผลบังคับใช้ต่อกาตาร์
เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่กาตาร์หน่อยๆ ประเทศเจ้าภาพในการประชุมปีนี้อย่างประเทศแอฟริกาใต้ก็มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซ CO2 คิดเป็นถึง 40% ของปริมาณการปล่อย CO2 ในทวีปแอฟริกา และการที่ได้กาตาร์เป็นประเทศเจ้าภาพอาจจะช่วยชักจูงให้ประเทศผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ๆ ยอมตกลงรับข้อกำหนดจำกัดปริมาณการปล่อย CO2 ก็ได้
ส่วนการประชุมระดับรัฐมนตรีเพื่อเตรียมการจะจัดขึ้นที่ประเทศเกาหลีใต้ก่อนหน้าการประชุมที่กาตาร์ประมาณหนึ่งสัปดาห์
ที่มา - New Scientist, ประกาศ UNFCCC

