Energy

กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ตั้งกองทุนสนับสนุนอาคารสำนักงานปลอดคาร์บอน

31
vote

ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาส่วนมากนั้นคาร์บอนมักมีแหล่งกำเนิดจากโรงงานอุตสาหกรรม การเกษตร และการขนส่งเป็นหลัก แต่ประเทศที่เป็นศูนย์กลางการค้าเช่นสหรัฐฯ นั้นพลังงานร้อยละ 18 ของประเทศถูกใช้ไปในอาคารสำนักงาน กระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ จึงพยายามที่จะสนับสนุนให้อาคารเหล่านี้ลดการใช้พลังงาน จนในที่สุดแล้วอาคารเหล่านี้อาจจะพัฒนาจนไม่เป็นแหล่งกำเนิดคาร์บอนอีกต่อไป

เป้าหมายหลักของโครงการนี้คืออาคารพานิชขนาดเล็กที่มีสัดส่วนร้อยละ 62 ของอาคารพานิช คิดเป็นพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ใช้งานทั้งหมด

กองทุนนี้เป็นเงินสดจำนวน 15 ล้านดอลลาร์ พร้อมกับคำมั่นว่าจะให้เข้าปรึกษากับวิศวกรของทางกระทรวงพลังงานได้อีกด้วย

ที่มา - ArsTechnica

โรงงานไฟฟ้าถ่านหินแบบไร้คาร์บอนแห่งแรกในโลกเริ่มทำงานแล้ว

29
vote

โรงงานไฟฟ้าถ่านหินแบบไม่ปล่อยคาร์บอนขึ้นสู่ขั้นบรรยากาศแห่งแรกของโลกเริ่มทำงานแล้วในวันนี้ โดยโรงงานไฟฟ้า Schwarze Pumpe ที่ตั้งอยู่ในเมือง Spremberg ทางด้านตะวันออกของเยอรมันแห่งนี้มีกำลังผลิต 30 เมกกะวัตต์ โดยเป็นส่วนหนึ่งในโครงการนำร่องระยะเวลาสามปีในการทดสอบการใช้งานโรงงานไฟฟ้าถ่านหินแบบไม่ปล่อยคาร์บอนนี้

โรงงานไฟฟ้าแห่งนี้อาศัยการแยกไนโตรเจนออกจากอากาศทำให้ได้อากาศที่มีออกซิเจนในปริมาณสูงมาก เมื่อนำไปเผาไหม้แล้วจะได้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และไอน้ำเป็นของเสียออกมา โรงงานไฟฟ้านี้จะนำก๊าซที่ได้กลับไปเผาไหม้อีกครั้งจนได้ก๊าซที่มีคาร์บอนเข้มข้นเป็นอย่างมากถึงร้อยละ 98 แล้วจึงนำก๊าซนั้นไปอัดเหลวเพื่อส่งไปอัดลงใต้ดินเป็นระยะทางสามกิโลเมตรใต้พื้นโลกต่อไป

ไฟฟ้าพลังงานถ่านหินนั้นเป็นแหล่งพลังงานประมาณร้อยละ 50 ของสหรัฐฯ และยังเป็นแหล่งพลังงานสำคัญไปทั่วโลกเนื่องจากมีราคาถูก แต่ปัญหาหลักของมันคือโรงงานไฟฟ้าแบบนี้สร้างคาร์บอนขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมากที่สุด จนถือได้ว่าเป็นต้นเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังต้องพึ่งพิงถ่านหินไปอีกนาน จึงมีการเสนอเทคโนโลยีเก็บกักคาร์บอนไว้ใต้ดิน แทนที่จะรอเทคโนโลยืผลิตไฟฟ้าที่ไร้คาร์บอนแบบอื่นๆ ที่ยังดูห่างไกล

ไม่มีบอกต้นทุน แต่ทางบริษัทผู้สร้างคือ Vattenfall ระบุว่าบริษัทกำลังเตรียมสร้างโรงงานแบบเดียวกันนี้แต่มีขนาดถึง 300 ถึง 500 เมกกะวัตต์ในปี 2015 และสร้างโรงงานขนาด 1,000 เมกกะวัตต์ในปี 2020 ส่วนสหภาพยุโรปนั้นวางแผนไว้ให้มีโรงงานแบบเดียวกันนี้ประมาณ 10 แห่งในปี 2015

ที่มา - MIT Technology Review

มิตซูบิชินำเสนอผลงานพัฒนาประสิทธิภาพโซลาร์เซลล์

34
vote

โซลาร์เซลลแบบที่ใช้กันในทุกวันนี้มักเป็นแบบ polycrystsalline-siligon โดยมักมีความหนาอยู่ที่ 180 ไมโครเมตร แต่ด้วยเทคโนโลยีแบบใหม่ จึงมีความพยายามที่จะผลิตโซลาร์เซลล์ที่บางกว่าเดิมให้เหลือ 100 ไมโครเมตร

ทางมิตซูบิชิได้ประกาศในงานว่าโซลาร์เซลล์แบบบางนี้สามารถทำประสิทธิภาพได้ถึงร้อยละ 17.4 แล้ว และส่วนโซลาร์เซลล์แบบ 180 ไมโครเมตรนั้นก็สามารถดึงประสิทธิภาพขึ้นไปถึงร้อยละ 18.6 ด้วยเทคนิคการเรียงเซลล์แบบรังผึ้งเพื่อลดแสงสะท้อนที่จะลดประสิทธิภาพของเซลล์ลง

โปสเตอร์งานวิจัยทั้งสองชิ้นแสดงอยู่ที่งาน EU PVSEC

ที่มา - Tech-On

ญี่ปุ่นลงทุนขนานใหญ่ในโรงงานโซลาร์เซลล์แบบฟิล์มบาง

37
vote

สองบริษัทยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นคือ มิตซูบิชิและซันโยกำลังเตรียมการเพิ่มกำลังผลิตโซลาร์เซลล์แบบฟิล์มบางกันขนานใหญ่ โดยทางด้านมิตซูบิชิเองมีโครงการ PV ที่ไม่ระบุมูลค่า และทางซันโยนั้นประกาศว่ากำลังลงทุนในศูนย์พัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์ขั้นสูงแห่งใหม่เป็นเงินกว่า 70 ล้านดอลลาร์

ทั้งสองบริษัทมีทางมุ่งหน้าไปทางเดียวกันคือการพัฒนาโซลาร์เซลล์แบบฟิล์มบางที่ผลิตเป็นปริมาณมากๆ ได้ง่ายกว่า โดยเทคโนโลยีของทางมิตซูบิชินั้นขณะนี้มีประสิทธิภาพอยู่ที่ร้อยละ 3.4 ส่วนยอดขายของวัสดุที่เกี่ยวกับโซลาร์เซลล์นั้นอยู่ที่ 18 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยมิตซูบิชิเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของโซลาร์เซลล์ของตนให้ไปอยู่ที่ร้อยละ 7 ได้ภายในปี 2010

ทางด้านซันโยนั้นลงทุนอย่างหนักด้วยการหยุดการพัฒนาเทคโนโลยีบางตัวเช่น OLED เพื่อนำวิศวกรไปทุ่มเทกับเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์กันเลยทีเดียว โดยก่อนหน้านี้ทางซันโยเพิ่งสามารถสร้างโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพร้อยละ 22.3 ไปได้ แต่เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีแบบ HIT จึงยังมีราคาค่อนข้างแพง สำหรับโซลาร์เซลล์แบบฟิล์มบางนั้นทางซันโยตั้งเป้าประสิทธิภาพไว้ที่ร้อยละ 12

ที่มา - Renewable Energy World

สหรัฐประสบความสำเร็จในการพัฒนาโซลาเซลล์ประสิทธิภาพกว่า 40%

78
vote

นักวิทยาศาสตร์จากห้องวิจัยพลังงานทดแทนของกระทรวงพลังงานสหรัฐ (National Renewable Energy Laboratory) ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ โดยการพัฒนาโซลาร์เซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 40.8% ในการเปลี่ยนจากแสงเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้รับการยืนยันว่าสูงที่สุดในปัจจุบัน

โซลาร์เซลล์อันนี้เป็นแบบชนิด tripple-junction ซึ่งถูกออกแบบและผลิตโดยนักวิจัยจาก NREL ประสิทธิภาพ 40.8% นั้นได้วัดมาจากแสงอาทิตย์ที่มีความเทียบเท่าดวงอาทิตย์ 326 ดวง ซึ่งคาดกันว่าเซลล์ชนิดนี้จะถูกนำไปใช้ในดาวเทียม หรือใช้ในการผลิตพลังงานโดยการนำเซลล์มาต่อกัน แล้วใช้เลนส์หรือกระจกในการรวมแสงให้ตกไปยังโซลาร์เซลล์

แทนที่จะใช้เยอมาเนียมเป็นจุดเชื่อมต่อด้านล่างของตัวอุปกรณ์ นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการออกแบบใหม่ โดยการใช้องค์ประกอบของแกลเลียม, อินเดียม, ฟอสฟอรัส, แกลเลียมอาร์เซไนด์ และอินเดียมอาร์เซไนด์ ในการแบ่งสเปกตรัมของแสงอาทิตย์ออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งจะถูกดูดซับโดยแต่ละชั้นของเซลล์

โซลาร์เซลล์ที่ได้มีน้ำหนักเบาและบาง นอกจากนี้ยังมีข้อดีในเรื่องของประสิทธิภาพ, การออกแบบ, การทำงาน และราคาที่ไม่สูงจนเกินไป

ที่มา - Physorg

MIT พัฒนาวิธีการแยกน้ำในราคาถูก เป็นความหวังในการพัฒนาพลังงานสะอาดที่ไม่มีวันหมด

62
vote

ปัจจุบันพลังงานจากแสงอาทิตย์เริ่มเข้ามามีบทบาทต่อมนุษย์มากขึ้น จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นแหล่งพลังงานทางเลือก เริ่มกลายมาเป็นพลังงานกระแสหลักที่สำคัญ แต่อุปสรรคที่สำคัญก็คือ ทำอย่างไรให้สามารถใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์ได้ตลอดเวลา แม้ในเวลาที่ไม่มีแสงอาทิตย์เลย

จนถึงปัจจุบัน พลังงานแสงอาทิตย์ยังสามารถใช้ได้เฉพาะช่วงเวลากลางวันเท่านั้น เพราะว่าการเก็บพลังงานที่ได้จากแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในภายหลังนั้น มีราคาแพงและไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

นักวิจัยจาก MIT ได้ประกาศความสำเร็จในการพัฒนากระบวนการ สำหรับเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ใช้งาน ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง, ราคาไม่แพง และไม่ยุ่งยากซับซ้อน

ด้วยการได้รับแรงบันดาลใจจากกระบวนการสังเคราะห์แสง นักวิจัยได้ทำการพัฒนากระบวนการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งสามารถทำให้พลังงานจากดวงอาทิตย์ ทำการแยกน้ำออกเป็นก๊าซไฮโดรเจนและก๊าซออกซิเจน หลังจากนั้นไฮโดรเจนและออกซิเจน สามารถรวมตัวกันในเซลล์เชื้อเพลิง เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางวันหรือตอนกลางคืน

กุญแจสำคัญที่ทำให้กระบวนการที่ฟังดูเหมือนเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ สามารถเกิดขึ้นได้จริง ก็คือการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา ซึ่งสามารถสร้างก๊าซออกซิเจนจากน้ำ ตัวเร่งปฏิกิริยาตัวอื่นจะสร้างก๊าซไฮโดรเจน ตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดใหม่นี้สร้างขึ้นจาก โคบอลต์, ฟอสฟอรัส และอิเล็กโทรด วางอยู่ในน้ำ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่นป้อนให้กับอิเล็กโทรด โคบอลต์และฟอสฟอรัสที่อยู่บนอิเล็กโทรด จะผลิตออกซิเจนออกมา และด้วยการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาตัวอื่นร่วมด้วย เช่น แพลตินัม ทำให้สามารถสร้างไฮโดรเจนจากน้ำได้ ซึ่งกระบวนการนี้เป็นการเลียนแบบ กระบวนการแยกน้ำซึ่งเกิดขึ้นในการสังเคราะห์แสง

ตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดใหม่นี้ สามารถทำงานได้ที่อุณภูมิห้อง ในน้ำที่มีค่า pH เป็นกลาง และง่ายในการติดตั้ง

แสงอาทิตย์ถือเป็นแหล่งพลังงานที่ยอดเยี่ยมในการแก้ปัญหาพลังงานโลก ในระยะเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง แสงอาทิตย์สามารถให้พลังงาน เทียบเท่ากับพลังงานที่มนุษย์ใช้กันทั้งหมดในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี

James Barber ผู้ำเชี่ยวชาญในการศึกษากระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช ได้ให้ความเห็นว่า กระบวนการที่พัฒนาขึ้นมาใหม่นี้ ถือเป็นก้าวกระโดดในการสร้างพลังงานสะอาดในปริมาณมาก และถือเป็นเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ

Ernst Chain ศาสตราจารย์ด้านชีวเคมีของ Imperial College มีความเห็นว่า การค้นพบครั้งนี้เป็นการเปิดประตูไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับการผลิตพลังงาน, ลดการใช้งานเชื้อเพลิงฟอสซิล และช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน

กระบวนการแยกน้ำด้วยไฟฟ้าที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ไม่เหมาะสมหรับกระบวนการสังเคราะห์แสงเทียม เนื่องจากมีราคาแพง, มีขั้นตอนยุ่งยาก และต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น ซึ่งยังต้องใช้ความรู้ทางวิศวกรรมอีกมากมาก ในการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทางนักวิจัยหวังว่าในอนาคต บ้านเรือนแต่ละหลังจะใช้พลังงานในตอนกลางวันที่มาจากแสงอาทิตย์ ในขณะที่พลังงานแสงอาิทิตย์ที่เหลือจะถูกนำไปใช้ในการแยก ไฮโดรเจนและออกซิเจนออกจาำกน้ำ เพื่อที่จะนำมาป้อนให้กับเซลล์เชื้อเพลิงในเวลากลางคืน

ที่มา - Physorg

เกาหลีใต้เดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน

64
vote

นักวิทยาศาสตร์ของเกาหลีใต้ ได้ทำการทดลองเดินเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชัน ถือเป็นก้าวสำคัญของพลังงานสะอาดที่สามารถนำมาใช้ได้ไม่สิ้นสุด

เตาปฏิกรณ์ KSTAR ได้สาธิตการสร้างสนามพลาสมาความร้อนสูง โดยเป็นเตาปฏิกรณ์เครื่องแรกของโลกที่สามารถสร้างพลาสมาได้ ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของนักวิทยาศาสตร์ในการนำมาใช้งานเชิงพาณิชย์

KSTAR เป็นเตาปฏิกรณ์ต้นแบบของโครงการ ITER (International Thermonuclear Experiment Reactor) ในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นโครงการที่จะจำลองการเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ของดวงอาทิตย์ เพื่อพลังงานที่ไม่มีวันหมด

เตาปฏิกรณ์ KSTAR เป็นเตาปฏิกรณ์ที่ใช้สนามแม่เหล็ก (Magnetic confinement fusion) ในการกักเก็บเชื้อเพลิงที่ใช้ทำปฏิกิริยาในรูปของพลาสมา ส่วนเตาปฏิกรณ์อีกชนิดหนึ่งมีชื่อเรียกว่า ICF (Inertial confinement fusion) ซึ่งจะใช้ความร้อนและความดัน ในการบีบอัดเชื้อเพลิงให้อยู่ในรูปทรงกลมเล็กๆ

การสาธิตประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี หลังจากทำการเดินเครื่องเป็นเวลาหลายเดือน และถูกสังเกตโดยนักวิทยาศาสตร์ท้องถิ่นและต่างชาติ

KSTAR ถูกสร้างขึ้นเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ด้วยงบประมาณ 306 ล้านดอลลาร์ โดยเป็นความร่วมมือกันระหว่าง สหรัฐ, ญี่ปุ่น, จีน, รัสเซีย, และสหภาพยุโรป

เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติน้อย มีการใช้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบพิชชันเป็นปริมาณ 40% ของพลังงานทั้งหมด

ที่มา - Physorg

GM สร้างโรงงานพลังงานแสงอาทิตย์

63
vote

บริษัทผลิตรถยนต์ชื่อดังของสหรัฐ General Motors ประกาศจะติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ บนหลังคาของโรงงานที่ซาราโกซาประเทศสเปน ซึ่งหลังจากการติดตั้ง จะทำให้โรงงานดังกล่าว กลายเป็นการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

พลังงานที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา จะมีประมาณ 10 เมกะวัตต์ นอกจากจะใช้ในโรงงานผลิตแล้ว ยังสามารถส่งขายผ่านทางระบบพาวเวอร์กริดได้อีกด้วย

GM ยังวางแผนที่จะติดตั้งโซลาร์เซลล์ในลักษณะเดียวกันนี้ ในโรงงานอื่นๆ หากผลที่ได้รับจากโรงงานในซาราโกซาประสบความสำเร็จ

ที่มา - Physorg

รายงานจากธนาคารโลกเผย อาหารแพงเพราะเชื้อเพลิงชีวภาพ

80
vote

เชื้อเพลิงชีวภาพ ทำให้ราคาอาหารทั่วโลกสูงขึ้นกว่า 75% ตามรายงานที่ไม่ได้รับการเปิดเผยของธนาคารโลก ข่าวดังกล่าวตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์การ์เดียน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

หนังสือพิมพ์การ์เดียนกล่าวว่า รายงานฉบับดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ เพื่อต้องการไม่ให้รัฐบาลสหรัฐเสียหน้า เนื่องจากเคยพูดไว้ว่า เชื้อเพลิงชีวภาพทำให้ราคาอาหารเพิ่มขึ้นเพียง 3%

รายงานฉบับนี้กล่าวว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของประเทศที่กำลังพัฒนา ไม่ได้เป็นการเพิ่มบริโภคพืชที่ใช้เป็นอาหารแต่อย่างใด และไม่ได้องค์ประกอบหลักในการเพิ่มของราคาอาหารด้วย นอกจากนี้ความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นในประเทศออสเตรเลีย ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากมายนัก

ในทางตรงข้าม สหภาพยุโรปและสหรัฐต่างหากที่เป็นปัจจัยทำให้ราคาของอาหารสูงขึ้น โดยเฉพาะสภาพยุโรป ซึ่งมีการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพสูงขึ้นกว่า 10% ในปี 2020

เฉพาะประเทศอังกฤษเพียงประเทศเดียว น้ำมันทุกชนิดที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพ มีอัตราการใช้งานสูงขึ้นกว่า 2.5% ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ รายงานฉบับนี้ยังให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า ถ้าไม่มีการเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพทั่วโลก ปริมาณข้าวโพดและข้าวสาลีที่สะสมอยู่ก็น่าจะมีเพียงพอ และราคาที่สูงขึ้นจากปัจจัยอื่นก็อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง

ความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพยังบิดเบือนราคาตลาด ราคาที่สูงขึ้นของพืชพลังงาน ทำให้เกษตรกรหันมาสนใจปลูกพืชพลังงาน แทนพืชที่ใช้ในการบริโภค

แต่อย่างไรก็ตาม การแปรรูปน้ำตาลอ้อยเป็นเอทานอลของบราซิล กลับไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาอาหารมากนัก

ในรายงานยังบอกอีกว่า ค่าวัสดุเชื้อเพลิงและปุ๋ยที่เพิ่มขึ้น มีส่วนเพิ่มราคาอาหารเพียง 15% เท่านั้น ในขณะที่เชื้อเพลิงชีวภาพ มีส่วนทำให้ราคาอาหารเพิ่มกว่า 75%

ที่มา - Physorg

ผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นมองโลกในแง่ดี ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงมีส่วนช่วยลดโลกร้อน

70
vote

ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของยูเอ็น Yvo de Boer ได้ให้สัมภาษณ์ถึงวิกฤติการน้ำมันแพง ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันว่า มีผลดีต่อสิ่งแวดล้อม

Yvo de Boer ได้ให้ัสัมภาษณ์กับ AFP ว่า ราคาน้ำมันแพง ทำให้ยุโรปและอเมริการลดปริมาณการใช้น้ำมันลง นอกจากนี้ ยังเป็นการเร่งการพัฒนาพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ Yvo de Boer ยังให้ความเห็นเพิ่มเติมอีกว่า ราคาน้ำมันแพง ทำให้การสกัดน้ำมันจากแหล่งน้ำมันที่ทำได้ยาก เช่น หินน้ำมัน มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งการนำพลังงานจากแหล่งดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่ากังวล เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มมลภาวะให้กับโลกมากยิ่งขึ้น

ถึงแม้จะพูดความจริง แต่สิ่งที่พูดคงไปขัดหูใครหลายๆ คน

ที่มา - Physorg

Syndicate content