Energy

บราเธอร์เปิดตัวแบตเตอรี่พลัง "สั่น"

บราเธอร์เจ้าเดียวกับที่ขายพรินเตอร์บ้านเราได้เปิดตัวแบตเตอรี่ที่สร้างพลังงานได้จากตัวเองด้วยการสั่น โดยออกแบบมาเพื่ออุปกรณ์ที่ต้องการพลังงานต่ำๆ อยู่แล้วเช่นรีโมท

ภายในตัวแบตเตอรี่นั้นจริงๆ แล้วใช้ตัวเก็บประจุขนาดใหญ่ 500mF เพื่อเก็บพลังงานวางคู่กับตัวผลิตกระแสไฟฟ้าพลังความสั่นไหว โดยตัวผลิตกระแสไฟฟ้านั้นมีความสามารถในการผลิตที่ 10 ถึง 180mW ขณะที่รีโมททั่วๆ ไปมักใช้พลังงานที่ 40 ถึง 100mW

ต่อไปต้องแปะป้าย "เขย่าก่อนใช้งาน"

ที่มา - Tech-On

วิกฤตการณ์ NASA เมื่อเชื้อเพลงนิวเคลียร์สำหรับยานอวกาศเริ่มหมดลง

NASA อาจตกม้าตายน้ำตื้น เพราะเชื้อเพลงที่ใช้สำหรับยานอวกาศระยะไกลเริ่มร่อยหรอ

สำหรับยานอวกาศที่ต้องสำรวจไกลเกินดาวอังคาร NASA ใช้พลูโตเนียม 238 เป็นเชื้อเพลิงให้ยานเหล่านี้สามารถเดินทางได้เองในระยะไกลๆ เพราะพลังงานแสงอาทิตย์จะอ่อนลงจนไม่พอต่อการขับเคลื่อน ตัวอย่างยานเหล่านี้ได้แก่ Voyager และ Pioneer

แต่ปัญหาคือพลูโตเนียมที่ NASA มีอยู่เริ่มหมด และการหามาเพิ่มไม่ใช่ง่ายเพราะเป็นสารกัมมันตภาพรังสีที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด กระทรวงพลังงานของสหรัฐเองไม่ได้ผลิตพลูโตเนียม 238 มาเป็นเวลานาน และด้วยความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทำให้ NASA ไม่สามารถซื้อเชื้อเพลงนี้จากรัสเซียได้ ส่งผลให้ NASA มีเชื้อเพลงไม่พอสำหรับโครงการสำรวจอวกาศที่จะไปยังดวงจันทร์ Europa ของดาวพฤหัสบดี

ฝั่งรัสเซียเองก็ประสบปัญหาพลูโตเนียมร่อยหรอเช่นกัน และไม่ต้องการปันเชื้อเพลิงส่วนนี้ให้ NASA ทางออกที่เป็นไปได้คือต้องขอให้รัฐสภาสหรัฐอนุมัติการผลิตพลูโตเนียมขึ้นมาใหม่ ถ้าไม่สำเร็จ ตัวเลือกสุดท้ายคือพึ่ง ESA องค์กรอวกาศยุโรป ซึ่งกำลังเร่งผลิตพลูโตเนียมให้ทันใช้ในปี 2020

ที่มา - Discovery

Thermophotovoltaic อาจเป็นความแหล่งพลังงานหมุนเวียนแหล่งใหม่

บริษัท IMEC แถลงความสำเร็จในการพัฒนากระบวนการผลิตเซลล์ Thermophotovoltaic (TPV) ที่ผลิตกระแสไฟฟ้าจากความร้อนส่วนเกินในระบบทำความร้อน ที่มีราคาถูกลงจนบริษัทอ้างว่าคุ้มค่ากว่าเซลล์แสงอาทิตย์

ความต้องการของเซลล์แบบ TPV นั้นคือความต่างของอุณภูมิ ยิ่งต่างกันมากๆ ยิ่งผลิตกระแสไฟฟ้าได้ดี โดยมันต้องการความต่างอุณภูมิที่ระดับ 900-1300 องศา ซึ่งหาได้ตามโรงงานหล่อแก้วและโรงถลุงเหล็ก

อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ที่มีการแถลงว่าสินค้ากำลังจะราคาถูกโดยไม่บอกราคา มักจะไม่เป็นจริง เช่นกรณี NanoSolar ที่ทุกวันนี้ก็ยังเป็นแหล่งพลังงานราคาแพง แถมต้องเข้าคิวซื้อกันเป็นที

ที่มา - Alternative Energy News

นิวเคลียร์คือหนทางสู่พลังงานไร้คาร์บอน?

พลังงานที่ดูมีความหวังและเป็นที่ถกเถียงกันมากที่สุดในยุคนี้คงเป็นพลังงานนิวเคลียร์ที่ให้พลังงานต่อพื้นที่ได้สูงมาก และยังไม่ผลิตคาร์บอน แต่มีกากกัมมันตภาพรังสีที่น่ากลัวมาแทน แต่รายงานล่าสุดจาก International Energy Agency และ OECD Nuclear Energy Agency (NEA) ก็ได้แถลงการออกมาว่าพลังงานนิวเคลียร์จะเป็นอาวุธที่ดีสำหรับการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน

จุดแข็งหลักสองจุดของพลังงานนิวเคลียร์คือมันเป็นพลังงานที่นิ่งมานานแล้ว จากการใช้งานจริงมานับสิบๆ ปี โดยทุกวันนี้เองพลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานถึงร้อยละ 14 ที่ทั้งโลกใช้งานอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตามการใช้โรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์จำเป็นต้องมีนโยบายระดับชาติที่ชัดเจน และมีการระดมทุนขนานใหญ่ เพราะต้นทุนการก่อสร้างค่อนข้างสูงมาก

บ้านเราตกลงจะเอากับเขาไหม?

ที่มา - IEA

MIT ประสบความสำเร็จในการสร้างโซลาร์เซลล์บนกระดาษ

โซลาร์เซลล์แบบพิมพ์นั้นค่อนข้างเป็นความหวังที่ใกล้เคียงความจริงในบรรดาโซลาร์เซลล์ทั้หมด เนื่องจากสามารถผลิตได้คราวละมากๆ อย่างไรก็ตามโซลาร์เซลล์แบบพิมพ์ที่มีในท้องตลาดทุกวันนี้ยังต้องการวัสถุดิบพิเศษอยู่มาก แต่ล่าสุดศูนย์วิจัย Eni-MIT ก็ประกาศความสำเร็จในการพิมพ์โซลาร์เซลล์ลงไปบนกระดาษธรรมดา

ทีมวิจัยระบุวว่าโซลาร์เซลล์ที่ได้นั้นยังได้ประสิทธิภาพไม่ดีนัก โดยประสิทธิภาพการแปลงพลังงานอยู่ที่ 1.5-2% เท่านั้น ขณะที่คู่แข่งอย่าง NanoSolar นั้นทำได้ที่ร้อยละ 16 ในห้องวิจัย ส่วนพี่ใหญ่อย่างไอบีเอ็มนั้นทำได้ที่ร้อยละ 9.6 แต่การที่โซลาร์เซลล์แบบใหม่สามารถพิมพ์บนวัสดุทั่วไปได้เราก็อาจจะหาพื้นที่ติดตั้งมันได้ง่ายยิ่งขึ้น และงานวิจัยนี้ยังอยู่ในชั้นเริ่มต้นเท่านั้น

บริษัท Eni นั้นเป็นบริษัทน้ำมันจากอิตาลี ลงทุนเป็นเงินในศูนย์ Eni-MIT เป็นเงิน 5 ล้านดอลลาร์ โดยศูนย์นี้ได้รับเงินสมทบจาก National Science Foundation อีก 2 ล้านดอลลาร์

ที่มา - Alternative Energy News

บิลล์ เกตต์เริ่มพูดคุยกับโตชิบาหาความร่วมมือพลังงานนิวเคลียร์

เจ้าพ่อไอทีอย่างบิลล์ เกตต์นั้นมีบริษัทของตนอีกหลายบริษัท หนึ่งในนั้นคือ TerraPower ที่ตั้งมาตั้งแต่ต้นปี 2009 ล่าสุดก็มีข่าวออกมาว่าเกตต์ได้บินไปห้องวิจัยของโตชิบา เพื่อแลกเปลี่ยนและหาความเป็นไปได้ที่จะทำงานร่วมกัน

เทคโนโลยีที่เกตต์สนใจนั้นคือ mini-reactor ที่เป็นเตาปฎิกรณ์ขนาดจิ๋วสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายเชื้อเพลิงเป็นเวลานานสูงสุดถึง 100 ปี

ผลที่เป็นไปได้หากการตกลงครั้งนี้บรรลุผล คือได้บริษัทร่วมทุนระหว่างโตชิบาและเกตต์ในการทำวิจัยเครื่อง mini-reactor นี้ร่วมกัน อย่างไรก็ตามโตชิบาระบุว่าการพูดคุยนี้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น

กูเกิลไปลงทุนโซลาร์เซลล์, บิลล์ เกตต์มาลงทุนนิวเคลียร์ เราไปซื้อหุ้นพลังงานกันมั่งดีกว่า

ที่มา - BBC

Bloom Energy ความหวังใหม่หรือแค่การโฆษณา

ช่วงนี้เกิดกระแสความหวังใหม่ในการกระจายพลังงานขึ้นมาจากบริษัท Bloom Energy ที่เสนอทางเลือกด้านพลังงานด้วยเซลล์เชื้อเพลิงแบบแข็ง ซึ่งมีข้อดีคือมีขนาดเล็ก (ในที่นี้คือหนัก "ไม่กี่ตัน") ในการผลิตไฟฟ้าขณะที่ประสิทธิภาพยังคงดีเทียบเท่าโรงงานขนาดใหญ่ ความได้เปรียบในเรื่องนี้คือประสิทธิภาพในการขนส่งเชื้อเพลิงนั้นดีกว่าประสิทธิภาพในการส่งไฟฟ้ามาก และหากเราสามารถผลิตพลังงานแบบกระจายได้ เรายังสามารถควบคุมการผลิตได้อย่างละเอียด เช่นอาคารสำนักงานอาจจะเลิกผลิตไฟฟ้าในวันเสาร์-อาทิตย์

การประชาสัมพันธ์เปิดตัวของ Bloom Energy ค่อนข้างได้ผลดีมาก เริ่มมีการพูดถึงในวงกว้างว่าเซลล์เชื้อเพลิงอาจจะเป็นหนทางใหม่ในการผลิตพลังงาน แต่วันนี้ก็เริ่มมีคำถามว่าสุดท้ายแล้ว Bloom Energy ได้เสนออะไรใหม่ให้กับสังคมจริงๆ หรือไม่

เทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงนั้นไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ มันเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในยานอวกาศมานานมาก สูตรทางเคมีนั้นมีเรียนอยู่ในวิชาเคมีระดับปีหนึ่งเท่านั้น แต่จุดสำคัญที่สุดของเทคโนโลยีนี้คือราคาที่แพงมาก และจนวันนี้ยังไม่มีแนวโน้มว่ามันจะถูกลงแต่อย่างใด และ Bloom Energy ก็ยังไม่ได้พ้นจากบ่วงนี้ ราคาเครื่องขนาด 100kWh นั้นอยู่ที่ 100,000 ดอลลาร์ ซึ่งแพงเกินไปที่บ้านทั่วไปที่ใช้ไฟฟ้าประมาณ 5kWh จะจ่ายเงินเพิ่มอีกเกือบสองล้านบาทเพื่อติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้า อีกทั้งค่าเชื้อเพลิงที่ต้องจ่ายตลอดเวลาทำงาน ทำให้เกิดคำถามว่า Bloom Energy จะคืนทุนได้ในเวลาเท่าใด (หรือกระทั่งมันคืนทุนจริงหรือไม่)

อีกข้อหนึ่งคือ Bloom Energy นั้นผลิตคาร์บอนเช่นเดียวกับโรงงานไฟฟ้าทั่วไป ข้อดีของมันคือโรงงานไฟฟ้าทุกวันนี้มีประสิทธิภาพประมาณ 26-48 เปอร์เซนต์ และสูญเสียไฟฟ้าระห่วางขนส่ง 7 เปอร์เซนต์ Bloom Energy สามารถทำได้ดีกว่านี้หรือกรณีที่แย่ก็อาจจะทำได้เท่าๆ กัน จุดที่แย่ที่สุดคือโรงงานไฟฟ้าทั่วไปนั้นเราสามารถทำโรงงานไฟฟ้าไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเพื่อลดผลกระทบจากคาร์บอนที่เกิดขึ้นได้ แต่ Bloom Energy สนับสนุนให้ผู้ติดตั้งวางเครื่องผลิตไฟฟ้าไว้ในพื้นที่บ้าน ซึ่งคาร์บอนทั้งหมดก็จะเกิดขึ้นในบริเวณบ้านนั่นเอง

ที่มา - Wikipedia

กูเกิลได้รับใบอนุญาตขายไฟฟ้าแล้ว

หลังจากวันที่ 23 นี้กูเกิลจะได้รับสิทธิ์ในการซื้อขายพลังงานเป็นล็อตใหญ่ๆ เช่นเดียวกับบริษัทพลังงานอื่นๆ อย่างไรก็ตามกูเกิลยังไม่มีโรงงานผลิตไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าเป็นของตัวเองแต่อย่างใด

กูเกิลเป็นบริษัทที่ใช้พลังงานมหาศาล การได้รับใบอนุญาตนี้จะเปิดทางเลือกในการซื้อพลังงานยกล็อตจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรงได้ง่ายขึ้น ส่วนในแง่ประชาสัมพันธ์ กูเกิลระบุว่าใบอนุญาตนี้จะนำไปสู่โอกาสในการเลือกใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นองค์กรที่ไม่ผลิตคาร์บอนต่อไป

ที่มา - IT World

ไอบีเอ็มร่วมวงโซลาร์เซลล์แบบพิมพ์

ช่วงหลังๆ นี้บริษัทไอทีเริ่มมาลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานกันมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น กูเกิล และไอบีเอ็ม ในแง่ของงานวิจัยแล้วไอบีเอ็มมีความได้เปรียบมากเพราะมีห้องแลปขนาดใหญ่และเทคโนโลยีที่สูงมาก และล่าสุดห้องวิจัยนี้ก็ได้แถลงผลงานว่าสามารถทำโซลาร์เซลล์แบบพิมพ์ได้แล้ว

โซลาร์เซลล์แบบพิมพ์ของไอบีเอ็มมีชื่อสารเคลือบว่า kesterite ให้ประสิทธิภาพไฟฟ้าที่ร้อยละ 9.6 ขณะที่บริษัทเฉพาะทางอย่าง Nanosolar นั้นสามารถทำได้ถึงร้อยละ 16.4 บนโซลาร์เซลล์แบบเดียวกันแล้ว แต่สารจริงที่อยู่ในกระบวนการผลิตนั้นยังอยู่ที่ร้อยละ 11

ข่าวร้ายของงานของไอบีเอ็มเพิ่งออกจากห้องวิจัย ส่วนสินค้าของ Nanosolar นั้นต้องวางเงินจองกันข้ามปีเพราะกำลังผลิตมีจำกัด

ที่มา - A Smater Planet, Nanosolar Blog

Google, IBM, Yahoo!, HP เตรียมบุกโครงการด้านพลังงาน

in

ในยุคที่ราคาน้ำมันขึ้นกันรายวันแต่ลงรายเดือนเช่นทุกวันนี้บริษัทเทคโนโลยีหลายๆ เจ้ากำลังประสบปัญหาว่าต้นทุนก้อนใหญ่ของระบบไอทีคือค่าพลังงาน เช่นศูนย์ข้อมูลของกูเกิลนั้นพยายามอย่างหนักที่จะลดค่าใช้จ่ายในระบบทำความเย็น แต่กูเกิลก็ยังเดินหน้าไปอีกขั้นด้วยการทำตัวเองเป็นตลาดกลางในการขายพลังงานแบบส่งในชื่อ Google Energy

ตลาดพลังงานของกูเกิลนี้จะทำให้บริษัทที่ใช้พลังงานจำนวนมากๆ สามารถเลืิอกซื้อพลังงานจากแหล่งพลังงานได้โดยตรง จากที่ปัจจุบันบริษัทพลังงานเท่านั้นที่เลือกใช้แหล่งพลังงานได้

กระบวนการนี้จะให้บริษัทเช่นกูเกิลสามารถเป็นบริษัทที่ไม่ก่อให้เกิดคาร์บอนได้ในอนาคต ถ้าบริษัทเลือกเฉพาะแหล่งพลังงานที่คาร์บอนต่ำๆ มาใช้งานเท่านั้น

ที่มา - C|Net

ทางด้าน HP, IBM, และ Yahoo! นั้นเดินทางอีกทางคือการขอเงินจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจจากกระทรวงพลังงาน IBM นั้นได้เงินเพื่อพัฒนาระบบตรวจสอบการใช้พลังงานและระบบทำความเย็นในศูนย์ข้อมูล, HP ได้เงินพัฒนาโมดูลเซิร์ฟเวอร์ที่มีระบบทำความเย็นภายในตัว ซึ่งน่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำความเย็นทั้งห้อง, ส่วน Yahoo! นั้นได้เงินเพื่อการพัฒนาศูนย์ข้อมูลที่มีแต่ระบบระบายความร้อน

นอกจากบริษัทใหญ่ๆ แล้วยังมีบริษัทเล็กๆ ที่ทำโครงการอีกจำนวนหนึ่งได้รับการสนับสนุนอีกเช่นกัน โดยเงินทั้งหมดมียอดรวม 47 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะมีเงินลงทุนจากตัวบริษัทเองลงทุนในโครงการเหล่านี้อีกกว่า 100 ล้านดอลลาร์

ที่มา - ArsTechnica

Syndicate content