Energy

Bloom Energy ความหวังใหม่หรือแค่การโฆษณา

ช่วงนี้เกิดกระแสความหวังใหม่ในการกระจายพลังงานขึ้นมาจากบริษัท Bloom Energy ที่เสนอทางเลือกด้านพลังงานด้วยเซลล์เชื้อเพลิงแบบแข็ง ซึ่งมีข้อดีคือมีขนาดเล็ก (ในที่นี้คือหนัก "ไม่กี่ตัน") ในการผลิตไฟฟ้าขณะที่ประสิทธิภาพยังคงดีเทียบเท่าโรงงานขนาดใหญ่ ความได้เปรียบในเรื่องนี้คือประสิทธิภาพในการขนส่งเชื้อเพลิงนั้นดีกว่าประสิทธิภาพในการส่งไฟฟ้ามาก และหากเราสามารถผลิตพลังงานแบบกระจายได้ เรายังสามารถควบคุมการผลิตได้อย่างละเอียด เช่นอาคารสำนักงานอาจจะเลิกผลิตไฟฟ้าในวันเสาร์-อาทิตย์

การประชาสัมพันธ์เปิดตัวของ Bloom Energy ค่อนข้างได้ผลดีมาก เริ่มมีการพูดถึงในวงกว้างว่าเซลล์เชื้อเพลิงอาจจะเป็นหนทางใหม่ในการผลิตพลังงาน แต่วันนี้ก็เริ่มมีคำถามว่าสุดท้ายแล้ว Bloom Energy ได้เสนออะไรใหม่ให้กับสังคมจริงๆ หรือไม่

เทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงนั้นไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ มันเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในยานอวกาศมานานมาก สูตรทางเคมีนั้นมีเรียนอยู่ในวิชาเคมีระดับปีหนึ่งเท่านั้น แต่จุดสำคัญที่สุดของเทคโนโลยีนี้คือราคาที่แพงมาก และจนวันนี้ยังไม่มีแนวโน้มว่ามันจะถูกลงแต่อย่างใด และ Bloom Energy ก็ยังไม่ได้พ้นจากบ่วงนี้ ราคาเครื่องขนาด 100kWh นั้นอยู่ที่ 100,000 ดอลลาร์ ซึ่งแพงเกินไปที่บ้านทั่วไปที่ใช้ไฟฟ้าประมาณ 5kWh จะจ่ายเงินเพิ่มอีกเกือบสองล้านบาทเพื่อติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้า อีกทั้งค่าเชื้อเพลิงที่ต้องจ่ายตลอดเวลาทำงาน ทำให้เกิดคำถามว่า Bloom Energy จะคืนทุนได้ในเวลาเท่าใด (หรือกระทั่งมันคืนทุนจริงหรือไม่)

อีกข้อหนึ่งคือ Bloom Energy นั้นผลิตคาร์บอนเช่นเดียวกับโรงงานไฟฟ้าทั่วไป ข้อดีของมันคือโรงงานไฟฟ้าทุกวันนี้มีประสิทธิภาพประมาณ 26-48 เปอร์เซนต์ และสูญเสียไฟฟ้าระห่วางขนส่ง 7 เปอร์เซนต์ Bloom Energy สามารถทำได้ดีกว่านี้หรือกรณีที่แย่ก็อาจจะทำได้เท่าๆ กัน จุดที่แย่ที่สุดคือโรงงานไฟฟ้าทั่วไปนั้นเราสามารถทำโรงงานไฟฟ้าไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเพื่อลดผลกระทบจากคาร์บอนที่เกิดขึ้นได้ แต่ Bloom Energy สนับสนุนให้ผู้ติดตั้งวางเครื่องผลิตไฟฟ้าไว้ในพื้นที่บ้าน ซึ่งคาร์บอนทั้งหมดก็จะเกิดขึ้นในบริเวณบ้านนั่นเอง

ที่มา - Wikipedia

กูเกิลได้รับใบอนุญาตขายไฟฟ้าแล้ว

หลังจากวันที่ 23 นี้กูเกิลจะได้รับสิทธิ์ในการซื้อขายพลังงานเป็นล็อตใหญ่ๆ เช่นเดียวกับบริษัทพลังงานอื่นๆ อย่างไรก็ตามกูเกิลยังไม่มีโรงงานผลิตไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าเป็นของตัวเองแต่อย่างใด

กูเกิลเป็นบริษัทที่ใช้พลังงานมหาศาล การได้รับใบอนุญาตนี้จะเปิดทางเลือกในการซื้อพลังงานยกล็อตจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรงได้ง่ายขึ้น ส่วนในแง่ประชาสัมพันธ์ กูเกิลระบุว่าใบอนุญาตนี้จะนำไปสู่โอกาสในการเลือกใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นองค์กรที่ไม่ผลิตคาร์บอนต่อไป

ที่มา - IT World

ไอบีเอ็มร่วมวงโซลาร์เซลล์แบบพิมพ์

ช่วงหลังๆ นี้บริษัทไอทีเริ่มมาลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานกันมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น กูเกิล และไอบีเอ็ม ในแง่ของงานวิจัยแล้วไอบีเอ็มมีความได้เปรียบมากเพราะมีห้องแลปขนาดใหญ่และเทคโนโลยีที่สูงมาก และล่าสุดห้องวิจัยนี้ก็ได้แถลงผลงานว่าสามารถทำโซลาร์เซลล์แบบพิมพ์ได้แล้ว

โซลาร์เซลล์แบบพิมพ์ของไอบีเอ็มมีชื่อสารเคลือบว่า kesterite ให้ประสิทธิภาพไฟฟ้าที่ร้อยละ 9.6 ขณะที่บริษัทเฉพาะทางอย่าง Nanosolar นั้นสามารถทำได้ถึงร้อยละ 16.4 บนโซลาร์เซลล์แบบเดียวกันแล้ว แต่สารจริงที่อยู่ในกระบวนการผลิตนั้นยังอยู่ที่ร้อยละ 11

ข่าวร้ายของงานของไอบีเอ็มเพิ่งออกจากห้องวิจัย ส่วนสินค้าของ Nanosolar นั้นต้องวางเงินจองกันข้ามปีเพราะกำลังผลิตมีจำกัด

ที่มา - A Smater Planet, Nanosolar Blog

Google, IBM, Yahoo!, HP เตรียมบุกโครงการด้านพลังงาน

in

ในยุคที่ราคาน้ำมันขึ้นกันรายวันแต่ลงรายเดือนเช่นทุกวันนี้บริษัทเทคโนโลยีหลายๆ เจ้ากำลังประสบปัญหาว่าต้นทุนก้อนใหญ่ของระบบไอทีคือค่าพลังงาน เช่นศูนย์ข้อมูลของกูเกิลนั้นพยายามอย่างหนักที่จะลดค่าใช้จ่ายในระบบทำความเย็น แต่กูเกิลก็ยังเดินหน้าไปอีกขั้นด้วยการทำตัวเองเป็นตลาดกลางในการขายพลังงานแบบส่งในชื่อ Google Energy

ตลาดพลังงานของกูเกิลนี้จะทำให้บริษัทที่ใช้พลังงานจำนวนมากๆ สามารถเลืิอกซื้อพลังงานจากแหล่งพลังงานได้โดยตรง จากที่ปัจจุบันบริษัทพลังงานเท่านั้นที่เลือกใช้แหล่งพลังงานได้

กระบวนการนี้จะให้บริษัทเช่นกูเกิลสามารถเป็นบริษัทที่ไม่ก่อให้เกิดคาร์บอนได้ในอนาคต ถ้าบริษัทเลือกเฉพาะแหล่งพลังงานที่คาร์บอนต่ำๆ มาใช้งานเท่านั้น

ที่มา - C|Net

ทางด้าน HP, IBM, และ Yahoo! นั้นเดินทางอีกทางคือการขอเงินจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจจากกระทรวงพลังงาน IBM นั้นได้เงินเพื่อพัฒนาระบบตรวจสอบการใช้พลังงานและระบบทำความเย็นในศูนย์ข้อมูล, HP ได้เงินพัฒนาโมดูลเซิร์ฟเวอร์ที่มีระบบทำความเย็นภายในตัว ซึ่งน่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำความเย็นทั้งห้อง, ส่วน Yahoo! นั้นได้เงินเพื่อการพัฒนาศูนย์ข้อมูลที่มีแต่ระบบระบายความร้อน

นอกจากบริษัทใหญ่ๆ แล้วยังมีบริษัทเล็กๆ ที่ทำโครงการอีกจำนวนหนึ่งได้รับการสนับสนุนอีกเช่นกัน โดยเงินทั้งหมดมียอดรวม 47 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะมีเงินลงทุนจากตัวบริษัทเองลงทุนในโครงการเหล่านี้อีกกว่า 100 ล้านดอลลาร์

ที่มา - ArsTechnica

นักวิจัยญี่ปุุ่นเสนอทางแก้โลกร้อนด้วยการสร้างก๊าซธรรมชาติ

ก๊าซธรรมชาติที่เราใช้กันอย่างหนักทุกวันนี้ เป็นผลจากการทำงานของแบคทีเรียที่แปลงเอาคาร์บอนไดออกไซด์นับพันล้านปีก่อนไปเก็บไว้ใต้ผิวโลก ขณะที่เราขุดก๊าซเหล่านี้ขึ้นมาใช้งานอย่างหนักเพิ่มคาร์บอนให้บรรยากาศนักวิจัยชาวญี่ปุ่นได้เสนอการเร่งกระบวนการสร้างก๊าซธรรมชาติขึ้นใหม่

นาย Fumio Inagaki หัวหน้าทีมวิจัยได้รายงานยืนยันว่าทีมงานของตนได้พบแบคทีเรียที่ทำหน้าที่แปลงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปเป็นมีเธนแล้ว อย่างไรก็ตามในสภาวะตามธรรมชาติกระบวนการนี้ใช้เวลานับพันล้านปี

ทีมงานวิจัยเชื่อว่าภายใน 5 ปีจะสามารถเสนอแนวทางการเร่งการทำงานของแบคทีเรีย ให้สามารถแปลงก๊าซได้ในเวลาระดับร้อยปีเท่านั้น

ที่น่าสงสัยคือถ้ามันแปลงได้เร็วขนาดนั้นมันจะไม่ทันได้เก็บใต้โลกแต่จะเอามาเติมรถกันจนหมดเสียก่อน

ที่มา - PhysOrg

Statkraft เปิดตัวโรงงานไฟฟ้าพลังออสโมซิสที่แรกในโลก

พลังงานทางเลือกยังคงเป็นหัวข้อที่มีการเสนอแนวทางใหม่ๆ เพื่อลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลกันอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดบริษัท Statkraft ผู้ผลิตเครื่องกรองน้ำให้กับองค์การนาซ่าได้เปิดตัวโรงงานไฟฟ้าพลังออสโมติกโรงงานแรกของโลก

การผลิตไฟฟ้พลังออสโมติกอาศัยความดันออสโมซิสที่ต่างกันระหว่างน้ำเค็มและน้ำจืดสร้างกระแสน้ำเพื่อปั่นไฟฟ้า การก่อสร้างจึงต้องการพื้นที่ที่มีน้ำทั้งสองอย่างมาบรรจบกันเช่น ปากแม่น้ำ

บริษัท Statkraft อ้างว่าถ้าสร้างโรงงานไฟฟ้ารูปแบบนี้ทั่วโลกจะสามารถผลิตพลังงานได้ถึง 1,600 ถึง 1,700 เทราวัตต์ เท่าๆ กับพลังงานที่จีนใช้ทั้งประเทศในปี 2002 ซึ่งถ้ามองตัวเลขนี้แล้วก็แสดงว่าพลังงานออสโมติกนี้ไม่สามารถทดแทนพลังงานฟอสซิลได้มากนัก แต่มันก็อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ใช้ประกอบกับพลังงานในรูปแบบอื่นๆ ได้

ที่มา - Statkraft

สายการบิน KLM ทดสอบเที่ยวบินโดยสารแรกที่ใช้พลังงานชีวภาพ

สายการบิน KLM ได้บินสาธิตการใช้พลังงานจากน้ำมันก๊าดชีวะภาพ (biokerosene) มาเป็นเชื้อเพลิงให้กับเครื่องบิน Boeing 747 เป็นครั้งแรก โดยใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเป็นสัดส่วนร้อยละ 50

เชื้อเพลิงชีวภาพเป็นทางเลือกที่สำคัญเมื่อคำนึงถึงความมั่นคงทางพลังงาน อย่างไรก็ตามสายการบิน KLM ก็ยอมรับว่ายังมีปัญหาอีกมากที่ต้องแก้เพื่อนำพลังงานนี้มาใช้งานต่อไป โดยเฉพาะผลกระทบต่ออาหาร และป่าไม้หากมีการใช้งานเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นวงกว้าง

เที่ยวบินสาธิตมีผู้โดยสารจำนวน 40 คน รวมถึงนักข่าวและคนจากหน่วยงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่างๆ

ที่มา - PhysOrg

Eric Giler โชว์พลังงานไร้สาย

คำว่าไร้สาย (wireless) เป็นคำฮิตติดปากของผู้บริโภครุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ, คอมพิวเตอร์, หรือ แม้กระทั่งเกม ก็ไม่จำเป็นต้องเสียบสายอะไร แต่ก็ได้แค่ช่วงเวลาหนึ่ง เพราะฉะนั้น ของไร้สายก็ยังไม่ไร้สายเต็มตัว เพราะกลับมาบ้านก็ต้องกลับมาเสียบปลั๊กไฟ หรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ แต่แล้ววันนี้ก็มาถึง วิดีโอนี้มาจาก Ted Talks Eric Giler โชว์พลังงานไร้สาย

ลองนึกดูเวลากลับบ้าน โทรศัพท์มือถือ, คอมพิวเตอร์, หรือ แม้กระทั่งเกม ได้รับพลังงานไร้สาย รถขับกลับมาบ้านก็ได้รับพลังงานไร้สาย ทีวีก็ไม่ต้องเสียบปลั๊กไฟ หรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ เข้่่าไปดูได้ที่ Ted Talks Eric Giler

ที่มา: Ted,mrfah

สหภาพยุโรปเตรียมสั่งห้ามขายหลอดไส้ 100 วัตต์วันที่ 1 กันยายนนี้

in

หลอดไส้ขนาด 100 วัตต์กำลังจะหลายเป็นสินค้าผิดกฏหมายหลังจากวันที่ 1 กันยนยนนี้ จากการผ่านกฏหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเมื่อปลายปีที่แล้ว พร้อมกับแนวทางที่ชัดเจนว่าสหภาพยุโรปจะสั่งห้ามขายหลอดไฟประสิทธิภาพต่ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต

ในปีหน้าหลอดไส้ขนาด 75 วัตต์ก็จะถูกสั่งห้ามขายเช่นเดียวกัน โดยคาดว่าหลอดไส้ทั้งหมดจะถูกห้ามขายในปี 2012

การใช้หลอดฟลูออกเรสเซนต์แทนหลอดไส้นั้นยังถูกวิจารณ์อยู่ในประเด็นที่มันใช้ปรอท และรีไซเคิลได้ยาก แต่ปัญหาเหล่านั้นก็ถูกแก้ไปมากแล้วด้วยเทคโนโลยีในช่วงหลัง

ที่มา - PhysOrg

จีนตั้งเป้าใหม่ในการใช้พลังงานจากลม 100 กิกะวัตต์ภายในปี 2020

เศรษฐกิจจีนที่เติบโตแบบเลขสองหลักไม่หยุดหย่อนในช่วงหลายปีมานี้ทำให้ความมั่นคงทางพลังงานเป็นประเด็นที่สำคัญมากที่สุดประเด็นหนึ่งของประเทศ โดยในตอนนี้พลังงานประมาณร้อยละ 80 ของจีนนั้นมาจากถ่านหินซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่มีการปล่อยคาร์บอนสูงมาก จนทำให้จีนขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของแหล่งคาร์บอนของโลกได้ไม่ยากเย็น

ทางการจีนตระหนักปัญหาข้อนี้ดีและก่อนหน้านี้ก็มีการประกาศแผนแม่บทว่าจีนจะใช้พลังงานลมอย่างน้อย 30 กิกะวัตต์ภายในปี 2020 ที่จะถึงนี้ แต่ดูเหมือนตอนนี้เป้าหมายดังกล่าวจะง่ายเกินไป เพราะในเวลาไม่กี่ปี ณ วันนี้จีนใช้พลังงานลมไปแล้ว 12 กิกะวัตต์ และปริมาณการติดตั้งก็เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด จนมีการประกาศแผนใหม่ให้เป้าหมายในปี 2020 จะมีการใช้พลังงานลมถึง 100 กิกะวัตต์

การใช้พลังงานลมทั่วโลกในตอนนี้อยู่ที่ 121 กิกะวัตต์ โดยจีนนั้นตามอยู่เป็นอันดับที่สี่รองจากสหรัฐฯ, สเปน, และแคนาดา

ที่มา - PhysOrg

Syndicate content