ในงานประชุมของนักฟิสิกส์ระหว่างวันที่ 3-10 มีนาคม 2012 ที่ La Thuile ประเทศอิตาลี Tomer Volansky แห่ง Tel Aviv University ตั้งข้อสังเกตว่า "ทุกวันนี้ CERN เก็บข้อมูลการชนอนุภาคใน LHC น้อยไปหรือเปล่า?"
ข่าวที่ออกมาช่วงหลังๆ นี้อาจทำให้คนทั่วไปหลงคิดไปว่า เป้าหมายสูงสุดของการลงทุนสร้าง LHC คือการค้นหาอนุภาค Higgs boson ซึ่งเป็นอนุภาคมูลฐานตัวสุดท้ายของ Standard Model ที่เรายังไม่ได้ค้นพบ (ดูคลิปอธิบาย Standard Model น่ารักๆ ได้ที่ www.youtube.com/watch?v=V0KjXsGRvoA) แต่ความจริงทฤษฎีแห่งทุกสิ่งทุกอย่าง (Theory of Everything) ที่นักฟิสิกส์ฝันใฝ่นั้นไม่ได้จบลงที่ Standard Model ต่อให้เราพิสูจน์ได้ว่า Standard Model สมบูรณ์ถูกต้อง เราก็ยังไขปริศนาของแรงโน้มถ่วง, สสารมืด และความลึกซึ้งอื่นๆ ของจักรวาลไม่ได้อยู่ดี
Tomer Volansky เตือนว่าเครื่องตรวจจับของ LHC ถูกตั้งให้เน้นเก็บข้อมูลในช่วงที่เราทำนายไว้ว่าจะมี สัญญาณของ Higgs boson เท่านั้น แถมยังเป็นสัญญาณของ Higgs boson ที่สลายตัวในรูปแบบไม่กี่รูปแบบ ทั้งที่ไม่มีใครรู้เลยว่าบางทียังอาจมีแรงที่เราไม่รู้จักหรือแม้แต่ฟิสิกส์ในแบบที่เราไม่คาดคิดโผล่ขึ้นมาจากการชนของอนุภาคใน LHC ก็ได้
Sridhara Dasu แห่ง University of Wisconsin in Madison ผู้ซึ่งมีส่วนในการออกแบบเครื่องตรวจจับของ LHC แสดงความเห็นว่า "การเก็บข้อมูลทั้งหมดจากการชนของอนุภาคนั้นเป็นไปไม่ได้เลยในสภาวะที่ต้องรัดเข็มขัดทางการเงินเช่นทุกวันนี้" เช่น หากตั้งให้เครื่องตรวจจับ CMS เก็บข้อมูลทุกช่วง ก็จะมีปริมาณข้อมูลเทียบเท่ากับข้อมูลรูปภาพความละเอียดหนึ่งพันล้านพิกเซล 40 ล้านไฟล์ต่อหนึ่งวินาที!
Steven Lowette แห่ง University of California, Santa Barbara ค่อนข้างเห็นด้วยกับข้อสังเกตของ Tomer Volansky แต่เขาก็ยังกังวลว่าหากเราเก็บข้อมูลในทุกช่วง การมุ่งวิเคราะห์หาสิ่งที่ซ่อนอยู่ในข้อมูลก็จะยากขึ้น ดังนั้นเขาจึงคิดว่าปีนี้ LHC ควรมุ่งเน้นค้นหา Higgs boson ให้ได้ก่อน จากนั้นหลังจากที่ปรับปรุงและเปิดเดินเครื่องเต็มที่อีกรอบในปี 2015 เราค่อยมาตั้งเป้าค้นหาอะไรที่ลึกลับกว่านั้น การปรับช่วงเก็บข้อมูลนั้นสามารถทำได้ตลอดเวลาอยู่แล้วขึ้นอยู่กับว่าอะไรคือสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญ
ในที่สุดไม่ว่าเราจะค้นพบ Higgs boson หรือไม่ (ซึ่งถึงตอนนี้ผมคิดว่าคงจะพบค่อนข้างแน่แล้ว) โลกแห่งฟิสิกส์ก็ยังคงมีเรื่องตื่นเต้นรอให้เราค้นพบอยู่เสมอ
ที่มา - New Scientist