จากใยแมงมุมกลายเป็นสายไวโอลิน
Shigeyoshi Osaki แห่ง Nara Medical University ผู้ซึ่งศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับคุณสมบัติของใยแมงมุมมาเป็นเวลา 35 ปี เกิดความคิดสร้างสรรค์จับเอาใยแมงมุมมาทำเป็นสายไวโอลิน
ใยแมงมุมที่เอามาทำสายไวโอลินเป็นของแมงมุม Nephila maculata (พวก golden orb-weaver) ซึ่งก่อนหน้านี้ Shigeyoshi Osaki ค้นพบวิธีการหลอกให้แมงมุมชักใยพิเศษที่เรียกกันว่า "dragline" ซึ่งหนากว่าใยปกติตามความยาวที่เขาต้องการได้ เมื่อได้ใยแมงมุมครบแล้ว เขาก็เอามามัดและบิดพันให้เป็นเกลียวจนได้สายไวโอลิน สายที่หนาที่สุดประกอบด้วยใยแมงมุมประมาณ 15,000 เส้น
ทำให้คนหยุดพูดโดยไม่ต้องออกแรงด้วย Jamming Gun
ปัญหาการพบปะกับคนพูดมาก และพูดไม่หยุดเป็นเรื่องเบสิคเวลาเดินทางไปยังสถานที่มีคนพลุกพล่าน ซึ่งน่ารำคาญมากพอที่จะทำให้สองนักวิทยาศาสตร์อย่าง Kazutaka Kurihara แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึคุบะ กับ Koji Tsukada แห่งมหาวิทยาลัยโอชาโนะมิซึ ร่วมมือกันผลิตอุปกรณ์เพื่อทำให้คนกลุ่มนั้นหยุดพูดออกมา
คนโบราณอาจสร้างสโตนเฮนจ์ตามเสียงดนตรีงานเต้นรำ
จุดประสงค์ของสโดนเฮนจ์ (Stonehenge) กองหินเก่าแก่อายุ 5,000 ปี เป็นเรื่องลึกลับที่วงการวิทยาศาสตร์ยังหาข้อสรุปลงตัวไม่ได้ บางคนก็บอกว่ามันเป็นปะรำพิธีเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บางคนก็เชื่อว่ามันเป็นที่สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์หรือเป็นปฏิทินรุ่นโบราณ
ที่งานประชุมของ American Association for the Advancement of Science (AAAS) ในแวนคูเวอร์ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2012 นักโบราณคดีขาวอเมริกา Steven Waller ได้เสนอทฤษฎีใหม่เกี่ยวกับสโตนเฮนจ์ สิ่งทีเขาหยิบยกขึ้นมานั้นเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีนักวิทยาศาสตร์คนใดนึกถึงเลย
[18+] ยิงคลื่นเสียงปลุกนกเขาให้ขัน
วิธีการใช้คลื่นเสียงในการรักษาอาการต่างๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เช่น การใช้คลื่นเสียงสลายก้อนนิ่ว เป็นต้น นักวิทยาศาสตร์หลายคนก็สังเกตว่าการรักษาด้วยคลื่นเสียงความเข้มข้นต่ำๆ สามารถกระตุ้นให้กระแสเลือดในหลอดเลือดหัวใจไหลเวียนได้ดีขึ้น ดังนั้น Ilan Gruenwald แห่ง Rambam Medical Center ในอิสราเอล ตั้งข้อสงสัยว่าคลื่นเสียงจะสามารถปลุกให้องคชาติของคนที่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (erectile dysfunction) กลับมาชูชันได้อีกครั้งหรือไม่
โลมาใช้ระบบคลื่นโซนาร์คู่
เป็นที่รู้กันดีว่าโลมาใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound) ในการค้นหาเส้นทางและเหยื่อ แบบที่เราเรียกกันว่า "Echolocation" แม้นักวิทยาศาสตร์แอบสังเกตเห็นมาเนิ่นนานแล้วว่าโลมามีอวัยวะในการส่งเสียง 2 อัน แต่พวกเขาก็เชื่อว่าโลมาไม่ได้ใช้อวัยวะส่งเสียงสองอันนี้พร้อมกัน มีเพียงอันเดียวเท่านั้นที่ถูกเปิดใช้ในขณะหนึ่งๆ
หน้าจอระบบสัมผัสแบบใหม่ที่ใช้ "เสียง"
ตอนนี้หน้าจอระบบสัมผัสที่เรารู้จักกันดีมีอยู่ 2 ประเภท คือ หน้าจอสัมผัสแบบ resistive และ capacitive แต่นวัตกรรมที่ Jens Christensen แห่ง InputDynamics พัฒนาขึ้นมาอาจทำให้เรามีตัวเลือกมากขึ้น
เข้าหูซ้ายไม่ทะลุหูขวา...เพราะยังต้องอยู่ในหูชั้นในก่อน
ทีมนักวิทยาศาตร์ที่นำโดย Alfred L. Nuttall แห่ง the Oregon Hearing Research Center ได้แสดงให้เห็นว่าหลังจากที่เสียงผ่านเข้ามาในหูแล้ว การสั่นของเสียงจะยังคงอยู่ในหูชั้นในต่อไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง แม้ว่าแหล่งกำเนิดเสียงจะหยุดส่งเสียงแล้วก็ตาม
