มือเหี่ยวเมื่อแช่น้ำ ทำให้จับของเปียกได้ดีขึ้น
มือเหี่ยว: ปรากฎการณ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในมนุษย์เมื่อแช่มือหรือเท้าในน้ำเป็นเวลานานๆ และในขณะนี้ ผลการทดลองจากห้องปฏิบัติการได้ให้ข้อมูลใหม่ว่า มือที่เหี่ยวอาจเป็นประโยชน์ในการจับสิ่งของที่เปียกมากขึ้นก็ได้
ผู้คนโดยทั่วไปมักเข้าใจว่า อาการมือเหี่ยวเกิดจากการที่น้ำไหลผ่านผิวหนังชั้นนอกของเราไป ทำให้เนื้อเหี่ยว แต่ในความจริงแล้วการที่ผิวหนังเปื่อยเกิดจากการที่หลอดเลือดภายใต้ผิวหนังหดตัว! (นักวิทยาศาสตร์พบว่าปรากฎการณ์เหล่านี้ไม่ปรากฎในผู้ป่วยที่มีความเสียหายทางระบบประสาทบริเวณนิ้วมือ ดังนั้น มันจึงควรจะเป็นผลจากระบบประสาทอัตโนมัติมากกว่า)
บรรพบุรุษสัตว์มีรกอาจมีหน้าตาคล้ายหนูผี และไม่เคยอยู่ร่วมกับไดโนเสาร์
เป็นเวลานานกว่าสองทศวรรษที่นักชีววิทยาหาทางลงไม่ได้ว่าบรรพบุรุษของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่ม Placentalia (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เลี้ยงตัวอ่อนในครรภ์ด้วยรกที่สมบูรณ์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมปัจจุบันเกือบทุกชนิดรวมทั้งมนุษย์จัดอยู่ในกลุ่มนี้) เริ่มต้นสายวิวัฒนาการขึ้นมาเมื่อไรกันแน่ เพราะหลักฐานทางชีวโมเลกุลที่เรียกว่า molecular clock ระบุว่า Placentalia เริ่มโผล่ขึ้นมาบนโลกเมื่อประมาณ 100 ล้านปีที่แล้ว นั่นแปลว่าบรรพบุรุษ Placentalia จะต้องเคยมีชีวิตช่วงหนึ่งกับไดโนเสาร์ที่สูญพันธุ์ไปในรอยต่อยุค Cretaceous-Paleogene (K-Pg boundary) เมื่อประมาณ 65 ล้านปีที่แล้ว แต่นักวิทยาศาสตร์กลับไม่เคยเจอหลักฐ
Nyasasaurus อาจเป็นไดโนเสาร์ที่เก่าแก่ที่สุดหรือญาติที่ใกล้ชิดที่สุดของไดโนเสาร์เท่าที่เคยมีการค้นพบ
หลักฐานฟอสซิลที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นของ "ไดโนเสาร์ที่แท้จริง" (อยู่ในกลุ่ม Dinosauria) คือ ฟอสซิลของ Eoraptor และ Eodromaeus อายุประมาณ 230 ล้านปีที่ขุดพบในประเทศอาร์เจนตินา แต่ว่าในปี 2010 ทีมวิจัยที่นำโดย Sterling Nesbitt แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตันในซีแอตเทิล ค้นพบว่าฟอสซิลของสัตว์เลื้อยคลานที่ชื่อว่า Asilisaurus แสดงลักษณะของการเป็นญาติในสายวิวัฒนาการที่ใกล้ชิดกับบรรพบุรุษไดโนเสาร์ที่สุด (Nature 464, 95-98 doi:10.1038/nature08718) ฟอสซิลดังกล่าวถูกขุดพบในชั้นหินอายุ 242-245 ล้านปีที่ Manda Beds ในประเท
ทฤษฎีใหม่เสนอ "ผู้ชายถูกสร้างมาให้ชอบนมอึ๋มๆ เพราะการเล่นนมทำให้เกิดความผูกพัน"
หน้าอกผู้หญิงเป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาและจิตใจมนุษย์เพศผู้ส่วนใหญ่ ทฤษฎีทางชีววิทยาที่แพร่หลายที่สุดอธิบายไว้ว่าสมองของผู้ชายถูกวิวัฒนาการคัดเลือกมาให้ประเมินประสิทธิภาพในการเจริญพันธุ์ของผู้หญิงจากขนาดของหน้าอก ผู้หญิงที่มีหน้าอกใหญ่เป็นสัญลักษณ์ของการเป็นแม่พันธุ์ที่ดี ทฤษฎีนี้ก็ฟังดูเข้าทีมีเหตุผล มีหลักฐานงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงที่หุ่นดี, นมโต, เอวคอดกิ่ว เป็นลักษณะที่สัมพันธ์กับฮอร์โมนเพศหญิงและความสามารถในการตั้งครรภ์ (Proceedings of the Royal Society B DOI: 10.1098/rspb.2004.2712)
ประชาชนชาวอเมริกาแห่ลงชื่อถอดถอน สส. ที่บอกว่า "วิวัฒนาการเป็นเรื่องโกหก" ออกจาก House Science Committee
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สมาชิกสภาคองเกรสพรรครีพับลิกัน Paul Broun ได้เป็นข่าวใหญ่โตเนื่องจากไปพูดบรรยายในงานสโมสรกรีฑาว่า "วิวัฒนาการและทฤษฎีบิ๊กแบงเป็นเรื่องโกหกส่งตรงมาจากขุมนรก" หลังจากเรื่องดังกล่าวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วทั่วอินเตอร์เน็ต ประชาชนชาวสหรัฐอเมริกาที่ไม่ได้คลั่งไปกับ Paul Broun ก็รู้สึกไม่พอใจอย่างรุนแรงและร่างฎีกาเสนอที่เว็บไซต์ www.change.org ให้ถอดถอน Paul Broun ออกจาก House Science Committee
สมาชิกสภาสหรัฐฯ บอก "ทฤษฎีวิวัฒนาการและบิ๊กแบงเป็นเรื่องโกหกส่งตรงมาจากขุมนรก"
เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2012 สมาชิกสภาคองเกรสรัฐจอร์เจีย นายแพทย์ Paul Broun (พรรครีพับลิกัน) ได้กล่าวบรรยายในงานสโมสรกรีฑาของ Liberty Baptist Church ในเมือง Hartwell รัฐจอร์เจีย ซึ่งมีเนื้อความตอนหนึ่งกล่าวถึงทฤษฎีวิวัฒนาการ, วิทยาเอ็มบริโอ (embryology), และทฤษฎีบิ๊กแบงว่าเป็นเรื่องโกหกที่ส่งตรงขึ้นมาจากขุมนรก เนื่องจากมันขัดกับ "ความจริง" ที่ปรากฏในคัมภีร์ไบเบิ้ล เขาเชื่อว่าโลกถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าเมื่อ 9,000 ปีที่แล้ว
Traveler's Dilemma: เมื่อทฤษฎีวิวัฒนาการจะมาช่วยไขปัญหาของทฤษฎีเกม
ทฤษฎีเกมแบบคลาสสิก (classical game theory) สามารถทำนายการแข่งขันหรือเกมในสถานการณ์จริงได้หลายเกม แต่มันก็มีเกมอีกไม่น้อยที่ทฤษฎีเกมทำนายผลออกมาไม่ตรงกับผลการทดลอง หนึ่งในนั้น คือ เกมที่มีชื่อว่า "Traveler's Dilemma"
Traveler's Dilemma มีสถานการณ์สมมติตามนี้ (เกมฉบับดั้งเดิมไม่มีชื่อตัวละครและไม่ได้ระบุหน่วยเงินเป็นบาท แต่ผมจำเป็นต้องสมมติขึ้นเพื่อให้เห็นภาพในการอธิบาย)
ทำไมรหัสพันธุกรรมถึงต้องมีรหัสหยุด 3 ตัว
Genetic code ก็เป็นสิ่งที่นักชีววิทยาเรียกแบบแผนการแปลรหัส (translation) จากลำดับของเบสที่อยู่บน mRNA ไปเป็นลำดับของกรดอะมิโนบนสายโพลีเปปไทด์ (สายโปรตีน) รหัสของกรดอะมิโนจะถูกเขียนอยู่ในรูปของชุดเบสสามตัวเรียกว่า "codon" ซึ่งแทนค่ากรดอะมิโนทั้ง 20 ชนิด และรหัสหยุด (stop codon) อีกสามตัว (หากสงสัยว่าทำไมรหัส codon ต้องเป็นเบสสามตัวเรียงกัน นักวิทยาศาสตร์ก็มีสมมติฐานไว้เหมือนกันในบทความ "ไขปริศนา 'กำเนิดรหัสแห่งชีวิต'")
RNA อาจไม่ได้มาก่อน DNA
แม้ว่าชีววิทยาจะยังหาคำตอบเรื่องกำเนิดแห่งชีวิตไม่ได้ แต่นักชีววิทยาเกือบทั้งโลกก็พร้อมใจเชื่อกันว่า มีช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ชีวิตในตอนแรกเริ่ม -ไม่ว่ามันจะมีหน้าตาอย่างไรก็ตาม- เคยใช้ RNA เป็นตัวเก็บพันธุกรรมก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ DNA เนื่องจาก deoxyribonucleotide ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของ DNA ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เองในธรรมชาติ ส่วน ribonucleotide ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของ RNA มันพอจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้เองจากสารอนินทรีย์และพลังงานที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือในโลกยุคแรก หลังจากที่ชีวิตเริ่มจัดระเบียบตัวเองได้แล้ว มันก็เริ่มเปลี่ยนการบันทึกพันธุกรรมลง RNA มาบันทึกลง DNA เราเรียกสมมติฐานนี้ว่า "RNA
แบบจำลองคณิตศาสตร์เผยความสำคัญของ "ปรากฏการณ์ยาหลอก" (Placebo effect) ในทางวิวัฒนาการ
"ปรากฏการณ์ยาหลอก" ที่รู้จักกันในชื่อ "Placebo effect" เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากทั้งในการแพทย์และในทางชีววิทยาวิวัฒนาการ มีผลการทดลองมากมายแสดงให้เห็นว่าภูมิคุ้นกันของคนป่วยสามารถทำงานได้ดีขึ้นเมื่อได้รับยาหลอก บางทีอาจดีเท่าๆ กับผู้ป่วยที่ได้รับยาจริงด้วยซ้ำไป ผลของ Placebo effect นั้นแปลกประหลาดมาก แม้แต่ว่าแพทย์จะบอกผู้ป่วยโต้งๆ ว่ามันเป็นยาหลอก ไม่ใช่ยาจริง ผู้ป่วยก็ยังมีอาการดีขึ้นได้จาก Placebo effect
