Disaster

จบกันเสียที เตาปฏิกรณ์ที่ฟุกุชิมาเสถียรในที่สุด

หกเดือนหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ใกล้ญี่ปุ่นทำให้โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิม่าเสียหายจนรังสีรั่วไปทั่วนั้น ตอนนี้เตาปฏิกรณ์ทั้งหมดก็อยู่ในภาวะเสถียรแล้ว นั่นคือเราไม่ต้องกลัวว่าความร้อนจากแกนเชื้อเพลิงจะทำให้ตัวเตาหลอมละลายและเกิดการรั่วไหลออกมาภายนอกโดยตรงอีกต่อไป

สภาวะเสถียรคือความร้อนที่เกิดจากแท่งเชื้อเพลิงนั้นต่ำกว่าจุดเดือดของน้ำ ทำให้แท่งเชื้อเพลิงไม่ต้องการน้ำหล่อเย็นตลอดเวลาเช่นที่ผ่านมา

ความเสียหายจากโรงงานไฟฟ้าฟุกุชิม่าทำให้มีประชาชนต้องอพยพออกนอกเขตรัศมี 20 กิโลเมตร รวมกว่า 80,000 คน ทั้งหมดไม่สามารถกลับบ้านได้

ขั้นตอนหลังจากนี้คือการรื้อถอนโรงงานไฟฟ้าทั้งหมดออกไป โดยยังต้องถอนแท่งเชื้อเพลิงทั้งที่กองค้างอยู่ในเตาปฎิกรณ์, แท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วในบ่อเก็บ, และน้ำเสียที่มีอยู่ปริมาณมาก โดยตอนนี้เองน้ำเสียปริมาณ 45 ลูกบาศก์เมตรได้รั่วลงสู่ทะเลไปก่อนแล้ว

คาดว่าจะใช้เวลา 40 ปีในการรื้อถอนและทำความสะอาดพื้นที่ทั้งหมดจนกลับมาอยู่อาศัยได้อีกครั้งดังเดิม

ที่มา - BBC

ข้อเสนอใหม่ให้ปรับพื้นที่ฟุกุชิมาเป็นพื้นที่เก็บกากนิวเคลียร์ระยะกลาง

หลังจากวิกฤตินิวเคลียร์ของญี่ปุ่นเริ่มอยู่ในภาวะที่ค่อนข้างควบคุมได้ แม้รายงานจะออกมาว่าสภาพตอนนี้ไม่ดีนัก แต่ก็ได้เวลามาคิดกันว่าหลังจากนี้จะทำอย่างไรกันต่อไปในระยะยาว โดยพื้นที่รอบฟุกุชิมาในรัศมี 20 กิโลเมตรนั้นไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไป และประชาชนกว่า 50,000 ครัวเรือนก็อพยพกันออกไปหมดแล้ว ข้อเสนอหนึ่งที่มีเข้าไปยังสมาคมพลังงานนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นก็คือให้ใช้พื้นที่โรงงานไฟฟ้าฟุกุชิมาในการเก็บกากนิวเคลียร์ในระยะกลาง

ข้อเสนอนี้ยังเพิ่งได้รับการเสนอเข้าไปยังสมาคม โดยหน่วยงานปกครองท้องถิ่นยังไม่ได้รับรู้ข้อเสนอนี้ แต่ข้อเสนอนี้มีจุดดีที่ญี่ปุ่นต้องการที่เก็บกากนิวเคลียร์ในระยะกลางและระยะยาวอยู่แล้ว โดยระหว่างที่ยังไม่สามารถหาสถานที่เก็บได้ กากนิวเคลียร์ทั้งหมดจะถูกเก็บไว้ในตัวโรงงานไฟฟ้าเอง และทางรัฐบาลเองก็มีความพยายามจะหาสถานที่เก็บกากนิวเคลียร์นี้เรื่อยมาโดยใช้งบประมาณที่สูงมาก เช่นในปี 2007 เคยมีการเสนอเงินให้กับหมู่บ้านในเกาะชิโกกุถึงห้าแสนล้านบาทเพื่อชดเชยกับการใช้บริเวณหมู่บ้านทำสถานที่เก็บกากนิวเคลียร์

หลังการเก็บกากในระยะกลางแล้ว จะต้องมีการสร้างสถานที่เก็บสุดท้ายต่อไป โดยจะเป็นอุโมงใต้ดินที่ลึกหลายร้อยเมตรจนถึงหลักกิโลเมตรเพื่อเก็บกากเหล่านี้เป็นเวลานับหมื่นปีจนกว่าการสลายตัวจะอยู่ในระดับปลอดภัย

ที่มา - Bloomberg

TEPCO ยืนยันแท่งเชื้อเพลิงในโรงงานที่ 2 และ 3 ของฟุกุชิมาหลอมละลายแล้ว แต่อุณภูมิยังควบคุมได้

TEPCO ออกแถลงการยืนยันว่าแท่งเชื้อเพลิงในโรงงานไฟฟ้าที่ 2 และ 3 ของโรงงานไฟฟ้าฟุกุชิมานั้นหลอมละลายไปกองรวมอยู่ก้นเตาปฎิกรณ์ โดยการหลอมละลายนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ไม่กี่วันหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว

โรงงานที่สองนั้นแท่งเชื้อเพลิงได้หลอมละลายไปตั้งแต่ 101 ชั่วโมงหลังแผ่นดินไหว ส่วนโรงงานที่สามนั้นเชื้อเพลิงหลอมไปตั้งแต่ 60 ชั่วโมงหลังแผ่นดินไหว

เชื้อเพลิงในตอนนี้ที่เรารู้คือมันยังกองรวมกันอยู่ด้านล่างของเตาปฎิกรณ์ โดยวิศวกรของ TEPCO ระบุว่าหากการอ่านค่าถูกต้อง การปั๊มน้ำเข้าไปในเตาปฎิกรณ์ในตอนนี้เพียงพอที่จะรักษาระดับความร้อนไม่ให้สูงเกินไป

ความเสียหายขั้นสูงกว่านี้หากจะเกิดขึ้นได้คงเป็นการที่อุณภูมิเพิ่มสูงขึ้นจนเตาปฎิกรณ์แตกเสียหายแล้วปล่อยเชื้อเพลิงออกมาสัมผัสอากาศภายนอกโดยตรง

ที่มา - NHK

[Breaking News] ญี่ปุ่นยกระดับอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาเป็นระดับ 7

จากข่าวก่อนหน้านี้ที่ญี่ปุ่นได้ยกระดับผลกระทบของอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาเป็นระดับ 5 และผ่านมาประมาณสามสับดาห์ ล่าสุดในวันที่ 12 เมษายน 2011 NISA (Nuclear and Industrial Safety Agency) ซึ่งเป็นองค์กรด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศเพิ่มระดับขึ้นมาเป็นระดับ 7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตามเกณฑ์มาตรฐาน International Nuclear Event Scale (INES) ของ IAEA แล้ว

ระดับ 7 เป็นระดับความรุนแรงที่เท่ากับอุบัติเหตุที่เชอร์โนบิลในปี 1986 ที่มีการรั่วไหลและส่งกระทบร้ายแรงต่อชีวิตมนุษย์และสิ่งแวดล้อมเป็นวงกว้างระดับทวีป อย่างไรก็ตาม NISA ยังคงยืนยันว่าปริมาณการรั่วไหลกัมมันตรังสีที่โรงไฟฟ้าฟุกุชิมาโรงที่ 1 มีเพียงหนึ่งในสิบของที่เชอร์โนบิลเท่านั้น

จากการประเมินล่าสุดขององค์การด้านนิวเคลียร์ในญี่ปุ่นเอง ตัวเลขของปริมาณของสารกัมมันตรังสีไอโอดีน-131 และซีเซียม-137 ที่รั่วไหลออกมาจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิอยู่ที่ 370,000-630.000 Terabecquerel (ค่าประเมินเหล่านี้แตกต่างกันไปตามแต่ละสำนัก)

อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับความหมายของหน่วยวัดกัมมันตภาพรังสีได้จากบทความ อธิบายหน่วยที่เกี่ยวกับการวัดกัมมันตรังสี

ที่มา - NHK World

ขอบคุณ คุณ echo ที่ได้แจ้งข่าวมาไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ระบบหมุนเวียนน้ำโรงงานไฟฟ้าฟุกุชิม่ารั่ว, น้ำปนเปื่อนกัมมันตภาพรังสีไหลลงสู่ทะเล

สภาพที่ไม่ดีนักของโรงงานไฟฟ้าฟุกุชิม่ายังคงสร้างความกังวลต่อไป เมื่อมีการรายงานว่ามีน้ำหล่อเย็นไหลออกจากระบบลงสู่ทะเลโดยตรง แม้ล่าสุดทาง TEPCO จะประกาศว่าสามารถอุดรูรั่วของระบบน้ำหล่อเย็นได้แล้วก็ตาม

ในตอนนี้เจ้าหน้าที่ของ TEPCO ต้องปั๊มน้ำเข้าไปสู่แกนปฎิกรณ์วันละ 200,000 ลิตรเพื่อลดอุณภูมิของแกนปฎิกรณ์ลง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ต้องพยายามอุดรอยรั่วของระบบน้ำหมุนเวียนโดยไม่สามารถเข้าไปทำงานโดยตรงได้เนื่องจากระดับปนเปื้อนสูงเกินไป

น้ำที่รั่วออกมาจากระบบหล่อเย็นตอนนี้ปนเปื้อนด้วยไอโซโทปของไอโอดีนซึ่งจะสลายตัวไปเองในเวลาไม่กี่เดือน รวมถึงน้ำทะเลที่จะเจือจางออกไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดีความเข้มข้นของระดับกัมมันตภาพรังสีในทะเลรอบๆ โรงงานไฟฟ้าฟุกุชิม่าพุ่งสูงไปถึง 7.5 ล้านเท่าตัวจากที่กฏหมายกำหนดไว้แล้ว

จากการปั๊มน้ำเข้าไปหล่อเย็นอย่างต่อเนื่องทำให้เจ้าหน้าที่ของ TEPCO ต้องปล่อยน้ำออกจากถังพักน้ำปนเปื้อนที่มีความปนเปื้อนต่ำลงสู่ทะเลกว่า 10,000 ตัน เพื่อให้น้ำที่มีความปนเปื้อนสูงกว่าได้เข้ามาพักแทน

แม้ความหวังที่จะคืนสภาพของโรงงานฟุกุชิม่า 1 ให้กลับมาใช้งานได้นั้นไม่มีเหลืออีกต่อไป แต่คำถามถึงการจัดการปัญหาและการทำความสะอาดบริเวณรอบๆ เพื่อให้สิ่งแวดล้อมคืนสภาพได้โดยเร็วนั้นยังคงเป็นปัญหาที่เราต้องติดตามต่อไป

ที่มา - ArsTechnica, LA Times

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาอาจโดนกระหน่ำด้วยปัญหาใหม่: เกลือสะสมในเตาปฏิกรณ์

หลังจากแผ่นดินไหว Sendai Earthquake และสึนามิเข้าถล่มชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น โรงไฟฟ้าฟุกุชิมาโรงที่ 1 (Fukushima Daiichi plant) ก็เจอวิกฤติซ้ำซ้อนอย่างหนัก เริ่มจากระเบิดจากก๊าซไฮโดรเจนที่สะสมในเตาปฏิกรณ์, ความร้อนสะสมในบ่อเก็บแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้ว, ท่อกักความดันรั่ว หลายคนอาจจะคิดว่าสถานการณ์เลวร้ายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ของ General Elecrtric บริษัทที่สร้างและออกแบบเตาปฏิกรณ์ที่ใช้ในโรงไฟฟ้าฟุกุชิมาออกมาให้ความเห็นเองว่า โชคร้ายของโรงไฟฟ้าฟุกุชิมาอาจจะยังไม่จบแค่นี้

Richard T. Lahey Jr. หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านความปลอดภัยของเตาปฏิกรณ์แบบ boiling-water reactor ของ General Electric แสดงความกังวลว่าการเอาน้ำทะเลเข้าไปหล่อเย็นนั้นอาจจะทำให้เกิดการสะสมของชั้นเกลือในเตาปฏิกรณ์

ญี่ปุ่นประกาศยกระดับอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

วิกฤติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุกุชิมาหลังจาก Sendai Eartquake ได้ยกระดับขึ้นมาอยู่ในระดับ 5 ตามเกณฑ์มาตรฐาน International Nuclear Event Scale (INES) ของ IAEA

ระดับ 5 นี้เป็นระดับของ "อุบัติเหตุที่มีผลกระทบในวงกว้าง" (an accident with wider consequences) ถ้าเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต ระดับ 5 นี้ก็เทียบเท่ากับเหตุการณ์ที่ Three Mile Island ในปี 1979

อ่านแล้วอย่าเพิ่งตกใจนะครับว่า ทำไมข่าวเมื่อวานยังบอกสถานการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาดีขึ้นแล้วอยู่เลย ดีขึ้นภาษาอะไรถึงได้ยกระดับ? คือคำว่า "ดีขึ้นแล้ว" หมายถึงตัวสถานการณ์ในโรงไฟฟ้าซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมได้มากขึ้นตามลำดับ แต่ระดับของ INES เป็นการนิยามระดับความรุนแรงของผลกระทบจากเหตุการณ์เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ผู้บริหารระดับนโยบาย สื่อสารมวลชน คนทั่วไป ฯลฯ การยกระดับครั้งนี้จะทำให้ประเทศญี่ปุ่นและ IAEA กำหนดแผนจัดการกับวิกฤติการณ์การรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสีได้เข้มงวดมากขึ้น

อีกอย่างที่ผมอยากให้ใช้สติ คือ ก่อนหน้านี้มีข่าวลือกันทาง social network ว่า "เหตุการณ์ที่โรงไฟฟ้า Fukushima Daiichi รุนแรงอยู่ในระดับ 6 (หรือแม้แต่ 7) แล้ว" นั้นไม่เป็นความจริง ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาทั้งสองโรงขัดข้อง ทางการญี่ปุ่นประกาศให้เหตุการณ์อยู่ในระดับ 4 (an accident with local consequences) มาโดยตลอด การประกาศยกระดับขึ้นเป็นระดับ 5 เพิ่งจะมีในวันที่ 18 มีนาคม 2011 นี้เอง ส่วนข่าวลือเรื่องการยกระดับแบบเว่อร์ๆ ผมคิดว่ามาจากการให้สัมภาษณ์ของผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีความเห็นแตกต่างกันขึ้นอยู่กับทิศทางการวิเคราะห์ของแต่ละคน แล้วนักข่าวหรือผู้คนทั่วไปก็แตกตื่นกันไปเอง

แก้ไขเพิ่มเติม : ในวันที่ 16 มีนาคม Nuclear Safety Authority ของฝรั่งเศสประกาศยกระดับเหตุการณ์ที่ฟุกุชิมาเป็นระดับ 6 อย่างไรก็ดีตัวเลขอย่างเป็นทางการที่ IAEA ยอมรับตรงกับการประเมินของ NISA ของญี่ปุ่น (ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณ tuinui98)

ที่มา - Discovery News

อะนิเมะอธิบายปัญหา "เตาปฏิกรณ์คุงปวดท้อง"

การอธิบายปัญหาวิกฤติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาให้เด็กเล็กๆ หรือคนที่ไม่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องลำบากมาก แต่คนญี่ปุ่นมีทางแก้ปัญหาแบบนี้ได้เสมอ ศิลปินชาวญี่ปุ่น ชื่อ Kazuhiko Hachiya หาทางออกด้วยการใช้สื่อที่เด็กจะรับได้ง่ายที่สุด ซึ่งไม่พ้น "การตูนอะนิเมชัน" หรือ "Anime" นั่นเอง

เนื้อหาของอะนิเมะ กล่าวถึง ปัญหาปวดท้องของ "เตาปฏิกรณ์คุง" ที่ไม่กล้าอึ เลยได้แต่ตดออกมา ตดของเตาปฏิกรณ์คุงอาจจะมีความเหม็น (อันตราย) อยู่บ้าง แต่ก็ไม่อันตรายเท่ากับอึ และคุณหมอหลายๆ คนก็กำลังช่วยให้ยากับเตาปฏิกรณ์คุงอยู่ อีกไม่นานเตาปฏิกรณ์คุงก็จะหายปวดท้องโดยไม่ต้องอึเรี่ยราด

สำหรับคลิปข้างล่างนี้เป็นฉบับที่มีคำบรรยายไทย โดย คุณ "สาคุรัมโบ"

จุดกำเนิดของแผ่นดินไหวที่เซนไดอยู่เหนือความคาดหมายของนักวิทยาศาสตร์

วิกฤติการณ์นิวเคลียร์ของญี่ปุ่นในตอนนี้อาจจะทำให้หลายคนสงสัยว่าแล้วทำไมญี่ปุ่นจึงเอาโรงงานไฟฟ้าไปวางไว้ใกล้จุดกำเนิดแผ่นดินไหวขนาดนั้น คำตอบในวันนี้คือ นักวิทยาศาสตร์คาดไม่ถึงว่าบริเวณนั้นจะมีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่วางตรงจุดบรรจบระหว่างแผ่นดินสี่แผ่นพอดี ได้แก่แผ่น Pacific (PA), Okhotsk (OK), Amur (AM), และ Philipine Sea (PS) อย่างไรก็ตามส่วนที่บรรจบระหว่างสี่แผ่นนั้นอยู่ค่อนไปทางใต้ของประเทศ และเกิดแผ่นดินไหวบ่อยจนนักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่กว่า 8 ริกเตอร์ทุกๆ 150 ปีอยู่แล้ว ขณะที่เมืองเซนไดนั้นมีประวัติแผ่นดินไหวมากกว่า 7 ริกเตอร์บ้าง แต่ไม่เคยมีครั้งที่มากกว่า 8 ริกเตอร์เลยในหลายร้อยปีที่ผ่านมา

สถานการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาดีขึ้นแล้ว?

หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิขนาดยักษ์ถล่มชายฝั่งตะวันออกของประเทศญี่ปุ่น (Sendai Earthquake) ในวันที่ 11 มีนาคม 2011 โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมาก็อยู่ในสภาพวิกฤติตึงเครียดมาตลอด แต่เมื่อตอนเช้าของวันที่ 17 มีนาคมผ่านพ้นไปด้วยดี สถานการณ์ต่างๆ ก็ดูเหมือนกำลังจะคลี่คลาย

วิกฤติเริ่มต้นจากการระเบิดของก๊าซไฮโดรเจนที่เตาปฏิกรณ์ที่ 1 ของโรงไฟฟ้า Fukushima Daiichi ในวันที่ 12 มีนาคม ตามด้วยการระเบิดอย่างเดียวกันที่เตาที่ 3 และ 2 ตามลำดับในวันต่อๆ มา และสถานการณ์ก็ย่ำแย่อย่างหนักหลังจากการเกิดเพลิงไหม้และระเบิดที่อาคารเตาที่ 4 ในวันที่ 15 ด้วยสาเหตุจากความร้อนสะสมที่แท่งเชื้อเพลิงใช้แล้ว (ปํญหานี้ต่อมาก็เกิดกับเตาปฏิกรณ์ที่ 3 ด้วย) หลังจากนั้นข่าวเหตุการณ์ก็ดูเหมือนอลเวงไปหมด เดี๋ยวมีรายงานเตานั้นระเบิด เดี๋ยวเตานี้ไฟไหม้ (ผมขอโทษด้วยที่ไม่สามารถลำดับเหตุการณ์แน่ชัดได้ แต่ผ่านไปสักพักคงมีข่าวสรุปออกมาให้อ่านกันจนเบื่อเลยแหละ) แต่หนักสุดๆ ก็คงเป็นเตาที่ 2, 3 และ 4 ซึ่งมีการรั่วไหลของกัมมันตรังสีในระดับที่เป็นอันตราย (ค่าที่วัดได้เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2011 เฉลี่ยอยู่ประมาณ 3-4 millisieverts ต่อชั่วโมง)

เมื่อตอนเช้า 9:48 น. ของวันที่ 17 มีนาคม (ตามเวลาในประเทศญี่ปุ่น) เฮลิคอปเตอร์ CH-47 Chinook ของกองกำลังปกป้องประเทศได้เข้าไปโปรยน้ำทะเลเป็นตันๆ ลงมาหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์ที่ 3 และ 4 หลังจากที่เมื่อวานต้องยกเลิกภารกิจเนื่องจากมีการแผ่รังสีสูงเกินไป

แม้ว่าผู้ที่เข้าไปสังเกตการณ์จะเชื่อว่าน้ำจากเฮลิคอปเตอร์ไม่ช่วยอะไรมากนัก เพราะน้ำไปตกนอกเป้าเสียเกือบหมด แต่ก็เป็นนิมิตหมายอันดี ต่อมาเจ้าหน้าที่ TEPCO, ตำรวจ, และทหารก็สามารถลำเลียงรถดับเพลิงเอาปืนฉีดน้ำเข้ามารดน้ำหล่อเลี้ยงเตาปฏิกรณ์ที่มีปัญหาทั้งหมดได้ แม้ในตอนแรกจะยุ่งยากไปสักหน่อย เพราะติดอุปสรรคดินโคลนและสิ่งกีดขวางที่คลื่นสึนามิซัดเข้ามาทิ้งไว้ (รถดับเพลิงนี้ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติการได้โดยไม่ต้องออกมาจากตัวถังรถ)

TEPCO รายงานสถานการณ์ในตอนนี้ว่าเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปกู้ระบบควบคุมไฟฟ้าและระบบหล่อเย็นหลักในสถานีได้แล้ว หวังว่าอีกไม่นานระบบต่างๆ ก็จะกลับมาทำงานได้ตามปกติ

Syndicate content