Map

แผนที่โลกเมืองวิทยาศาสตร์ดีเด่น

นักวิจัยสองคน คือ Lutz Bornmann แห่ง Max Planck Society และ Loet Leydesdorff แห่ง Amsterdam School of Communications Research ได้คิดวิธีใช้ Google Maps ประเมินและแสดงความสามารถของเมืองต่างๆ ทั่วโลกในการผลิตผลงานด้านวิทยาศาสตร์ หลักการประเมินก็ไม่ซับซ้อนมาก คือ ดูจากปริมาณของผลงานในระดับ "สุดยอด" ("excellent paper") เทียบกับผลงานทั้งหมดที่ตีพิมพ์ในแต่ละปีว่าสูงกว่าหรือน้อยกว่าค่าที่คาดการณ์เอาไว้แค่ไหน เช่น ถ้าคาดการณ์ไว้ว่าผลงานระดับสุดยอดมีประมาณ 10% ของผลงานที่ตีพิมพ์ทั้งหมดในแต่ละปี หากเมืองนั้นผลิตได้สูงกว่า ก็แสดงว่าเมืองนั้นมีความสามารถในการผลิตงานวิทยาศาสตร์สูง แต่หากเมืองนั้นทำได้น้อยกว่า ผลก็กลับกัน

การจะวัดว่างานไหน "สุดยอด" หรืองานไหน "ไม่สุดยอด" ก็ดูเอาจากจำนวนครั้งที่ได้รับการอ้างอิงในผลงานอื่นๆ คิดกันง่ายๆ งานที่อยู่ในระดับสุดยอดเลิศล้ำไตรภพจบหล้าก็ควรจะได้รับการอ้างอิงเยอะๆ งานไหนอ่านแล้วดูไม่เข้าท่าก็ไม่ควรจะมีคนสนใจ

ทั้งสองคนเผยแพร่วิธีและผลการทดลองใน arXiv.org พร้อมกับส่วนภาคผนวกที่เว็บ http://www.leydesdorff.net/topcity/ ผลการทดลองมีแค่ใน 3 สาขาวิชาเท่านั้น คือ ฟิสิกส์ เคมี และจิตวิทยา ตัวอย่างภาพข้างล่างเป็นของสาขาเคมี วงกลมสีเขียวคือเมืองที่มีผลงานระดับสุดยอดสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ (ยิ่งเขียวเข้ม ยิ่งดี) ส่วนวงกลมสีแดงคือเมืองที่ทำผลงานระดับสุดยอดได้ไม่ถึงเป้า (ยิ่งแดงมาก ยิ่งแย่) พวกกึ่งๆ กลางๆ ลูกผีลูกคนก็เป็นสีส้มๆ เหลืองๆ ไป และขนาดของวงกลมแสดงถึงจำนวนผลงานที่ตีพิมพ์ในแต่ละปี วงใหญ่แสดงว่าผลิตงานออกมาเยอะ วงเล็กแสดงว่างานน้อย (ที่ไม่มีวงเลย ผมสงสัยว่าน่าจะหมายถึงไม่มีข้อมูล)

มาแล้ว!! แผนที่แสดงความสูงของต้นไม้ทั่วโลก

http://farm5.static.flickr.com/4095/4815145782_bb4e0910a5.jpg

นักวิทยาศาสตร์ได้สร้างแผนที่ชนิดใหม่ขึ้น คือ แผนที่แสดงความสูงของต้นไม้ของป่าไม้ทั่วโลก โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจแบบ LIDAR โดยดาวเทียมของ NASA ซึ่งแผนที่นี้สามารถช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถใช้วัดปริมาณการเก็บก๊าซคาร์บอนที่ต้นไม้ได้กักเก็บไว้ทั้วโลก และ สามารถทำให้รู้ระยะเวลาของวัฐจักรคาร์บอนที่จะอยู่ในระบบสิ่งแว้ดล้อมจนลอยสู่ชั้นบรรยากาศ

จากแผนที่บริเวณที่มีต้นไม้ที่สูงที่สุด คือ บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของอเมริกาเหนือ และ บริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่มา : http://www.nasa.gov/topics/earth/features/forest-height-map.html

Syndicate content