Depression

ผลสำรวจพบหญิงดื่มกาแฟจะเป็นโรคเครียดน้อยกว่าคนทั่วไป

รายงานสำรวจผู้หญิงอายุ 30 ถึง 55 ปีจำนวน 50,000 คนพบความเกี่ยวข้อระหว่างการดื่มกาแฟและการมีอาการเครียด โดยดูจากผู้ที่ต้องทานยาลดความเครียดหรือเข้ารับการรักษาภายใน 10 ปีหลังเริ่มสำรวจ (ตอนเริ่มต้นไม่มีใครมีอาการต้องรักษา) พบว่าผู้หญิงที่ดื่มาแฟเป็นประจำมีแนวโน้มเครียดน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

การศึกษานี้ไม่ได้ระบุวาการกินกาแฟจะช่วยลดความเครียดแต่อย่างใด แต่ยืนยันได้ว่าพฤติกรรมการดื่มกาแฟไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงในอาการเครียดแต่อย่างใด

เมื่อเทียบกับผู้ไม่ดื่มกาแฟเลย หญิงที่ดื่มกาแฟวันละสองถึงสามถ้วยจะมีความเสี่ยงในการมีอาการเครียดน้อยกว่า 15% และสำหรับหญิงที่ดื่มกาแฟวันละ 4 ถ้วยความเสี่ยงจะลดลง 20%

ภายในกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด มีหญิงที่ดื่มกาแฟถึง 82% ทำให้ความเกี่ยวเนื่องนี้่ค่อนข้างชัดเจนในเชิงสถิติ ขณะที่หญิงที่ดื่มชามีเพียง 13% และหญิงที่ดื่มน้ำอัดลมมีเพียง 6%

ก่อนหน้านี้เคยมีงานวิจัยว่ากาแฟมีความเกี่ยวข้องกับโรค MS รวมถึงมีรายงานแบบเดียวกันว่ากาแฟเกี่ยวกับความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมาก และโรคหอบหืด

ไม่เคยมีรายงานฉบับไหนศึกษาว่าราคากาแฟเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงหรือไม่ ไม่ต้องรีบไปซื้อ Starbuck VIA มาชงที่บ้าน

ที่มา - CNN Edition

เรื่องสะเทือนใจจะติดค้างในความจำระยะสั้น

ชีวิตของคนเรามีขึ้นมีลงเป็นธรรมดา อาจจะทะเลาะกับเพื่อน กับแฟน สูญเสียพ่อแม่ หรือบุคคลอันเป็นที่รัก แต่ส่วนใหญ่แล้ว เราจะผ่านช่วงเวลาอันยุ่งยากเหล่านั้นมาได้กันแทบทุกคน มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังติดอยู่กับเรื่องสะเทือนใจเหล่านี้ และบางคนก็ทำให้เรื่องเหล่านี้มาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จากการศึกษาของคุณ Jutta Joormann แห่งมหาวิทยาลัยไมอามี่ ร่วมกับคุณ Sara Levens และคุณ Ian H. Gotlib แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่จะตีพิมพ์ในนิตยสาร Psychological Science ฉบับหน้า พบว่า คนยึดติดกับเรื่องสะเทือนใจจนไม่อาจลืม หรือทิ้งมันไว้ข้างหลังได้ เพียงเพราะว่า พวกเขาไม่สามารถหันเหความสนใจออกไปจากเรื่องสะเทือนใจเหล่านั้นได้

คนที่ไม่สามารถฟื้นตัวจากเหตุการณ์เลวร้ายที่เจอได้ เป็นเพราะว่า พวกเขาหวนรำลึกถึงเหตุการณ์นั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่อาจหยุดตัวเองได้ ถึงแม้พวกเขาจะรู้ตัวดีว่า การคิดถึงเรื่องนี้ซ้ำ ๆ ไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง และควรจะหยุดคิดได้แล้ว แต่พวกเขากลับทำไม่ได้ คุณ Jutta สงสัยว่าคนกลุ่มนี้จะมีปัญหาด้านความจำระยะสั้น (working memory) ความจำระยะสั้นไม่เพียงช่วยให้เราจำรายการสิ่งของที่ต้องซื้อ หรือใช้ตอนคิดเลขในใจเท่านั้น แต่รวมไปถึงอะไรที่กำลังอยู่ในหัวคุณด้วย คุณ Jutta จึงคิดว่า คนกลุ่มนี้จะมีปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนความคิดจากเรื่องเดิมไปสู่เรื่องใหม่

คุณ Jutta และเพื่อนร่วมงานจึงได้รับอาสาสมัครจำนวน 26 คนที่เคยมีเรื่องสะเทือนใจ และอีก 27 คนที่ไม่เคยมีเรื่องสะเทือนใจมาทดสอบสมมุติฐานของเธอ โดยให้อาสาสมัครแต่ละคนนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ที่จะแสดงคำออกมาทีละคำในแต่ละวินาที จำนวน 3 คำ แล้วให้อาสาสมัครจำคำเหล่านี้แล้ว แล้วตอบแบบเรียงจากหลังไปหน้า คนที่ตอบได้เร็วกว่าจะถือว่าเป็นคนที่มีความจำดี

ผลปรากฎว่า คนที่เคยมีเรื่องสะเทือนใจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียงคำ ลำดับของคำที่รับรู้มาจะติดค้างอยู่ในความจำระยะสั้น ส่งผลให้ตอบได้ช้ากว่าคนทั่วไป และยิ่งช้าลงไปอีกถ้าคำเหล่านั้นมีความหมายในแง่ลบ เช่น ความตาย หรือ ความเสียใจ และเธอยังพบว่า คุณเหล่านี้จะชอบคิดมากกับปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตอีกด้วย

เธอหวังว่าการค้นพบครั้งนี้ของเธอ จะช่วยให้คนที่มีอาการจิตตกเหล่านั้นได้รับคำแนะนำที่จะช่วยให้พวกเขาเปลี่ยนความคิดไปจากเรื่องร้าย ๆ ที่เคยเจอได้

เวลาทำให้เรื่องเหล่านั้นกลายเป็นอดีตไปแล้ว ตัวเราเองต่างหากที่รู้สึกว่ามันยังคงเป็นปัจจุบันสำหรับเราอยู่

ที่มา: APS

การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างหนักเชื่อมโยงกับโรคซึมเศร้า

รายงายล่าสุดจากมหาวิทยาลัยลีดส์แห่งสหราชอานาจักรได้ระบุความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างหนักและโรคซึมเศร้า

งานวิจัยนี้ได้ศึกษากลุ่มตัวอย่าง 1,319 คนที่มีช่วงอายุระหว่าง 16 ถึง 51 ปี พบว่าโอกาสการเป็นโรคซึมเศร้ามีความเกี่ยวข้องกับการใช้อย่างหนัก โดยในกลุ่มผู้ใช้ที่อยู่ในขั้นเสพติดอินเทอร์เน็ตนั้นแสดงระดับการเป็นโรคซึมเศร้าสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

รายงานฉบับนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าอินเทอร์เน็ตก่อให้เกิดโรคซึมเศร้าหรือกลุ่มผู้เป็นโรคซึมเศร้าเข้าไปหาอินเทอร์เน็ตเป็นที่พึ่ง

อ่านจบแล้วหาเวลาไปเดินเล่นกับเพื่อนๆ และครอบครัวบ้างนะครับ

ที่มา - Internation Business Times

Syndicate content