Nature

สำนักพิมพ์ Nature Publishing Group เตรียมเปิดวารสารที่เข้าถึงได้ฟรี

แนวคิด Open Access มีผลอย่างมากต่อสังคมการวิจัยในสหรัฐฯ ในช่วงหลังโดยมีวารสารดังๆ เกิดขึ้นมาเช่น PLoS หน่วยงานหลายหน่วยงานระบุว่างานวิจัยที่ได้รับทุนจะต้องตีพิมพ์งานวิจัยลงในวารสารเปิดเหล่านี้ ทั้งหมดนี้บีบให้สำนักพิมพ์งานวิจัยเก่าแก่อย่าง Nature Publishing Group ผู้ตีพิมพ์วารสาร Nature (Impact Factor: 34.480) ต้องเปิดวารสารใหม่ภายใต้แนวคิด Open Access

วารสารที่ว่านี้ชื่อว่า Scientific Report มันคิดค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์บทความละ 1,350 ดอลลาร์หรือประมาณ 40,000 บาท

บ้านเรามีวารสารหรืองานประชุมวิชาการไหนที่ประกาศตัวเป็น Open Access บ้างรึยัง?

ที่มา - Nature Publishing Group

2010 ปีแห่งหายนะจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ไม่ต้องรอถึงปี 2012 ครับ เพราะจากรายงานล่าสุดเปิดเผยว่าแค่ปี 2010 ที่ผ่านมา เราก็ประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างหนักหนาสาหัสกันแล้ว

บริษัทประกันภัย Munich Re รายงานว่า เมื่อปีที่ผ่านมาความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาตินั้นสูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จำนวนผู้เสียชีวิตมีกว่า 295,000 ราย และมูลค่าความเสียหายกว่า 130 พันล้านเหรียญ ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2009 จำนวนผู้เสียชีวิตมีทั้งหมด 11,000 รายและมูลค่าความเสียหายประมาณ 60 พันล้านเหรียญ และตัวเลขความเสียหายในปี 2010 นี้จะยิ่งน่าตกใจหากย้อนกลับไปดูสถิติเฉลี่ยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 66,000 ราย และทรัพยสินเสียหายเฉลี่ย 95 พันล้านเหรียญ

ตำแหน่งของการเกิดภัยพิบัตินั้นก็ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านๆ มา แบ่งตามทวีปได้เป็น ทวีปอเมริกาครองแชมป์สูงสุดที่ 362 ครั้ง ตามมาด้วยเอเชียของเรา 310 ครั้ง ยุโรป 120 ครั้ง 90 ครั้งในแอฟริกาและ 65 ครั้งในออสเตรเสียและโอเชียเนีย

ภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายมากที่สุดก็คือแผ่นดินไหว โดยแค่แผ่นดินไหว 7.0 ริกเตอร์ ที่เฮติเมื่อเกือบ 1 ปีที่แล้วครั้งเดียวก็มีผู้เสียชีวิตกว่า 222,570 ราย แต่มูลค่าความเสียหายหายอยู่ที่ 8,000 ล้านเหรียญ เนื่องจากทรัพยสินที่เสียหายไม่ได้มีการทำประกันไว้ ส่วนที่สร้างความเสียต่อทรัพยสินมากที่สุดคือแผ่นดินไหว 8.8 ริกเตอร์ที่ชิลี ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 30 พันล้านเหรียญ รองๆ สามารถดูได้จากแหล่งข่าว โดยคร่าวๆ ก็จะเป็นไฟไหม้ป่าที่รัสเซีย แผ่นดินไหวในจีน และน้ำท่วมในปากีสถาน

ผมอ่านดูแล้ว ยังไงบ้านเราก็ถือว่าดีมากมายแล้ว ที่ไม่ได้อยู่ในแนวที่จะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ๆ อย่างบางประเทศ

ที่มา - LiveScience

การอนุรักษ์ปะการังประสบความสำเร็จในบาฮามาส

คำถามหนึ่งที่มีต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติหลายๆ โครงการคือการอนุรักษ์นั้นมีผลดีจริงต่อการฟื้นฟูธรรมชาติหรือไม่ และงานวิจัยพื้นที่อนุรักษ์ของหมู่เกาะบาฮามาสยืนยันว่าการอนุรักษ์มีผลจริง

การศึกษาเริ่มจากพื้นที่แนวปะการังที่เสียหายจากเฮอร์ริเคนเมื่อสองปีที่แล้ว โดยพื้นที่ทั้งหมดที่ศึกษามีการครอบคลุมของปะการังประมาณ 7% เท่าๆ กัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปสองปี พื้่นที่อนุรักษ์ทางทะเลที่มีการห้ามทำการประมง มีแนวปะการังเพิ่มขึ้นถึง 19% ขณะที่พื้นที่นอกเขตอนุรักษ์ไม่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

นี่เป็นครั้งแรกของการยืนยันในเชิงสถิติว่าการลดการรบกวนของมนุษย์มีผลต่อปะการังจริง

ว่าแล้วก็เลิกไปดำน้ำกัน....

ที่มา - ArsTechnica

Syndicate content