Alzheimer's Disease

โรคอัลไซเมอร์อาจแพร่ติดต่อกันได้

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's disease) คือภาวะอาการเสื่อมของสมองชนิดหนึ่งที่วงการวิทยาศาสตร์การแพทย์เองก็ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด สัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่เป็นตัวบ่งชี้ของโรคคือการสะสมของชั้น beta-amyloid ในเซลล์ประสาท

ทีมวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัสได้ทดสอบฉีดเนื้อเยื่อสมองของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่เสียชีวิตแล้วเข้าไปในสมองของหนูทดลอง (เหตุผลที่ต้องใช้สมองของผู้ป่วยที่ตายแล้วเนื่องจากการพิสูจน์ว่า "ใครเป็นอัลไซเมอร์จริงหรือเปล่า" ต้องรอให้ตายก่อนแล้วเปิดกระโหลกเอาสมองมาตรวจสอบ อีกอย่างคงเกี่ยวกับจริยธรรมนักวิจัยด้วย) หลังจากนั้นอีก 30, 90, 285, 450 และ 585 วัน หนูจะถูกสุ่มขึ้นมาผ่ากระโหลกวิเคราะห์สมอง

ผลปรากฏว่าสมองของหนูที่ได้รับการฉีดเนื้อเยื่อสมองของผู้ป่วยอัลไซเมอร์เข้าไปมีแผ่น (plaque) ของ beta-amyloid เกิดขึ้นและมีความผิดปกติคล้ายๆ กับที่พบในสมองของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ และสมองของหนูบางตัวยังมีแผ่น beta amyloid ในจุดที่อยู่ไกลจากจุดที่ฉีดเนื้อเยื่อเข้าไปอีกด้วย ขณะที่สมองของหนูในกลุ่มควบคุมซึ่งได้รับการฉีดเนื้อเยื่อสมองของคนปกติ ไม่ปรากฏลักษณะดังกล่าว

นักวิจัยเชื่อว่าคำอธิบายที่ดีที่สุดในตอนนี้คือ โปรตีนที่มีส่วนทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์น่าจะแพร่กระจายตัวเองได้เหมือนกับ prion

prion คืออนุภาคโปรตีนที่มีการพับตัวผิดปกติและสามารถเหนี่ยวนำให้โปรตีนรอบข้างพับตัวผิดปกติเหมือนตัวเองได้ prion เป็นสาเหตุของโรคหลายชนิด เช่น bovine spongiform encephalopathy (Mad Cow disease) และ Creutzfeldt-Jakob disease

amyloid ที่เราใช้เป็นตัวบ่งชี้อาการอัลไซเมอร์ก็คือโปรตีนชนิดหนึ่งเหมือนกัน ตามปกติสมองจะสร้าง amyloid ขึ้นมาและทำลายมันลงอย่างต่อเนื่อง แต่ในกรณีของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ amyloid จะพับตัวผิดปกติและจับตัวสะสมกันเป็นแผ่น

หาก amyloid ที่พับตัวผิดปกติสามารถแพร่กระจายได้เหมือนกับ prion จริงดังเช่นที่งานวิจัยนี้แสดง นี่ก็ยังไม่ถึงเวลาที่เราจะต้องมานั่งวิตกกังวล เพราะนักวิทยาศาสตร์ยังไม่รู้ว่าโรคอัลไซเมอร์จะติดต่อกันในชีวิตจริงได้หรือไม่ (เอ๊ะ รู้สึกว่าผมยิ่งบอกอย่างนี้ ยิ่งน่าวิตกกังวลแฮะ)

ที่มา - Science Daily, Discovery News

ความจำระยะยาวในสมองอาจจะมีสวิตซ์ปิด-เปิด

ความเข้าใจในสมองของเรายังจำกัดอยู่มากแต่ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ก็เข้าใกล้ที่จะเข้าใจสมองไปอีกขั้นเมื่อทีมวิจัยจาก University of Southern California สามารถสาธิตการปิดและเปิดความจำระยะยาวในหนูได้เป็นผลสำเร็จ

นักวิจัยอาศัยหนูที่ถูกฝึกให้เลื่อนคันโยกไปยังด้านที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เมื่อฝึกจนความจำส่วนนี้กลายเป็นความจำระยะยาวแล้วก็วางยาเพื่อหยุดการสื่อสารภายในสมองส่วน hippocampus ระหว่าง CA3 และ CA1 หลังจากนั้นพบว่าหนูที่ถูกทดสอบไม่มีความจำที่ถูกฝึกไว้ล่วงหน้าอีกต่อไป

การทดลองยังสามารถกู้คืนความจำระยะยาวของหนูกลับมาด้วยการใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จำลองสัญญาณภายในของการสื่อสารระหว่าง CA3 และ CA1 กลับคืนมา พบว่าหนูกลับมาจำสิ่งที่ฝึกไว้ได้อีกครั้ง

งานวิจัยนี้เปิดช่องทางใหม่ที่เราอาจจะกู้คืนความจำในผู้ป่วยที่เสียความจำระยะยาวจากโรคอัลไซเมอร์ หรือความเจ็บป่วยทางสมองอื่นๆ

ที่มา - Gizmag

"เล่นเกมส์ไขปริศนาบ่อยๆ ช่วยลดความเสี่ยงอัลไซเมอร์" เรื่องจริงหรือหลอกลวง?

คำตอบคือ "เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์"

ความเชื่ออย่างหนึ่งที่แพร่หลายมากๆ เกี่ยวกับการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's disease) คือ ถ้าเราทำกิจกรรมที่ฝึกหัดใช้สมองบ่อยๆ เช่น เล่นเกมส์ปริศนา ทายอักษรไขว้ เรียนภาษา คุยกับเพื่อน เป็นต้น สมองเราจะแข็งแรงและไม่เป็นโรคอัลไซเมอร์

แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว เรื่องนี้กลับยังไม่มีเหตุผลจากการทดลองมายืนยันแน่ชัด ยิ่งไปกว่านั้นผู้เชื่ยวชาญด้านระบบประสาทหลายท่านก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อด้วยว่ากิจกรรมพวกนี้จะมีส่วนช่วยจริง

เช่น ศาสตราจารย์ Philip Sloane แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนา ที่ Chapel Hill ได้ให้ความเห็นไว้ว่า

I’d be surprised if it actually makes a difference.

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมพวกนี้ก็ยังอาจจะมีประโยชน์ต่อระบบประสาทของเราอยู่บ้าง มีหลักฐานจากการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการที่มีสุขภาพสมองดีนั้นสัมพันธ์กับการมีเพื่อนเยอะอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ก็ยังมีงานทดลองที่ยืนยันว่าการฝึกพูดภาษาที่สองช่วยเลื่อนอายุที่จะเริ่มเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ด้วย (ไม่ได้ลดความเสี่ยงนะครับ แค่เลื่อนเวลาออกไปแค่นั้นเอง)

สิ่งที่ ร.ศ. Daniel Kaufer ผู้อำนวยการ UNC Memory Disorders Clinic เสนอแนะสำหรับการลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์คือ การดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายเป็นประจำ กินผักเยอะๆ ตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อควบคุมระดับความดันเลือด, คอเลสเตอรอล, ระดับน้ำตาล งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกที่ศีรษะ สิ่งเหล่านี้อาจจะช่วยลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ได้ในระดับหนึ่ง

ที่มา PhysOrg

ผู้เชี่ยวชาญ ใช้อัลตราซาวด์ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์

อัลตราซาวด์ คือคลื่นเสียงความถี่สูงเกินกว่าที่หูมนุษย์จะได้ยิน มีการนำมาใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นช่วยคลายกล้ามเนื้อให้นักกีฬาที่มีอาการปวดเมื่อย, ช่วยละลายไขมันในผู้ป่วยที่ทำศัลยกรรมดูดไขมัน และช่วยขจัดคราบสกปรกออกจากเครื่องครัว โดยการใช้งานอัลตราซาวด์ที่เรารู้จักกันดีที่สุดคือ การสร้างภาพของทารกในครรภ์

กว่าทศวรรษที่ผ่านมา มีการใช้อัลตราซาวด์ในการต่อสู้กับโรคต่างๆ มากมาย

ตอนนี้ได้มีการค้นพบประโยชน์ของอัลตราซาวด์อีกข้อหนึ่ง คือความสามารถในการยับยั้งเกราะป้องกันตามธรรมชาติ (natural barrier) ที่ทำหน้าที่ แยกหลอดเลือดออกจากเนื้อเยื่อสมองของหนูทดลองได้ชั่วคราว ซึ่งถ้าสามารถใช้เทคนิคนี้ในมนุษย์ได้ แพทย์ก็จะสามารถใช้อัลตราซาวด์ในการให้ยาทางหลอดเลือดดำ (intravenous drugs) เข้าสู่เซลล์สมองของผู้ป่วยได้โดยตรง

ในปัจจุบันโรคอัลไซเมอร์ยังคงไม่มีทางรักษา ถึงแม้จะมีการพัฒนายาที่มีการพิสูจน์แล้วว่า สามารถรักษาเซลล์ประสาท (neuron) ที่ถูกทำลายจากตัวโรคเอาไว้ได้ นักวิจัยบางคนพยายามจะชะลอการดำเนินโรค โดยการฉีดยาเข้าไปในบริเวณสมองที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่การทำแบบนั้นมีความเสี่ยง, ค่าใช้จ่ายสูง และล้มเหลวถึง 9 ใน 10 ครั้ง

งานวิจัยชิ้นนี้ ได้สร้างความหวังใหม่ในการรักษาอัลไซเมอร์ด้วยกระบวนการเพียง 2 ขั้นตอน คือการฉีดฟองอากาศขนาดจิ๋ว (microscopic bubble) เข้าไปในหลอดเลือดผ่านสายน้ำเกลือ (IV line) และปล่อยให้มันเคลื่อนที่เข้าไปในหลอดเลือดฝอยของสมอง (brain capillary) จากนั้นปล่อยคลื่นอัลตราวาวด์ (ultrasonic beam) เข้าไปเหนือสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (hippocampus) ซึ่งจะทำให้ฟองอากาศเกิดการสั่นสะเทือน ไปรบกวนการทำงานของผนังหลอดเลือด ที่ทำหน้าที่กั้นไม่ให้สารบางอย่างผ่านเข้าไปยังสมองได้ (blood-brain barrier) ทำให้สามารถให้ยาเข้าไปยังสมองได้ในระยะเวลาสั้นๆ

ที่มา : physorg

การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่อาจป้องกันการเป็นโรคอัลไซเมอร์

ปกติเรามักจะคิดว่าการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่นั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่งานวิจัยที่มาจากคณะที่นำโดย Gary W. Arendash จาก Florida Alzheimer's Disease Research Centerนี้อาจให้ผลที่แตกต่างกันออกไป

โดยนักวิจัยได้ทำการทดลองให้หนู (Mouse) ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ ให้อยู่กับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในปริมาณที่ใกล้เคียงกับที่พบในการใช้โทรศัพท์ของคนทั่วไป (ประมาณวันละสองชั่วโมง เป็นเวลา 7-9 เดือน) นักวิจัยพบว่าการสะสมของโปรตีน Beta Amyloid ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ นั้นลดลง และหนูนั้นมีความจำที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ดีนักวิจัยยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นได้อย่างไร ทฤษฏีที่มีอยู่คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอาจจะทำให้เกิดการขับออกของโปรตีนดังกล่าว หรืออาจจะเป็นจากการที่มีเลือดไปเลี้ยงสมองในปริมาณที่มากขึ้นก็เป็นได้ นอกจากนี้ นักวิจัยยังได้ย้ำว่าผลลัพธ์ของการทดลองนี้ยังไม่สามารถนำไปสรุปใช้กับในคนได้

ที่มา: Journal of Alzheimer's Disease (Full Text PDF), Reuters

Syndicate content