Clean Energy

ความชื้น - ก้าวแรกสู่พลังงานไฟฟ้าชนิดใหม่

ศาสตราจารย์เฟอร์นันโด เกเลมเบ็ค และทีมนักวิจัยแห่ง University of Campinas ประเทศบราซิล ได้ประสบความสำเร็จในการค้นพบต้นตอที่แท้จริงของกระบวนการเกิด “ฟ้าผ่า” ในชั้นบรรยากาศ หลังจากเป็นปัญหาคลุมเครือให้นักวิทยาศาสตร์ขบคิดมากว่า 200 ปี จากการทดลองพิสูจน์ได้ว่าน้ำในชั้นบรรยากาศนั่นเองที่สามารถสะสมพลังงานไฟฟ้าและส่งผ่านพลังงานไปยังวัตถุอื่นที่เข้ามาใกล้ โดยจะพบประจุลบสะสมในกลุ่มอนุภาคซิลิกา เมื่ออยู่ในสภาพอากาศจำลองที่มีความชื้นสูง ในขณะที่ได้ผลลัพท์เป็นประจุบวกเมื่อใช้อนุภาคของอลูมิเนียมฟอสเฟต

จากการศึกษากระบวนการของการเกิด “สายฟ้า” นี้เอง จึงเป็นที่มาของ “พลังงานไฟฟ้าความชื้น” (humidity electricity) โดยเฟอร์นันโดกับพวกได้บัญญัติชื่อพลังงานชนิดนี้ว่า hygroelectricity

ต่อไปในอนาคตนอกจากจะมีแผงเซลล์แสงอาทิตย์แล้ว เราอาจจะมี “แผงเซลล์ความชื้น” ไว้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ถ้าแผงเซลล์แสงอาทิตย์ใช้งานได้ดีในที่ที่มีแดดจ้า แผงเซลล์ความชื้นก็คงใช้งานได้ดีในภูมิภาคที่อากาศมีความชื้นสูงนั่นเอง นอกจากนี้ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เฟอร์นันโดยังเสนอไอเดียเกี่ยวกับการใช้วิธีทำนองเดียวกันนี้ดูดพลังงานไฟฟ้าออกมาจากอากาศก่อนที่จะเกิดฟ้าผ่าอีกด้วย

ที่มา:

จอร์จ โซรอส ประกาศลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ในพลังงานสะอาด

จอร์จ โซรอส ราชาการเงินโลกผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าถล่มค่าเงินบาทไทยในปี 2540 จนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ (ก่อนกรณีของเมืองไทย เขาเคยถล่มค่าเงินปอนด์มาก่อนแล้ว) ในอีกด้านเขาลงเงินจำนวนมหาศาลในมูลนิธิการกุศลและ NGO ต่างๆ ล่าสุดโซรอสประกาศลงทุนในสาขาที่กำลังฮิตคือ "พลังงานสะอาด" คิดเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 1 พันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้เขายังจ่ายอีก 100 ล้านดอลลาร์ตั้งมูลนิธิ Climate Policy Initiative เพื่อเคลื่อนไหวด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาเขาได้ลงทุนในบริษัท Powerspan Corp ซึ่งเชี่ยวชาญการกักเก็บคาร์บอนจากถ่านหิน

เขายังเน้นว่าทิศทางการลงทุนของเขาจะเป็น "การเก็บภาษีคาร์บอน" (carbon tax) แทน "คาร์บอนเครดิต" (carbon credit) เนื่องจากประสบการณ์การเก็งกำไรของเขาบอกว่าตลาดคาร์บอนเครดิตนั้นถูกนักลงทุนปั่นได้ง่ายกว่า

ยอดเงินลงทุนด้านพลังงานสะอาดของทั้งโลก ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2009 รวมกันเป็นมูลค่า 25.9 พันล้านดอลลาร์ เรียกได้ง่ายๆ ว่านักลงทุนทั้งโลกเริ่มขยับมาสนใจตลาดนี้กันแล้ว

ที่มา - BusinessWeek

Syndicate content