Photography

คลิป UFO ล่องหน!?... อาจเป็นแค่รอยของภาพถ่าย

เร็วๆ นี้มีคนโพสต์คลิปลง Youtube และตั้งข้อสังเกตว่าภาพถ่าย "coronal mass ejection" (CME) ที่ถ่ายโดยกล้อง Heliospheric Imager-1 (HI-1) บนยาน STEREO ของ NASA เผยให้เห็นถึงวัตถุประหลาดขนาดใหญ่ปรากฏใกล้ๆ กับดาวพุธ

ลองชมคลิปที่ว่าได้ข้างล่าง

Samsung จดสิทธิบัตรกล้องสองเลนส์สำหรับการทำภาพ "หลังละลาย"

ภาพระยะชัดลึกต่ำๆ หรือทุกวันนี้อาจจะเรียกว่า "ชัดตื้น" ไปแล้ว กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ แต่ก่อนหน้านี้การทำภาพหลังละลายได้มากๆ นั้นต้องอาศัยเลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างมากๆ แต่สิทธิบัตรใหม่ของซัมซุงกำลังจะทำให้เราได้เห็นภาพจากกล้องคอมแพคธรรมดาๆ แต่ให้ภาพ "หลังละลาย" ได้เท่าที่เราต้องการ

ก่อนหน้านี้จำลองภาพหลังละลายมักอาศัยการกำหนด "วง" ภาพที่จะชัดแล้วรอบๆ วงนั้นจะค่อยๆ เบลอขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแม้จะใช้งานได้ดีระดับหนึ่งแต่ภาพมักดูหลอกเพราะหลายครั้งวัตถุที่อยู่นอกวงนั้นมีระยะเดียวกับวัตถุในวง เช่นเมื่อเราเลือกภาพให้ชัดที่ใบหน้า แต่เสื้อผ้าและลำตัวของตัวแบบก็ควรจะชัดด้วยเหมือนกัน

สิทธิบัตรของซัมซุงเป็นการต่อยอดมาจากกล้องสามมิติ โดยเมื่อกล้องสามมิติสามารถจับระยะของวัตถุทุกชิ้นในภาพได้อยู่แล้ว เมื่อเอาข้อมูลนี้มารวมกับการใส่ฟิลเตอร์เบลอ โดยเพิ่มความเบลอตามระยะทางของภาพที่ต่างไปจากจุดโฟกัส ทีนี้ผู้ใช้ก็สามารถเลือกระดับความ "ละลาย" ได้ตามใจชอบ

อีกปีสองปีภาพจากกล้องคอมแพคราคาไม่กี่พันอาจจะไม่ต่างจากกล้องราคาแพงๆ ถ้าไม่ดูที่ความละเอียดสูงมากๆ

ที่มา - Photography Bay

หุ่นยนต์ช่างถ่ายรูปใกล้ความจริงเข้าไปอีกขั้น

การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence) มาใช้ทำงานถ่ายรูปภาพแทนมนุษย์นั้นเริ่มมีกันมาเป็นเวลาพอสมควรแล้ว แต่ว่าทีมนักวิจัยที่นำโดย Raghudeep Gadde นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวอินเดียแห่ง International Institute of Information Technology in Hydrabad ได้พัฒนาความสามารถของหุ่นยนต์ถ่ายรูปขึ้นไปอีกขั้น

หุ่นยนต์ที่ Raghudeep Gadde ใช้ในการวิจัยคือ "NAO" ซึ่งมีกล้องถ่ายรูปติดตั้งอยู่บนหัวอยู่แล้ว พวกเขาได้เขียนโปรแกรมให้ NAO ถ่ายรูปโดยอิงกับหลักการพื้นฐานการถ่ายภาพ 2 ข้อ คือ กฏสามส่วน (the rule of thirds) และอัตราส่วนทองคำ (the golden ratio)

นอกจากนี้พวกเขายังเขียนโปรแกรมในส่วนของการวิเคราะห์คุณภาพของรูปถ่ายเข้าไปด้วยโดยอิงพื้นฐานจากการวิเคราะห์รูปแบบภาพที่ชนะการประกวดตามเว็บไซต์ต่างๆ กว่า 60,000 รูป ทำให้หุ่นยนต์สามารถตรวจสอบได้ว่าภาพที่มันถ่ายมานั้นสวยแล้วหรือยัง ถ้าหากยังไม่สวยพอ หุ่นยนต์ก็จะเปลี่ยนมุมแล้วถ่ายใหม่อีกรอบ จนกว่าจะได้รูปภาพที่มีความสวยงามน่าพอใจ

เทคนิคนี้จะทำให้หุ่นยนต์ช่างถ่ายรูปสามารถถ่ายภาพอะไรก็ได้ให้สวยงามตรงตามหลักการที่ช่างภาพทั่วไปใช้ ต่างจากปัญญาประดิษฐ์แบบเดิมที่วิเคราะห์คุณภาพของรูปได้แต่กรณีภาพถ่ายที่เป็นรูปคน

ที่มา - New Scientist

ภาพท้องฟ้าขนาด 5 พันล้านพิกเซลเปิดให้เข้าชมได้ฟรีแล้ว

ช่างภาพท้องฟ้าชื่อว่า Nick Risinger ออกเดินทางรอบโลกถึงสองรอบครึ่ง เพื่อเก็บภาพท้องฟ้าในมุมต่างๆ ทั่วโลก ได้ภาพจำนวน 37,440 ภาพ นำมาต่อเข้าด้วยกันเป็นภาพรอบตัวของท้องฟ้าในแบบที่เราไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าเห็นได้

โครงการ SkySurvey.org ของ Risinger นำภาพทั้งหมดมาต่อกันได้ภาพขนาด 5 พันล้านพิกเซล แล้วเปิดแสดงแบบเดียวกับ Google Earth หรือโครงการที่เหมือนกันของกูเกิลคือ Google Sky

ปัญหาใหญ่ในการถ่ายภาพแบบนี้คือมลภาวะทางแสงที่ Risinger ระบุว่าหาจุดมืดๆ ถ่ายภาพได้ยาก และยังมีเรื่องของสัญญาณรบกวน (noise) ในภาพ ที่ทำให้ทุกภาพต้องถ่ายซ้ำ 12 ครั้ง แบ่งออกเป็นการถ่ายนาน, ปานกลาง, และสั้น

โครงการนี้ยังคงเดินหน้าต่อไปโดยเปิดรับบริจาคเพื่อค่าใช้จ่ายในการถ่ายภาพเพิ่มเติมและการจัดแสดงภาพ

มุกจีบสาวแบบนับดาวคงใช้กับภาพแบบนี้ไม่ได้..

ที่มา - SkySurvey

โกดักยกเลิกสายการผลิตฟิล์ม Kodachrome แล้ว

เมื่อวานนี้บริษัท Eastman Kodak ได้ประกาศว่าบริษัทกำลังจะยกเลิกสายการผลิตฟิล์มในตระกูล Kodachrome ซึ่งเคยเป็นสินค้าดังของบริษัทมาตั้งแต่ปี 1935 และจนถึงวันนี้มันกลายเป็นฟิล์มสีที่มีประวัติการขายยาวนานที่สุดในโลก

ฟิล์ม Kodachrome เป็นฟิล์มที่ต้องการกระบวนการล้างที่ซับซ้อนและใช้สารเคมีที่เป็นพิษสูงที่ชื่อว่ากระบวนการ K-14M ดังนั้นเมื่อซื้อฟิล์มมาแล้วภายในจะมีคูปองให้ส่งกลับไปยังศูนย์ล้างฟิล์มของทางโกดักซึ่งในตอนนี้เหลืออยู่เพียงที่เดียวในโลกเท่านั้น

สำหรับฟิล์มที่ยังมีขายอยู่ในตอนนี้คือฟิล์มแบบ 35 มิลลิเมตรความไวแสง ISO 64 ทั้งแบบธรรมดาและแบบ Professional

สำหรับภาพที่โด่งดังมากที่ใช้ฟิล์ม Kodachrome นั้นได้แก่ภาพเคลื่อนไหวที่ถ่ายช่วงเวลาการลอบสังหารจอห์น เอฟ. เคเนดี้ และภาพเด็กหญิงชาวอัฟกานิสถานบนหน้าปกของนิตยสาร National Geographic ที่ถ่ายโดย Steve McCurry

สำหรับใครที่อยากสัมผัสฟิล์มแบบนี้อาจจะต้องรีบไปซื้อกันสักหน่อย ส่วนห้องแลปที่จะล้างฟิล์มนี้ได้นั้นจะเปิดให้บริการถึงปีหน้า

ที่มา - The New York Time

Syndicate content