undefined

การมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสเปิร์ม

เป็นปริศนาจนทุกวันนี้ว่าการมีเพศสัมพันธ์นั้นจะมีผลต่อสเปิร์มอย่างไรบ้าง แต่ทีมวิจัยจากออสเตรเลียก็ได้ทดสอบสมมติฐานที่ว่าการที่ผู้ชายได้หลั่งอสุจิเป็นประจำนั้นจะเพิ่มโอกาสการมีบุตรให้สูงขึ้น

การทดสอบนี้อาศัยกลุ่มตัวอย่างชาย 118 คนที่มีความผิดปรกติของ DNA หรือที่เรียกว่าค่า DNA Fragmentation Index (DFI) ในสเปิร์มในระดับที่สูงกว่าร้อยละ 15 ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจจะมีปัญหาในการมีบุตรบ้างเล็กน้อย (ต่ำว่า 15 ถือว่าไม่มีปัญหา) โดยกลุ่มตัวอย่างนั้นมีค่า DFI ตั้งแต่ 15 ไปจนถึง 98 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 34

กลุ่มตัวอย่างได้รับคำสั่งให้มีการหลั่งอสุจิทุกวันตลอด 7 วันในการทดลอง ผลทดลองที่ได้ทำให้ค่า DFI เฉลี่ยลดลงเหลือ 26 โดยอาจจะมีบางคนที่ค่า DFI ต่ำอยู่แล้วมีค่าเพิ่มขึ้นบ้าง

ยังไม่มีการศึกษาว่าการหลั่งอสุจิทุกวันเป็นเวลานานเท่าใดจึงจะเพิ่มประสิทธิภาพของสเปิร์มได้เต็มที่ อย่างไรก็ดีนี่อาจจะเป็นทางออกง่ายๆ สำหรับผู้ที่มีบุตรยากในทุกวันนี้ก็เป็นได้

ที่มา - PhysOrg

ถ่มน้ำลายซิ

จากหัวข้อ ใครที่ชอบถ่มน้ำลายคงไม่รู้แปลกใจ แต่ตัวฉันรู้สึกว่าดูไม่สุภาพเท่าไหร่เลย แต่จากงานวิจัยล่าสุดพบว่า น้ำลายสามารถบ่งบอก(ประวัติสุข)ภาพในช่วงที่ผ่านมาของคุณได้
คุณ Mark Stoneking, นักพันธุมานุษยวิทยา ประเทศเยอรมันนีกล่าวว่าในช่องปากของเรามีแบคทีเรียหลาย พันชนิดแบคทีเรียบางกลุ่ม เป็นแบคทีเรียที่ดี ช่วยในการย่อยอาหารของเรา เป็นต้น และก็มีแบคทีเรียที่ไม่ดี ที่เป็นสาเหตุของฟันผุ แบคทีเรียเหล่านี้สามารถบอกเราได้ว่าสุขภาพของเราเป็นอย่างไร บอกได้ว่าบรรพบุรุษของเรามาจากไหน หรือแม้แต่ระบุลักษณะเฉพาะบุคคลได้เช่นเดียวกับ ลายนิ้วมือทีเดียว คราวหน้าถ้าจะถ่มน้ำลายให้ระวังด้วยนะเพราะปัจจุบันเขาเก็บหลักฐาน(น้ำลาย)ที่จะระบุถึงตัวผู้ต้องหาในคดีต่าง ๆ ด้วยนะ

ที่มา poppular science

องค์การอนามัยโลกประกาศให้เชื้อ H1N1 เป็นโรคระบาดอย่างเป็นทางการ

หลังจากเป็นที่แน่ชัดว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 (H1N1) นั้นมีการระบาดอย่างในหลายทวีปทั่วโลก นับแต่สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, และออสเตรเลีย กระทั่งในไทยเองนั้นก็มีการระบาดอยู่ภายใน และยังมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นจุดที่ผู้ป่วยชาวไต้หวันมารับเชื้อไป ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ได้ประกาศให้เชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 มีความรุนแรงในการระบาดระดับ 6 ซึ่งหมายถึงมีการระบาดแล้วในหลายพื้นที่ทั่วโลก (ดูระดับต่างๆ ได้ในข่าวเก่า)

องค์การอนามัยโลกนั้นดูจะกลัวความวิตกกังวลในวงกว้างพอๆ กับกังวลถึงการระบาดของโรค โดยที่หากนับตามนิยามแล้วเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 นั้นดูจะตรงตามนิยามของระดับ 6 มานานแล้ว เพราะมีการระบาดทั้งในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น แต่ทางองค์การอนามัยโลกยังคงลังเลที่จะประกาศจนวันนี้เนื่องจากตัวเลขเริ่มยืนยันว่ามีการระบาดในซีกโลกทางใต้แล้ และเมื่อมีการประกาศแล้วก็ยังย้ำว่าเป็นการระบาดที่ไม่รุนแรงนัก เนื่องจากอัตราการเสียชีวิตของโรคนี้ไม่สูงนัก ประมาณร้อยละ 0.5

จนวันนี้มีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันเชื้อแล้วกว่า 30,000 คน และผู้เสียชีวิต 141 คน

การประกาศนี้ยังย้ำว่าทางองค์การอนามัยโลกไม่แนะนำให้มีการปิดชายแดน ตลอดจนการให้บริการสาธารณะอื่นๆ แต่อย่างใด

ชาว Jusci แถวนี้วิตกในโรคนี้กันแค่ไหนครับ...

ที่มา - BBC

Syndicate content