หลังจากน้ำมันแพงระยับไปเมื่อปีสองปีก่อน ทั่วโลกก็ต่างพูดถึง "รถยนต์ไฮบริด" พลังไฟฟ้าที่ชาร์จได้ รัฐบาลสหรัฐถึงกับลงทุนในการวิจัยเทคโนโลยีด้านนี้เป็นพันๆ ล้านดอลลาร์
แต่ทางเลือกอื่นก็ยังมี ถึงแม้ว่าจะโดนรถยนต์ไฮบริดเบียดบังรัศมีไปสักหน่อย นั่นคือ รถยนต์ที่ใช้พลังงานดีเซล
น้ำมันดีเซลนั้นไม่ได้ถูกกว่าเบนซินเท่าไรเลย (ในบางประเทศแพงกว่าด้วยซ้ำ) แต่สิ่งที่มันดีกว่าเบนซินเห็นๆ คือประสิทธิภาพ (ระยะทาง/ลิตร) ตรงนี้บ้านเรารู้กันมานานแล้วว่าดีเซลประหยัดกว่า เพียงแต่ดีเซลก็มีอุปสรรคด้านอื่นๆ อย่างเสียงดัง, เครื่องไม่เรียบ, มลภาวะสูง ฯลฯ มาขวางกั้นไว้
แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไป ความเชื่อด้านลบเหล่านี้เริ่มไม่จริงเสียแล้ว ผู้นำทางด้านรถดีเซลคือ Volkswagen ได้เปิดเว็บไซต์ Diesel Truth & Dare ขึ้นมาเพื่อโปรโมทรถรุ่น Jetta TDI ของตัวเอง โดยเน้นไปยังประเด็นว่าสะอาดและมีประสิทธิภาพดี นอกจากนี้ยังมีบริษัทหน้าใหม่อื่นๆ ที่กำลังซุ่มพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลแบบใหม่ๆ อีกหลายราย เทคโนโลยีเหล่านี้จะเริ่มออกมาสู่ตลาดในอีกปีสองปีข้างหน้านี้ และแพร่หลายในอีกไม่นาน
บริษัทรถยนต์อเมริกันดูจะยังไม่ค่อยสนใจในตลาดนี้เท่าไรนัก ฟอร์ดเคยมีโครงการจะพัฒนารถกระบะตระกูล F-150 แต่ปัจจุบันโครงการถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
ที่มา - Business Week


ford
ford ก็มีครับ
เครื่อง TDCi
ร่วมมือกับ PSA, Peugeot และ Citroen
review โดยคุณ JiMMY แห่งเว็บพันทิป
ตามลิ้งเลยครับ
http://www.headlightmag.com/main/index.php?option=com_content&view=article&id=422:-ford-focus-20-tdci-18-4at-20-5at-320d-&catid=64:c-segment-1600-2000-cc&Itemid=76
ในยุโรปก็
ในยุโรปก็ใช้รถยนต์เครื่องดีเซลกันเป็นปกตินี่นะ
นั่นสิ
นั่นสิ
ไอ่กัน
ไอ่กัน มันไม่ชอบ เครื่องดีเซลครับ เขาถูกสอนมาให้พลาญ เบนซินกันครับ
Benz เคยมีโครงการเจ๋ง ๆของเครื่อง Diesel ทีอัดเทอร์โบลงไป สามตัว
แรงบิด จนแทบเพลาขาดแต่สุดท้ายก็หนีไป ไฮบริด น่าเศร้าเหมือนกันนะครับ
Benz มี Diesel
Benz มี Diesel แน่ๆ นั่งอยู่ทุกวัน
ทุกวันนี้
ทุกวันนี้ mercedes กับ bmw ก็เสียงหึ่งๆกันทั้งน๊านน