มาตรฐานใหม่การวัดปริมาณคาร์บอน: เทียบจำนวนครั้งการค้นหาด้วยกูเกิล

ผมเป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนให้เราศึกษาการเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ เพื่อช่วยปัญหาโลกร้อนก่อนเสมอ ไม่อย่างนั้นแล้วเราอาจจะทำร้ายโลกหนักยิ่งกว่าเดิม แต่บริษัทอย่างกูเกิลนั้นก็ถูกโจมตีในเรื่องของการทำโลกร้อนมาตลอดเนื่องจากการใช้พลังงานที่สูงมากอย่างต่อเนื่อง ก็ออกมาแก้ตัวด้วยการแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมเดิมๆ ของเรานั้นใช้พลังงานมากกว่าการค้นหาด้วยกูเกิลหลายเท่าตัวนัก

ตัวอย่างที่กูเกิลยกมาเช่น

  • หนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับปล่อยคาร์บอนเท่ากับค้นหากูเกิล 850 ครั้ง
  • น้ำส้มหนึ่งแก้วปล่อยคาร์บอนเท่ากับค้นหากูเกิล 1,050 ครั้ง
  • ชีสเบอร์เกอร์หนึ่งชิ้นปล่อยคาร์บอนเท่ากับค้นหากูเกิล 15,000 ครั้ง

นอกจากปกป้องตัวเองแล้ว บล็อกของกูเกิลยังชี้ไปยังรายงานของ The Climate Group ที่รายงานว่าการใช้พลังงานของภาค ICT นั้นช่วยลดการใช้พลังงานในส่วนอื่นๆ ลง เช่นอินเทอร์เน็ตนั้นลดการใช้พลังงานจากการเดินทาง หรือการส่งจดหมายได้เป็นอย่างดี

ผมพยายามหาข้อมูลมาตลอดว่าถุงผ้าหนึ่งใบนี้ใช้พลังงานเป็นกี่เท่าของถุงพลาสติกยังหาไม่ได้เลยแฮะ

ที่มา - Google Blog

ตอบกลับได

ตอบกลับได้ดีมากเลย
google ถูกรุมใช้จากทั่วโลกก็ไม่แปลกที่จะใช้พลังงานเยอะ

เรื่องถุงผ้าเนี่ย ตัวผมเองมองว่าไปส่งเสริมถุงพลาสติกแบบย่อยสลายได้จะดีกว่ารึเปล่า อาจจะแก้ปัญหาในเรื่องลดการผลิตไม่ได้ แต่ยังพอแก้ปัญหาเรื่องขยะได้บ้าง
แน่นอนว่าหากใช้ถุงผ้าได้ย่อมดีกว่า แต่จำเป็นต้องมีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต
ซึ่งก็ทำให้นึกถึงบทสนทนาใน the day the earth stood still ที่บอกว่า ปัญหาไม่ใช่วิธีการหรือเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ตัวมนุษย์เอง ที่ไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยน หรือ จะเปลี่ยนแปลงได้ก็ต่อเมื่อถึงจุดวิกฤติจริงๆ(ในระดับที่ว่าถ้าไม่เปลี่ยนก็สูญพันธ์เหมือนในหนังนั่นแหละ)

การรณรงค์เรื่องถุงผ้าทำให้คนหันมาใช้ถุงผ้ากันจริงๆจังๆซักกี่เปอร์เซนต์ เทียบกับปริมาณถุงผ้าที่ผลิตออกมาในช่วงกระแสฟีเวอร์คุ้มค่ารึเปล่า

เรื่องถุง

เรื่องถุงผ้านี่ผมกังวลในเรื่องที่ว่า "ถ้ามันสำเร็จ" แล้วจะเกิดอะไรขึ้นนะครับ

ถ้าคนเลิกใช้ถุงพลาสติกกันหมดโลกเลยในวันนี้ ผมตั้งคำถามว่าถุงผ้าหนึ่งถุงปล่อยคาร์บอนกี่เท่าของถุงพลาสติก (ค่อนข้างมั่นใจว่าหลายเท่าตัวอยู่ครับ) และการใช้ถุงพลาสติกแทนถุงผ้าเป็นการใช้ซ้ำกี่ครั้ง

ถ้าการผลิตถุงพลาสติกน้อยกว่าถุงผ้า 50 เท่า แต่คนทั่วไปใช้ถุงผ้าซ้ำแค่ 10 ครั้ง นั่นหมายถึงเรากำลังทำร้ายโลกด้วยความเร็วที่สูงขึ้น 5 เท่าตัวถ้าโครงการรณรงค์พวกนี้สำเร็จ

การย่อยสลายได้ หมายถึงจะมีการปล่อยก๊าซอีกจำนวนซึ่งมีผลต่อภาวะโลกร้อนเข้าไปอีกครับ

เราต้องแยกกันระหว่างปัญหาการที่ทิ้งขยะกับปัญหาโลกร้อน มันเป็นปัญหาทั้งคู่ แต่การจับแพะชนแกะแล้วแก้ปัญหาอย่างไร้ทิศทางอาจจะทำให้ทุกอย่างแย่ลงได้

อืม

อืม จริงแฮะ
แต่ถ้าตามตัวเลขที่ตั้งมาว่าคนทั่วไปใช้ถุงผ้าแค่10ครั้งนี่น่าจะเรียกว่า รณรงค์ล้มเหลวมากกว่าสำเร็จนะ

คำถามสำคั

คำถามสำคัญคือ กี่ครั้งแล้วมันถึงจะคุ้มค่านะครับ

ถ้าบอกว่าต้องใช้ถุงผ้า 1,000 ครั้งถึงจะเท่ากับถุงพลาสติก ผมว่ามันแสดงว่าเราไม่ควรใช้ถุงพลาสติกแล้วหาทางออกอื่นๆ ครับ

ขอโทษนะคร

ขอโทษนะครับ ไม่ได้จะจับผิดนะครับ
ย่อหน้าสุดท้าย พุงพลาสติก

555

555 สงสัยระหว่างเขียนนึกถึงเรื่องกินอยู่แน่ๆ

แก้ไขแล้ว

แก้ไขแล้วนะครับ