จากบล็อก Bad Astronomy ครับ
- ดาวพลูโตเคยถูกถ่ายภาพติดตั้งแต่ปี 1919 แต่ไม่มีใครเคยสนใจเพราะว่ามันจางมาก กว่าจะถูกค้นพบอีกครั้งก็คือปี 1930 โดย Clyde Tombaugh
- วงโคจรของพลูโตนั้นตัดกับเนปจูน แต่มันกลับไม่เคยชนกัน สาเหตุนี้เป็นเพราะถ้ามองจากแผนภาพแบบ 2d วงโคจรมันจะตัดกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว พลูโตมันจะโคจรแบบเอียงๆ ต่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่น (ภาพประกอบ)
- พลูโตเป็นวัตถุที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณดาวเนปจูน ถึงแม้ว่าเนปจูนจะใหญ่มาก แต่พลูโตไม่เคยตกอยู่ใต้แรงดึงดูดของเนปจูนเลย เป็นเพราะว่ารอบของวงโคจรนั้นไม่เท่ากัน แถมในบางครั้งพลูโตนั้นอยู่ใกล้ดาวยูเรนัสมากกว่าเนปจูนเสียอีก
- ขนาดและมวลของพลูโต ตามที่นักวิทยาศาสตร์ประเมินนั้นเล็กลงเรื่อยๆ ตามยุคสมัย เนื่องจากว่าพลูโตมันไกลมากก็ต้องใช้วิธีเดา พอเครื่องมือในการวัดนั้นแม่นขึ้น ก็พบว่าพลูโตนั้นเล็กกว่าที่คิดไว้มาก ตอนนี้ตัวเลขล่าสุดคือพลูโตมีมวลคิดเป็น 0.2% ของโลก และมีขนาดเล็กกว่าดวงจันทร์
- แต่ว่าพลูโตไม่ใช่ดาวที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่สุดขอบของสุริยะจักรวาล นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์กันมานานแล้วว่าแถวๆ พลูโตจะต้องมีดาวขนาดใกล้เคียงกันอยู่ และสุดท้ายในปี 2005 ก็มีคนค้นพบดาวเอรีส (Eris) และดวงจันทร์ของเอรีสชื่อดีสโนเมีย (Dysnomia) ซึ่งมีมวลรวมกันมากกว่าพลูโต 27%
- พลูโตมีชั้นบรรยากาศ ถึงแม้จะบางมากแต่ก็มีอากาศ ความดันที่ผิวดาวนั้นคิดเป็น 0.00001 เท่าของโลก และก๊าซส่วนมากเป็นไนโตรเจน มีก๊าซมีเทนเล็กน้อย และช่วงที่พลูโตโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าปกติ ก๊าซที่แข็งตัวอยู่จะระเหิดเป็นไอทำให้มีบรรยากาศเพิ่มขึ้น
- พลูโตเป็นระบบดาวคู่ โดยพลูโตนั้นมีขนาดใกล้เคียงกับดวงจันทร์ชารอน (Charon) ของตัวเองมาก (โดยเฉพาะเมื่อเทียบความสัมพันธ์โลก-ดวงจันทร์) ลักษณะของวงโคจรจึงไม่ใช่ชารอนโคจรรอบพลูโตเหมือนกับดวงจันทร์ของโลก แต่เป็นการโคจรรอบกันและกันแทน (ภาพประกอบ)
- เรามีภาพพื้นผิวของดาวพลูโตด้วยนะ เพียงแต่มันเบลอมากจนมองอะไรไม่เห็น เพราะมันไกลมากนั่นเอง (ภาพประกอบ)
- แกนของพลูโตนั้นเอียงมากๆ มากกว่ายูเรนัสเสียอีก แกนของพลูโตเอียง 122 องศา ยูเรนัสเอียง 98 องศา ส่วนโลกนั้น 24 องศา แต่ก็ไม่มีใครเอียงเท่ากับดาวศุกร์ที่ซัดไปซะ 177 องศาเชียวแน่ะ
- ถึงแม้ว่าพลูโตจะถูกเรียกว่าเป็นดาวน้ำแข็ง แต่จริงๆ แล้ว70% ของมันน่ะเป็นหินอยู่ข้างในต่างหาก
ที่มา - Bad Astronomy


ทำไมถึงโค
ทำไมถึงโคจรเอียง ๆ แล้วมันจะไม่ชนกันละครับ
ถ้ามีจุดตัดกันก็น่าจะมีโอกาสชนกันได้เสมอไม่ใช่หรือ
(ข้อ 2.)
ต้องบอกว่
ต้องบอกว่าจริงๆแล้วมันไม่ได้ตัดกัน แต่ถ้ามองจากด้านบน มันจะตัดกัน
ดูภาพนี้ครับ
เหมือนเคย
เหมือนเคยอ่านเจอที่ไหนเค้าบอกว่า
ตอนนี้ดาวพลูโตไม่นับเป็นดาวในระบบสุริยะของเราแล้วใช่มั้ยครับ
ใช่ๆๆ
ใช่ๆๆ เหมือน เคย ได้ ยิน เหมือน กัน ครับ
โดน IAU
โดน IAU ประกาศให้เป็นดาวเคราะห์แคระ (dwarf planet) ครับ ไม่เรียกเป็นดาวเคราะห์ (planet) แบบเต็มขั้นอีกต่อไป พร้อมกันนั้น คำว่าดาวเคราะห์แคระ ก็กลายเป็นชนชั้นใหม่ของเทหวัตถุ ใหญ่กว่าดาวเคราะห์น้อย (asteroid) แต่เล็กกว่าดาวเคราะห์ (planet) มีผลให้ดาวเคราะห์น้อยซีรีส (Ceres) ได้เลื่อนชั้นขึ้นเป็นดาวเคราะห์แคระพร้อมกับการลดชั้นของพลูโตด้วย
แต่ดาวพวกนี้ก็ยังโคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่นะ จะเรียกว่าเป็นดาวในระบบสุริยะหรือเปล่าล่ะ?
เยี่ยมเลย..
เยี่ยมเลย.. บางเรื่องรู้แล้ว บางเรื่องยังไม่รู้จริง ๆ แต่เป็น 10 เรื่องที่ไม่มีการเรียงลำดับตามความ surprise แฮะ
ข้อ 6. เรื่องชั้นบรรยากาศ ใน blog ที่มา บอกว่ามัน "upside-down" (ข้างบนร้อน ข้างล่างเย็น) ด้วยแฮะ
ข้อ 8. ต้องบอกว่าที่มันเบลอเพราะเป็นการคำนวณเอาจากการวัดแสงสะท้อน ไม่ใช่จากการถ่ายรูปตรง ๆ (รอโครงการ New Horizons)
ข้อ 9. นี่ เรื่องแกนเอียงถ้ามาคิดดูดี ๆ เรื่องที่แกนเอียงเกิน 90 องศานี่ มีความหมายว่ายังไง ถ้าเอียง 0 องศาก็หมายถึงดวงอาทิตย์จะตรงหัวที่ศูนย์สูตรเสมอ ไม่มีฤดูกาล ถ้าเอียง 90 องศาพอดีก็หมายถึงหันเอาขั้วเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์เสมอ ไม่มีฤดูกาลอีกเหมือนกัน แต่ถ้าเอียงเกิน 90 องศาจะหมายถึงดาวเคราะห์ไม่ได้หมุนรอบตัวเองในแบบกลิ้งไปตามวงโคจร แต่จะหมุนกลับทาง จากตะวันออกไปตะวันตก.. ทีแรกเข้าใจว่ามีดาวศุกร์ดวงเดียวที่หมุนแบบด้นถอยหลังแบบนั้น พลูโตด้วยหรือนี่..
แต่คุณสมบัติหลาย ๆ อย่าง ที่ทำให้พลูโตแตกต่างจากดาวเคราะห์บริวารดวงอื่น ๆ จนถูกจัดให้เป็นวัตถุในแถบไคเปอร์ ก็ทำให้ไม่น่าแปลกใจอะไรนัก ถ้าเทียบกับวิธีการหมุนของดาวศุกร์ เพราะดูน่าจะเกิดมาพร้อม ๆ กับดวงอื่นอีกเจ็ดดวงที่เหลือ แต่ทำไมหมุนรอบตัวเองไม่เหมือนชาวบ้าน..
แถมอีกหน่อย.. ไปเจอเรื่องของ เด็กหญิงผู้ตั้งชื่อดาวพลูโต ครับ ตอนนี้เป็นคุณยายไปแล้ว แต่เรื่องราวตอนที่ตั้งชื่อนี่ มันบังเอิญหลายอย่าง จนดูเหมือนเธอถูกชะตากำหนดเอาไว้ให้เป็นคนตั้งชื่อดาวดวงนี้