ทีมงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Maryland ได้วิเคราะห์ความสามารถในการมองเห็นท้องฟ้านับแต่ปี 1973 ถึงปี 2007 ประกอบกับข้อมูลดาวเทียมยุคใหม่ พบว่าท้องฟ้าเกือบทั้งโลกนั้นกำลังมืดลงเนื่องจากฝุ่นที่เกิดจากคาร์บอนอันเป็นผลจากการผลิตพลังงาน
การมืดลงของท้องฟ้านี้มีผลหนักที่สุดในเขตอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตเช่น เอเชียใต้, เอเชียตะวันออก, ออสเตรเลีย, แอฟริกา, และอเมริกาใต้ ส่วนยุโรปนั้นเป็นทวีปเดียวในโลกที่สว่างขึ้นในช่วงเวลานี้
อัตราความมืดลงนี้เป็นอัตราที่ค่อนข้างน้อย คือประมาณร้อยละ 0.1 ต่อปีเท่านั้น แต่คณะวิจัยเชื่อว่ามันมีความเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนโดยตรง แต่ยังไม่ชัดเจนนักว่าการที่โลกมืดลงนี้ช่วยป้องกันโลกจากภาวะโลกร้อน หรือช่วยเร่งให้โลกร้อนขึ้นกันแน่
ที่มา - Financial Times
