มาช่วยกันสร้างเครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบโอเพนซอร์ส

ฮาร์ดแวร์ที่เป็นโอเพนซอร์สกำลังเริ่มเป็นที่รู้จัก แต่ส่วนมากจะจำกัดอยู่ในวงการวิศวกรรม (ข่าวเก่าโดยคุณ mk ที่ Blognone: มารู้จัก "ฮาร์ดแวร์โอเพนซอร์ส" กันเถอะ) วันนี้ทางฝั่งการแพทย์ก็มีฮาร์ดแวร์โอเพนซอร์สเหมือนกันครับ

ดร. Ivor Kovic ซึ่งเป็นแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินที่โครเอเชีย ได้เปิดเผยเว็บไซต์สำหรับร่วมมือกันพัฒนาเครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG - Electrocardiogram) แบบโอเพนซอร์ส โครงการนี้มีจุดประสงค์เพื่อที่จะสร้างทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์สำหรับอ่านคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และทำให้ประเทศที่ยากจนสามารถผลิตเครื่องดังกล่าวได้โดยไม่ต้องอาศัยเงินมากนัก

ตอนนี้ที่เว็บไซต์ของโครงการยังมีอะไรไม่มากนัก มีแนวทางการสร้าง EKG แบบคร่าวๆ และความรู้พื้นฐานทั้งด้านการแพทย์และอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง

ใครสนใจก็มาช่วยกันนะครับ

หมายเหตุ เครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นเครื่องมือที่ใช้เมื่อแพทย์สงสัยว่ามีความผิดปกติของหัวใจ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โดยเมื่อเกิดความผิดปกติกับหัวใจ การนำไฟฟ้าของหัวใจจะผิดปกติไป เมื่อวัดความต่างศักย์ระหว่างหลายๆ จุดและแสดงออกมาเป็นกราฟ แพทย์ก็จะสามารถวินิจฉัยได้ว่ามีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้น และรักษาต่อไป โดยทั่วไปเครื่องดังกล่าวมีราคา (อย่างน้อย) ประมาณ 20,000 บาทต่อเครื่องครับ

ที่มา: openECGproject via Medgadget

เฮ่ย

เฮ่ย เอาด้วย เดี๋ยวขออ่านก่อน

สงสัยว่า EKG

สงสัยว่า EKG ที่ราคา 20,000 มันทำอะไรได้บ้าง พอมีชื่อยี่ห้อ/รุ่นให้ลองหาดูหน้าตาและความสามารถไหมครับ คือผมนึกถึงแค่ว่าถ้ามันมีแสดงผลด้วย (ไม่ว่าจะจอภาพหรือพล็อตเตอร์) ผมว่ามันถูกมากเลย หมายถึงนั่นราคาขายของเครื่องมือแพทย์แล้วคิดย้อนไปราคาทุน (แต่อย่าไปเทียบกับราคามือถือเชียว ตลาดต่างกันลิบ)

บอกได้อย่างหนึ่งว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กับทางการแพทย์มันคนละเกรดกับเครื่องใช้ทั่วไป ผู้ผลิตชิ้นส่วนที่รับผิดชอบ (หรือจริงๆ คงไม่อยากรับผิดชอบ?!) เช่น TI, NS, etc จะระบุใน datasheet เลยว่าไม่ใช่สำหรับ medical/life support device ในกรณี EKG อาจไม่วิกฤตขนาดนั้นแต่ถ้ามันส่งสัญญาณผิดๆก็คงแย่เหมือนกัน

อุปกรณ์ทา

อุปกรณ์ทางการแพทย์เองก็ไม่ได้ต่างจากอุปกรณ์ทั่วไปหรอกครับ เท่าที่เห็นก็ผลืตเหมือนๆ กัน แต่ผ่านกระบวนการ Certified ยาวกว่า ไปแพงค่า Certified โน่นนี่เยอะมาก

ผมว่าเรื่องสำคัญคือความรู้ในการสร้างเครื่องพวกนี้มันเป็นความรู้ปิด ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรมันได้สูงมาก ถ้าเรามีแบบที่เปิดกว้างแล้ว ประเทศที่จนจริงๆ อาจจะเลือกใช้อุปกรณ์ตามบ้านๆ มาทำเอง บริษัทจำนวนหนึ่ง อาจจะไม่ทำอะไรเลยนอกจากเอาแบบสำเร็จที่เราทำไว้แล้วนี้ ไปสร้างเครื่องแล้วทำ Certified

ยังไงราคาก็ถูกลงอยู่ดี

ถ้าทำอย่า

ถ้าทำอย่างเขาทำแต่ไม่ mark up มันก็ถูกลงครับ แต่ถ้าทำน้อยต่างคนต่างทำก็แพงกว่า อดคิดถึง OLPC ไม่ได้ ซื้อ QVGA LCD อันเดียวมายังแพงกว่า OLPC ทั้งเครื่อง

วงจรพวก EKG ผมว่าก็เห็นตามหนังสือรวมวงจรมาเป็นสิบปีแล้ว จากที่ลอง Google ดูก็ขอแปะ link ไว้หน่อยแล้วกัน (หวังว่าคงยังไม่ได้ไปละเมิดสิทธิ์ใคร)

http://ekglism.blogspot.com/

http://plus1plus1plus.org/Resources/EEG_EKG/

http://www.stm32circle.com/projects/project.php?id=31

มีคนขายอย

มีคนขายอยู่ที่นี่ ครับ 25,000... แต่ทำได้ทีละ lead (1 lead คือความต่างศักย์ 1 คู่ครับ) คือต้องรอให้มันอ่านค่าทีละ lead

มาตรฐานของการทำ EKG ส่วนมากก็ต้องทำ 12 leads คือต้องแปะที่แขนสองข้าง, ขาสองข้าง, และหน้าอกอีก 6 อัน ยกเว้นในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน หรือกรณีที่ไม่จำเป็นต้องการดูละเอียดเช่นดูแค่ว่าหัวใจยังเต้นจังหวะปกติอยู่แบบใน ICU ก็ดูแค่ 1 หรือ 3 lead ครับ

เครื่องที่สามารถทำได้ทีละ 12 leads พร้อมกันเนี่ยราคาเหยียบแสนครับ แล้วก็ยิ่งถ้ามีหน้าจอก่อนพิมพ์ผลด้วยก็จะยิ่งแพงหูฉี่เข้าไปใหญ่ นอกจากนี้เครื่องที่ทำได้ lead เดียวส่วนมากไม่อ่านให้อัตโนมัติ (ต้องมีแพทย์มาอ่านทุกครั้ง) ในขณะที่เครื่องราคาแพงมักจะอ่านผลคร่าวๆ มาให้ก่อนทำให้พยาบาลที่ไม่ชำนาญการอ่านสามารถแปลผลคร่าวๆ ได้ครับ

บางคนอาจจะงงว่าทำไมถึงรอให้มันอ่านทีละ lead ไม่ได้ ก็ขอบอกว่า คลื่นไฟฟ้าจากหัวใจเนี่ยมันถูกรบกวนได้ง่าย แค่หายใจแรงๆ หน้าอกขยับนิดนึง ความต่างศักย์มันก็จะเปลี่ยนไปแล้ว ทำให้คลื่นออกมาไม่สวย แปลผลลำบาก (ถ้าใครได้มีโอกาสทำผมแนะนำให้อยู่นิ่งๆ กลั้นหายใจไว้จะได้กราฟสวยๆ 555) โดยเฉพาะคนไข้โรคหัวใจที่มีอาการปวดหน้าอกมักจะไม่อยู่นิ่งได้นานขนาดนั้นครับ

ขอบคุณครั

ขอบคุณครับ แอบไปหา spec มาดูได้ที่ EDAN แล้วต้องบอกว่าไม่แพงจริงๆ แหละ (จะว่าถูกมากยังได้) เห็นราคาในอังกฤษบวกไปอีกร่วม 50% เข้าใจว่าของโครงการนี้ใช้ PC เป็นส่วนแสดงผล กับใช้พวก single board เล็กๆ ทำงานหลัก ก็คงคุ้มที่จะเดินหน้า

จะบอกว่าท

จะบอกว่าที่ถูกหน่อยเพราะยี่ห้อนี้มันค่อนข้าง noname น่ะครับ (ผมเพิ่งเคยได้ยินเนี่ยแหละ) ปกติที่ใช้กันจริงๆ ก็ยี่ห้อ Philips, GE ไม่ก็ HP

อย่างนั้น

อย่างนั้นคือถ้าทำ 12 lead ได้โดยที่ราคาไม่เกิน 30k ก็น่าจะมีประโยชน์มาก?

แน่นอนครั

แน่นอนครับ

ถ้ามีคนพัฒนาอย่างกว้างขวาง