นักชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน (University of Washington) ได้แสดงให้เห็นว่า พลังงานชีวภาพบางชนิด ให้ผลกระทบที่ตรงกันข้ามกับจุดประสงค์เดิมของมัน ซึ่งงานวิจัยนี้ ได้รับการตีพิมพ์ในนิยสาร Conservation Biology
งานวิจัยชิ้นนี้ ได้ศึกษาปัจจัยที่เป็นผลกระทบหลายๆ ด้าน เปรียบเทียบพลังงานที่ใช้ในการผลิตเชื้อเพลิง เทียบกับพลังงานที่เชื้อเพลิงชนิดนั้นให้ออกมา, ผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของดิน, และผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร โดยอยู่บนฐานที่ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพไปผสมกับเชื้อเพลิงปกติ ซึ่งผลจากการศึกษา นักวิจัยสรุปได้ว่า เอทานอลที่ได้มาจากข้าวโพด ถือเป็นตัวเลือกที่แย่ที่สุด
นักวิจัยได้ให้เหตุผลว่า ข้าวโพดต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมากในการเติบโตแและการเปลี่ยนเป็นเอทานอล ในขณะที่พลังงานที่ได้อยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ในขณะที่ธัญพืชหรือสาหร่าย ใช้พลังงานในการผลิตที่น้อยกว่า แต่การจะเปลี่ยนทิศทางการผลิตไปใช้พืชเหล่านี้ยังไม่สามารถทำได้เต็มที่ อันเนื่องมาจากข้อจำกัดทางเทคโนโลยี
เพื่อที่ให้การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพทำอย่างถูกทาง นักวิจัยก็เลยแนะนำนโยบายที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจ ดังนี้
- ประมวลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- สนับสนุนเฉพาะเชื้อเพลิงชีวภาพ ที่สามารถผลิตได้อย่างยั่งยืน
- เลือกชนิดของพืชที่ให้ประสิทธิภาพสูง
- เลือกพืชที่ใช้พื้นที่ในการเพราะปลูกน้อย
- ส่งเสริมการปรับปรุงคุณภาพของดินที่เสื่อมโทรม
- ห้ามขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่ม (ในที่นี้คงหมาถึงการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อนำมาปลูกพืช)
- ส่งเสริมพืชที่ใช้ปุ๋ย, ยาฆ่าแมลง ในการปลูกน้อย
- ส่งเสริมการปลูกพืชท้องถิ่น
- ห้ามพืชต่างถิ่น
- ส่งเสริมการปลูกพืชหมุนเวียน
- ส่งเสริมการอนุรักษ์ดิน
- ส่งเสริมเฉพาะพลังงานชีวภาพ ที่ปล่อยคาร์บอนออกมาน้อย
จริงๆ แนวทางทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่คนปลูกมักจะละเลยต่างหาก
ที่มา - ScienceDaily
