ทีมแพทย์จากมหาวิทยาลัย Tübingen ตีพิมพ์รายงานความสำเร็จในการปลูกฝังเรตินาอิเล็กทรอนิกส์เข้าไว้หลังดวงตาคนไข้ ได้ภาพความละเอียด 1500 พิกเซล เป็นเซ็นเซอร์ขนาด 3x3 มิลลิเมตร โดยอุปกรณ์ทั้งหมดฝังอยู่ภายในและอาศัยแหล่งพลังงานแบบไร้สาย
ทีมแพทย์ปลูกฝังเซ็นเซอร์ลงในดวงตาคนไข้ที่เป็นโรคอาร์พี (retinitis pigmentosa - RP) ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้ตาบอดจำนวน 9 คน ในจำนวนนี้ 8 คนสามารถรับรู้แสงสว่างได้ ห้าคนสามารถรับรู้ภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอ และสามคนสามารถอ่านตัวอักษร
อุปกรณ์ช่วยการมองเห็นของผู้ป่วยที่ตาบอดนั้นมีการพัฒนามาก่อนหน้านี้แล้ว ในสหรัฐฯ เองเพิ่งอนุญาตให้ใช้อุปกรณ์ช่วยการมองเห็นแบบสวมใส่ภายนอก เป็นลักษณะแว่นตา แล้วส่งสัญญาณไฟฟ้าเข้าไปยังเรตินา
ที่มา - Technology Review
Comments
หนึ่งคนที่รับรู้แสงสว่างยังไม่ได้นี่คงเครียดเลยนะครับ แต่อนาคตดูสดใสมากแล้ว
ปีที่แล้วยัง 576 pixel อยู่เลย
อยากรู้ว่าเขาแปลงสัญญญาณไฟฟ้าเป็นสัญญาณประสาทได้ยังไง
สัญญาณประสาทก็เป็นสัญญาณไฟฟ้าครับ แค่จ่ายไฟฟ้าเข้าไปที่เรตินาเดิมครับ หากเรตินาเดิมเสียหายมากกว่านั้นก็ลำบาก
พอเป็นแบบนี้ระบบการมองเห็นเลยดูจะเชื่อมต่อได้ง่ายกว่าพวกการได้ยินหรือรับรสไปเยอะเลย
แล้วเขารู้วิธีเข้ารหัสของเส้นประสาทหรอครับว่าส่งไฟฟ้าลักษณะไหน สมองจะแปลภาพอย่างไร อยากลองหาอ่านเพิ่มแต่ไม่รู้จะหาได้จากไหนเหมือนกัน ช่วงนี้ปิดเทอมว่างมาก
เราไม่ต้องรู้วิธีเข้ารหัสของเซลล์ประสาทก็ได้ครับ แต่เราเลียนแบบวิธีส่งสัญญาณของเรติน่าแทน
เพระาจริงๆเรติน่าก็เป็นจอรับแสงและส่งสัญญาณไฟฟ้าใน patern หนึ่งๆออกไปให้เซลล์ประสาทหลังตาทำหน้าที่ส่งข้อมูลต่ออีกที เพราะงั้นถึงเราไม่รู้วิธี encode ของระบบประสาทของสมองเราก็ส่งสัญญาณที่ mimic สัญญาณเรตินาออกไปก็ใช้งานได้ครับ (แต่ผมว่าที่ข่าวน่าจะตกไปคือเค้ามองได้แค่ภาพขาวดำนะครับ เพราะเรายังไม่เข้าใจวิธีการส่งสัญญาณภาพสีของเรติน่าซึ่งมันซับซ้อนและมีการเข้ารหัสภายในเหมือนที่คุณสงสัยอ่ะแหละ)
+1 ไม่ได้รู้วิธีเข้ารหัสของเซลล์ประสาทครับ
ผมเคยคิดมานานแล้ว อยากให้คนที่ตาบอดได้มองเห็น อยากให้คนที่หูหนวกได้ยิน อยากให้คนที่เป็นอัมพาตกลับมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองอีกครั้ง
จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ /แอ่ฟ โดนถีบ
การรักษาผู้พิการด้วยแนวทางนี้ กับการสร้างอวัยวะใหม่ขึ้นมาด้วย stem cell แบบไหนจะประสบความสำเร็จก่อนกันหนอ
แต่ถ้าสร้างอวัยวะใหม่ด้วย stem cell สำเร็จ คนคงนิยมแบบนั้นมากกว่า
จริงๆอวัยวะใหม่ไม่จะเป็นต้องสร้างด้วย stem cell ก็ได้ครับ
เดี่ยวนี้เราสามารถสร้างเซลล์ประสาทได้จากเซลล์กล้ามเนื้อที่เรียกว่า fybroblast ผ่านวิธี cell reprogramming
หรือแม้กระทั่งตอนนี้ที่มหาวิทยาลัยโอซาก้าก็ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงเซลล์เรตินาให้โตโดยใช้เซลล์ตัวอย่างจากคนตาบอดแล้วนำมาทำการ reprogamming ใหม่ให้กลับมาเป็นเรตินาที่ใช้งานได้
แต่ต้องยอมรับว่าการทำความเข้าใจ stem cell เป็นจุดเริ่มต้นเทคโนโลยีที่แปลกใหม่เหล่านี้ ซึ่งทำได้ง่ายกว่า stem cell มากแต่ก็ต้องเข้าใด้วยว่าพวกการทดลองระดับเซลล์ยังยากในการนำไปทดลองกับคนหรือสัตว์ เพราะปัญหาเรื่องระบบผู้คุ้มกันของ Host ที่จะต่อต้านอวัยวะใหม่ที่สร้างจากเซลล์ (แต่จริงๆก็มีการพยายามทำ receptor rejection เพื่อกำการกำจัด receptor ของพวก antibody บนเซลล์ที่เลี้ยงไว้เผื่อป้องกันปัญหาระบบภูมิคุ้มกันเมหือนกันแต่ก็ยังอยู่ในขั้นที่เป็นไอเดียอยู่เลย)
ลืมบอกไป cell reprogramming มาจากทฤษฎีของ stem cell ที่ว่าเซลล์ทุกเซลล์เกิดจากเซลล์เริ่มต้นเดียวกัน เพราะงั้นเลยมีคนมองมุมกลับว่าเซลล์ทุกเซลล์ก็ย่อมสามารถย้อนกลับไปยังเซลล์ต้นกำเนิด(เรียกว่าการสร้าง Ipst stem cell ที่ Prof. ชาวญี่ปุ่นเพิ่งได้โนเบลไปเมื่อครั้งล่าสุด) หรือการเหนี่ยวนำใหมันแปรสภาพไปเป็นเซลล์อื่นๆก็ย่อมได้ถ้าใช้สภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม
ขอบคุณครับ เคยอ่านผ่านๆ และเห็นว่ามันเกี่ยวกับ stem cell ก็เลยเรียกว่า stem cell มาตลอด
ต่อไปจะได้เรียกให้ถูกต้อง ^^ (จริงๆ ก็ไม่เคยจำชื่ออื่นนอกจาก stem cell ที่ใช้เรียกรวมๆ กันไปหมด)
ส่วนเรื่องระบบภูมิคุ้มกันของ Host
จะเป็นไปได้ไหมที่เราจะตัดแต่งพันธุกรรมของ หนู หมู หรือลิง อะไรก็ได้ที่จะเอามาเป็น Host
ให้เข้ากันได้กับผู้ป่วยแต่ละคน ตั้งแต่ Host ยังเป็น embryo
เมื่อ Host โต เวลาเอาอวัยวะไปฝาก จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องระบบภูมิคุ้มกันของ Host อีก
มันงานวิจัยประเภทนี้อยุ่เหมือนกันครับเป็นพวกที่เรียกว่า Artificail cell คือสร้าง cell ที่เรา customize มันมาเอง แต่ทีนี้มันก็ยังไม่คืบหน้าเท่าไหร่ฮะ เพราะระบบภูมิคุ้มกันของคนแต่ละคนมีการพัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ เหมือนที่เด็กๆเราจะเรียกว่าพอเรารับเชื้อโรคหนึ่งๆมาแล้วเราจะติดโรคนั้นได้ยากขึ้น(หลักการของการสร้างวัคซีน) ก็เลยยากที่จะหาเซลล์ที่สร้างแล้วจะ personalize กับคนไข้แต่ละคนได้ขนาดนั้นหน่ะฮะ
อ๋อ สุดท้ายก็ยังมีปัญหานี้อยู่ดีนี่เอง ขอบคุณครับ
แต่ถ้าสร้างอวัยวะขึ้นมาได้ในตอนนี้ อย่างน้อยก็ช่วยลดปัญหาในแง่ต้องรอคนบริจาค
ส่วนปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกัน ก็มีแต่เท่ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน หรืออาจจะดีกว่าเล็กน้อย