มนุษย์และชิมแปนซีตัดสินใจตามคนหมู่มาก

Submitted by terminus on Sun, 15/04/2012 - 04:33

ทีมวิจัยที่นำโดย Daniel Haun แห่ง Max Plank Institute for Evolutionary Anthropology ในเยอรมนี มีความสนใจว่า อิทธิพลของเพื่อนรอบข้างมีผลต่อการตัดสินใจของมนุษย์, ชิมแปนซี, และอุรังอุตังอย่างไร ทั้งสามชนิดเป็นลิงเอพ (ape) เหมือนกัน แต่มนุษย์และชิมแปนซีจับกลุ่มอยู่กันเป็นสังคม ขณะที่อุรังอุตังมักแยกชีวิตออกไปอยู่ตัวเองเดี่ยวๆ มากกว่า

การทดลองแบ่งออกเป็นสองส่วน ในการทดลองแรกนักวิจัยให้กลุ่มทดลองซึ่งประกอบด้วยเด็กอายุสองขวบ 16 คน ลิงชิมแปนซี 15 ตัว และอุรังอุตัง 12 ตัว มาเล่นเกมหยอดลูกบอลลงช่องสี เมื่อลูกบอลตกลงไปในช่อง ก็จะมีของรางวัลออกมา แต่ก่อนที่จะเริ่มเกม นักวิจัยจะเอา "กลุ่มสาธิต" มาเล่นเกมเป็นตัวอย่างให้ดูก่อน ซึ่งกลุ่มสาธิตนี้ก็คือเด็ก, ชิมแปนซี, หรืออุรังอุตัง (ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนเล่นเกมในรอบนั้นๆ)

ในกลุ่มสาธิตมีลิง (หรือเด็ก) กลุ่มละ 4 ตัว ทั้งหมดได้รับการฝึกสอนมาให้หย่อนลูกบอลลงในช่องสีใดสีหนึ่ง โดยมีสามตัวถูกสอนให้หยอดในสีเดียวกัน ส่วนอีกหนึ่งตัวที่เหลือถูกสอนให้หยอดในช่องที่มีสีแตกต่างออกไปจากสามตัวแรก

ผลการทดลองพบว่า เด็กมนุษย์และลิงชิมแปนซีเลือกหยอดลูกบอลลงในช่องสีเดียวกับสีที่ลิงส่วนใหญ่ในกลุ่มสาธิตเลือก ขณะที่อุรังอุตังนั้นหยอดแบบสุ่มๆ ไม่สนใจว่าเสียงส่วนใหญ่ของกลุ่มสาธิตเลือกสีอะไร

การทดลองที่สองนั้นคล้ายกับการทดลองแรก คือเป็นการเล่นเกมหยอดลูกบอลเหมือนกัน แต่คราวนี้มีกลุ่มสาธิตเพียงแค่ 2 ตัวเท่านั้น และต่างก็ถูกฝึกมาให้หยอดลงในช่องสีคนละสี ในช่วงที่สาธิตให้กลุ่มทดลองดู (เป็นกลุ่มทดลองคนละกลุ่มกับการทดลองส่วนแรก ประกอบด้วยเด็กอายุสองขวบ 14 คน ลิงชิมแปนซี 14 ตัว และอุรังอุตัง 14 ตัว) ลิงสาธิตตัวหนึ่งจะมีสิทธิ์ได้หยอดลูกบอลถึงสามครั้งและก็ได้อาหาร (หรือของเล่น) เป็นรางวัล 3 เท่า ลิงสาธิตอีกตัวหยอดได้ครั้งเดียวและก็ได้รางวัลอันเดียว

ผลการทดลองในส่วนที่สองออกมาว่า มีเพียงแต่เด็กมนุษย์เท่านั้นที่เลือกตามตัวสาธิตที่ได้สิทธิ์หยอดสามครั้ง ขณะที่ลิงชิมแปนซีและอุรังอุตังหยอดสุ่มมั่วๆ ไปทุกช่องสี

การทดลองนี้สรุปได้ว่า เสียงส่วนใหญ่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของมนุษย์และชิมแปนซีซึ่งเป็นลิงสังคม แต่ก็มีความแตกต่างกันระหว่างมนุษย์และชิมแปนซี เด็กมนุษย์เอาข้อมูลทั้งจำนวนครั้งและจำนวนคนที่สาธิตมาประกอบการตัดสินใจ ขณะที่ชิมแปนซีสนใจแค่จำนวนคนที่สาธิต ส่วนอุรังอุตังนั้นเลือกตามใจตัวเอง ไม่สนการตัดสินใจของเพื่อนมันเลย

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ใน Current Biolofy DOI: 10.1016/j.cub.2012.03.006

ที่มา - Science Daily, Live Science

หวังว่าคงจะไม่มีใครมาโยงงานวิจัยนี้ไปใช้ตัดพ้อน้อยใจระบอบประชาธิปไตยนะ ถ้ามีการพาดพิงป้ายสีพรรคการเมือง ผมไม่รับผิดชอบนะ ใครทำก็รับไปเอง

Comments

Submitted by sachikogear on Sun, 15/04/2012 - 07:05 #10101

แอบมีดักคอท้ายข่าวด้วย 555+

Submitted by time3957 on Sun, 15/04/2012 - 11:12 #10102

ดราม่าจากการตามน้ำเกิดขึ้นเพราะแบบนี้นี่เอง

Submitted by supachaj on Tue, 17/04/2012 - 09:16 #10107

นี่ก็คงจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์เริ่มก่อร่างสร้างตัวขึ้นเป็นสังคมใหญ่ขึ้น ๆ จนพัฒนามามีความเจริญก้าวหน้าในปัจจุบัน

Submitted by zipper on Wed, 18/04/2012 - 11:01 #10113

การทดลองนี้ก็คงเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันว่าคนเราพัฒนาตัวเองไปตามสิ่งแวดล้อม ถ้าสิ่งแวดล้อมดีคนก็จะดีตาม
ถ้าคนรอบข้างเป็นอย่างไรเค้าก็เป็นอย่างนั้นแหล่ะ

เวลามีเรื่องอะไรที่กระทบต่อพฤติกรรมของคนในสังคม เรามักจะได้ยินคนอ้างว่า โตๆ กันแล้วเค้าคิดกันได้แล้วว่าอะไรดีอะไรไม่ดี แต่การทดลองนี้ก็น่าจะยืนยันว่า คนเรามีตามกระแสกันเยอะ อะไรที่เป็นกระแสไม่ว่าดีหรือไม่ดี เค้าก็ตามๆ กันไปแหล่ะ

Submitted by virusfowl on Sun, 13/05/2012 - 15:27 #10455

ถ้าข่าวนี้เขียน คน/ตัว สลับตำแหน่งบ้าง คงมีฮา 55

glqxz9283 sfy39587stf02 mnesdcuix8
sfy39587stf03
glqxz9283 sfy39587stf04 mnesdcuix8