การถูกเมินเฉยแม้จากคนแปลกหน้าก็ทำให้รู้สึกแย่ได้

เป็นเรื่องที่ทราบกันในทางจิตวิทยาว่าเมื่อคนเราได้รับการยอมรับจากคนอื่น เราจะรู้สึกดีมีความสุข ขณะที่เมื่อเราถูกปฏิบัติอย่างเมินเฉยจากคนรอบข้าง ความรู้สึกแย่ๆ จะก่อตัวขึ้น ทีมวิจัยที่นำโดย Eric D. Wesselmann แห่ง Purdue University พบว่าความรู้สึกแย่จากการถูกเมินเฉยนี้เกิดขึ้นได้ง่ายมาก แม้จะเป็นการเมินเฉยจากคนแปลกหน้าที่ไม่เคยเห็นหน้าคร่าตากันมาก่อนก็ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกจากสังคมได้แล้ว

การทดลองเริ่มจากนักวิจัยเดินไปบนทางเดินที่มีผู้คนพลุกพล่าน ระหว่างเดินก็เล็งเลือกคนที่เดินอยู่เพื่อใช้เป็นกลุ่มตัวอย่างในการทดลอง นักวิจัยจะแกล้งทำเป็นสบตา หรือ สบตาแล้วยิ้ม หรือ แกล้งทำเป็นมองผ่านกลุ่มตัวอย่างคนนั้นไป เมื่อกลุ่มตัวอย่างเดินผ่านคล้อยหลังไป นักวิจัยก็จะแอบหันกลับมาส่งสัญญาณให้นักวิจัยอีกคนออกมา จัดการเหยื่อ ดักถามคำถามว่าเมื่อนาทีที่แล้วกลุ่มตัวอย่างรู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกจากคนอื่นหรือไม่

ผลปรากฏว่ากลุ่มตัวอย่างที่โดนสบตา (ไม่ว่าจะถูกยิ้มให้หรือแค่สบตาเฉยๆ) มีความรู้สึกแปลกแยกจากคนอื่นน้อยกว่ากลุ่มตัวอย่างที่โดนมองผ่านเลยไป

ผลจากการทดลองนี้แสดงให้เห็นว่าความต้องการในการเข้าสังคมของมนุษย์นั้นรุนแรงมาก แค่การถูกเมินเฉยจากคนแปลกหน้ายังมีอิทธิพลได้ขนาดนี้ แล้วถ้าโดนคนใกล้ชิดทำราวกับว่าเราเป็นแค่อากาศ มันจะปวดร้าวขนาดไหน คิดดูสิ
(พอๆ แค่นี้ดีกว่า พูดมากเดี๋ยวผมจะโดนนินทาหาว่ามีเรื่องฝังใจอะไรหรือเปล่า)

ที่มา - APS

ย่อหน้าสุดท้ายตั้งใจกระแทก

ย่อหน้าสุดท้ายตั้งใจกระแทก neizod รึเปล่าครับ!

/me เผ่นข้ามไปมิติที่คุณ terminus ตามตัวไม่ได้!

มากันเป็นขบวนการ...

มากันเป็นขบวนการ...

มะ มะ ไม่ ไม่ใช่เค้านะ (T^T)

มะ มะ ไม่ ไม่ใช่เค้านะ (T^T)

ฮู!

ฮู! คราวนี้ผมไม่ได้ล้อใครจริงๆ นะ ตอนเขียนก็ไม่ได้คิดถึงใคร

ร้อนตัวสินะๆ

หลงรักเขาข้างเดียวข้าวเหนียวน

หลงรักเขาข้างเดียวข้าวเหนียวนึ่งสินะ สินะ สินะ

วะ 5555

1.เขียนข่าวให้อ่านจนเคลิ้มก่อ

1.เขียนข่าวให้อ่านจนเคลิ้มก่อน..

2.เสร็จแล้วก็จัดการเหยื่อด้วยย่อหน้าสุดท้าย

3.สุดท้ายให้นักวิจัยอีกคน เข้าไปถามความรู้สึกของเหยื่อหลังจากได้อ่านย่อหน้าสุดท้ายแล้ว (อิอิ คงไม่ใช่นะ)

ทำไมรู้สึกเจ็บกับสุดท้ายสุดท้

ทำไมรู้สึกเจ็บกับสุดท้ายสุดท้าย ทั้งที่ไม่ใช่เป้าหมายหว่า T-T

ยิ่งแคร์เท่าไหร่ยิ่งเจ็บเท่านั้นสินะ :D

ผมไม่ได้มีเป้าหมายอะไรสักหน่อ

ผมไม่ได้มีเป้าหมายอะไรสักหน่อย
โปรดเชื่อเถอะ เห็นผมเป็นคนยังไงนะ? ฟุ

ขอบคุณมากครับ

ขอบคุณมากครับ ที่แปลข่าวเกี่ยวกับจิตวิทยาสังคม

ผมคิดว่า พวกเราที่เป็นคนที่อยู่ในสายเทคโนโลยี หรือ geek ทั้งหลาย
หลายคนมีปัญหาเกี่ยวกับการจีบสาว

ผมอยากให้คุณ terminus ช่วยแปลข่าวจำพวก

วิธีการจีบสาวที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ (พิสูจน์ ทดลองทำซ้ำได้ :) )
วิทีการจีบที่มีโอกาสติดมากที่สุดตามหลักสถิติ
หรือ อะไรประมาณนี้ เพื่อเป็นวิทยาทานกับคนแถวนี้บ้างครับ

เช่นๆ
สมมุติวิธีนี้ได้ผลนะครับ เป็นสเตปเลยก็ได้ เช่น ยืนหาเป้าหมายในระห่าง 2.435 เมตร หันหน้าตรง สบตาหนึ่งครั้ง แล้วยิ้ม บลาๆ

พอทำครปสเตป โอกาสติด 70%

จิตใจผู้หญิงอยู่นอก domain

จิตใจผู้หญิงอยู่นอก domain วิทยาศาสตร์ครับ
สุดยอดนักวิทยาศาสตร์เองก็ยังไม่สามารถเข้าใจได้

วิธีจีบสาวตามหลักการวิทยาศาสต

วิธีจีบสาวตามหลักการวิทยาศาสตร์นั้นมีขั้นตอนตามนี้

ถ้ามีจริง ผมคงไม่ hurt กับข่าวนี้หรอกครับ T_T

55555 ๕๕๕๕๕ 55555 hurt ด้วยคน

55555

๕๕๕๕๕

55555

hurt ด้วยคน (T-T)

ถ้ากดสูตรไม่ติด ไม่มีสูตรให้

ถ้ากดสูตรไม่ติด ไม่มีสูตรให้ เราก็ hack เข้าไปเพิ่มสูตร เปลี่ยนค่าเองเลยครับ

(ตามหลักทฤษฎีสัมพันธ์) รัก

(ตามหลักทฤษฎีสัมพันธ์) รัก ซื่อสัตย์ จริงใจ เอาใจใส่ ทุ่มเท เห็นเธอเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล ร้ายบ้างในบางครั้ง และอาจจะต้อง ทำตัวให้หล่อ ดูดี มีสกุล และรวย

disclaimer
- การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
- ไม่รับประกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ (หัวใจ)
- ในด้านชีววิทยาแล้ว มันมีข้อแม้
- ในด้านจิตวิทยาแล้ว จิตใจมนุษย์ซับซ้อนเกินจะเข้าใจ และในบางครั้งไม่ค่อยสมเหตุสมผล

/me เผ่น

ผู้หญิงที่เข้ามาอ่านข่าวนี้คง

ผู้หญิงที่เข้ามาอ่านข่าวนี้คงจะรู้สึกว่า ผู้ชายพวกนี้มันช่างไม่รู้อะไรเลย แหง ๆ