รู้สึกกันบ้างหรือไม่ว่าช่วงให้หลังมานี้ ฤดูหนาวชักจะหนาวกว่าปกติ ในหลายๆ ที่ทั่วโลกก็มีข่าวหิมะตกปกคลุมหนาแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ไหนพวกนักวิทยาศาสตร์บอกว่าเรากำลังประสบกับภาวะโลกร้อนไม่ใช่หรือ?
ทีมนักวิจัยจาก Atmospheric and Environmental Research (AER), the University of Massachusetts และ University of Alaska Fairbanks ในสหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาพบว่าสาเหตุที่ฤดูหนาวหนาวขึ้นเป็นเพราะฤดูร้อนร้อนขึ้นนั่นเอง!
อุณหภูมิที่สูงขึ้นในฤดูร้อนของทวีปอาร์คติก (เดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม) จนถึงฤดูใบไม้ร่วงทำให้น้ำแข็งในทะเลละลายอย่างรวดเร็ว การละลายของน้ำแข็งส่งผลให้อากาศมีความชื้นมากขึ้นและตกลงมาเป็นหิมะ การขยายตัวของพื้นที่หิมะนี้เองที่ทำให้วัฏจักรการไหลเวียนของกระแสลมในอาร์คติกที่เรียกว่า Arctic Oscillation เปลี่ยนแปลงไป คือแทนที่จะไหลเวียนสลับกับไปมาตามเดิม Arctic Oscillation กลับอยู่ในสภาวะ "negative phase" นานขึ้น
negative phase ของ Arctic Oscillation คือสภาพที่มวลความกดอากาศสูงปกคลุมพื้นที่อาร์คติก ลมหนาวจึงถูกผลักลงมายังแถบละติจูดล่างๆ อากาศในฤดูหนาวของทวีปอเมริกาเหนือและยูเรเซียจึงมีอุณหภูมิลดต่ำลง
นักวิจัยคาดการณ์ต่อไปว่าเมื่ออุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ไอน้ำที่ควบแน่นเหนืออาร์คติกจะตกลงมาเป็นฝนแทนหิมะ ถึงตอนนั้นปรากฏการณ์นี้ก็จะหยุดลง ฤดูหนาวจะเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อยๆ ส่วนฤดูร้อนก็ร้อนตับแตกต่อไป
งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ใน Environmental Research Letters DOI: 10.1088/1748-9326/7/1/014007
ที่มา - Science Daily


ปีนี้มีพวกยุโรปร้อนตายอีกแหงๆ
ปีนี้มีพวกยุโรปร้อนตายอีกแหงๆ
อากาศแปรปรวน
อากาศแปรปรวน ที่คิดอยู่คือต้นไม้ที่เป็นตัวหน่วงอุณหภูมิมีจำนวนลดลง ภัยพิบัติทั้งหลายก็พาหายไปหลายต้นอยู่ ริมแม่น้ำต้นไม้ริมน้ำอย่างต้นลำภู หรือต้นอื่นๆ ไม่ค่อยมีการพูดถึงคิดกันแต่เขื่อนกับประตูระบายน้ำอย่างเดียว ถ้าริมทะเลยิ่งป่าชายเลนชายหาดไม่ต้องพูดถึง ถูกแทนที่ด้วยโครงสร้างแข็งอย่างแท่งคอนกรีต แบบญี่ปุ่นคงไม่ไหว ไม้ไผ่ก็ได้แค่แก้ขัด ชายหาดคงหายหมด ต้นสนแนวหลังไม่นานก็คงไม่รอด