[18+] คนชอบอึ๊บสัตว์จงระวัง... เสี่ยงเป็นมะเร็งช้างน้อย

By: terminus
Writer
on Wed, 09/11/2011 - 00:07

ในประชากรมนุษย์ พฤติกรรมร่วมเพศสัมพันธ์กับสัตว์ (Bestiality) นั้นพบได้บ่อยกว่าที่หลายคนคิดมาก โดยเฉพาะคนที่อาศัยในเขตชนบทที่การเดินทางติดต่อระหว่างมนุษย์คนอื่นเป็นเรื่องยากลำบาก (แต่ผู้คนในเมืองใหญ่ๆ ก็มีพฤติกรรมนี้ได้เช่นกัน บางคนมีการศึกษาดีและรายได้สูงด้วย)

ทีมวิจัยที่นำโดย Stênio de Cássio Zequi แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะในเซาเปาโล ประเทศบราซิล ได้รวบรวมข้อมูลสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างชายชาวบราซิลที่อาศัยในเขตชนบทจำนวน 492 คน อายุระหว่าง 18-80 ปี และสอบถามถึงประวัติว่าเคยมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์อื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ด้วยกันหรือไม่

ผลปรากฏว่า 35% ของกลุ่มตัวอย่างที่สำรวจรายงานว่าเคยร่วมเพศกับสัตว์อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ในจำนวนนี้ มี 21% ที่ร่วมเพศกับสัตว์อย่างเป็นประจำเกิน 5 ขึ้นไป ซึ่งแพทย์จัดให้อยู่ในกลุ่ม "Zoophilia" ความถี่ในการทำกิจกรรมก็แปรผันไปตามแต่ละคน บางคนก็นานๆ ครั้ง เช่น สองถึงสามครั้งต่อเดือน แต่บางคนก็จัดหนักทุกวัน

และเมื่อเทียบสัดส่วนของคนที่เป็นโรคมะเร็งองคชาติแล้ว ผู้ป่วย 45% รายงานว่าเคยมีเพศสัมพันธ์กับสัตว์ ขณะที่ผู้ป่วยอีก 32% เป็นคนปกติที่ไม่เคยร่วมเพศกับสัตว์

นักวิจัยสันนิษฐานว่าการร่วมเพศกับสัตว์คงทำให้เกิดบาดแผลบนองคชาติ เนื่องจากผนังช่องคลอดของสัตว์ไม่เหมือนกับของคน บาดแผลนี้บางครั้งก็เล็กมากจนไม่รู้สึก แต่มันก็เป็นช่องทางให้เชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่เนื้อเยื่อภายในได้ และก็เป็นที่รู้กันดีว่าเชื้อโรคหลายชนิดสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็ง เช่น ไวรัส human papilloma virus (HPV) กับมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งองคชาติ เป็นต้น

นอกจากนี้พฤติกรรมเสี่ยงของผู้นิยมร่วมเพศกับสัตว์ก็น่าจะมีผลด้วย เพราะคนที่รายงานว่าตัวเองเคยร่วมเพศกับสัตว์มีความถี่ในการเที่ยวผู้หญิงมากกว่าคนที่ไม่ได้ทำอะไรกับสัตว์ และหนึ่งในสามของพวก Zoophilia ยอมรับว่ามักร่วมเพศกับสัตว์พร้อมกันหลายคน

ปัจจัยอื่นๆ ที่พบว่าเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งองคชาติในงานวิจัยนี้ ได้แก่ การสูบบุหรี่ บาดแผลบนองคชาติ และอาการที่หนังหุ้มปลายถอกไม่พ้นหัวองคชาติ (phimosis)

เคยมีงานวิจัยก่อนหน้านี้ระบุด้วยว่าพฤติกรรมการร่วมเพศกับสัตว์เพิ่มความเสี่ยงและมีส่วนในการแพร่กระจายกามโรคบางประเภท

ทางป้องกันที่ดีสุดคงไม่มีอะไรนอกจากการเลิกพฤติกรรมร่วมเพศกับสัตว์ เอาเข้าจริงกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ในงานวิจัยนี้ก็รายงานว่าพวกเขาเลิกพฤติกรรมใช้สัตว์ระบายความใคร่หลังจากได้ร่วมเพศกับมนุษย์ แต่หากตัดใจเลิกไม่ได้จริง แพทย์ก็แนะนำว่าอย่างน้อยที่สุดให้ป้องกันตัวเองโดยการใส่ถุงยางทุกครั้ง

ที่มา - Live Science

7 Comments

mementototem's picture

เคยนึกว่า ผู้ชายเป็นแค่พาหะของ HPV เสียอีก

PaPaSEK's picture

เป็นการวิจัยที่แปลกดีครับ แต่ผมว่าได้ความรู้มากนะ โดยเฉพาะปัจจัยการเกิดมะเร็งที่ก้านกล้วยเนี่ยมันมีโอกาสทุกคน เพียงแค่ว่าถ้าคนไปร่วมฯกับสัตว์แล้วจะเพิ่มความเสี่ยงก็แค่นั้น

ผมว่าคนที่ริเริ่มทำงานวิจัยชิ้นนี้น่าจะได้ข้อมูลมาเยอะพอควรก่อนตัดสินใจเริ่มโครงการ

EThaiZone's picture

มันก็สรุปได้นะ ว่าคนกลุ่มที่เคย Woohoo กับสัตว์นี้จะมีพฤติกรรมความเสี่ยงสูงกว่าคนปกติมากกว่า คือถ้ามีความคิดขนาดนั้นก็เท่ากับเพิ่มความเสี่ยงให้ตัวเองอยู่แล้ว

teamkiller's picture

ไปร่วมกับสัตว์ มันดีกว่าคนหรอ ถึงมีคนนิยมด้วยเนี่ย

PaPaSEK's picture

"เอาเข้าจริงกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ในงานวิจัยนี้ก็รายงานว่าพวกเขาเลิกพฤติกรรมใช้สัตว์ระบายความใคร่หลังจากได้ร่วมเพศกับมนุษย์"

คงหาโอกาสที่จะระบายออกกับคนไม่ได้น่ะครับ ก็เลยต้องมีการประยุกต์นิดหน่อย แต่ที่สำคัญคือ

"หนึ่งในสามของพวก Zoophilia ยอมรับว่ามักร่วมเพศกับสัตว์พร้อมกันหลายคน"

นอกจากร่วมกับสัตว์แล้วยังสวิงกิ้งด้วย...