องค์การอวกาศของสหรัฐอเมริกาหรือที่เราเรียกกันติดปากว่า NASA กำลังเข้าขั้นวิกฤต หลังจากช่วงหลังทำผลงานได้ไม่เข้าเป้าเลย ที่ชัดเจนคือไม่สามารถสร้างจรวดรุ่นใหม่ขึ้นมาใช้ทันกระสวยอวกาศรุ่นเดิมที่จะถูกปลดระวางในปีหน้า
รัฐบาลโอบามาเองก็สนใจจะแก้ปัญหานี้ โดยตั้งคณะกรรมการที่ชื่อว่า Augustine committee เข้ามาศึกษาการทำงานของ NASA และเสนอทางออกให้รัฐบาลพิจารณา ตอนนี้รายงานจาก Augustine committee ออกมาแล้วครับ
คณะกรรมการ Augustine committee สรุปว่า
- งบประมาณที่ NASA ได้รับในปีงบประมาณ 2010 ไม่เพียงพอต่อการส่งมนุษย์ไปอวกาศอีกครั้ง
- NASA สามารถยืดอายุกระสวยอวกาศเพื่อปิดช่องว่างการไม่มีจรวดใช้ได้ แต่มันจะทำให้สูญเสียงบไปดูแลกระสวยอวกาศโดยใช่เหตุ ส่งผลให้โครงการอื่นๆ ไม่ได้รับงบประมาณอย่างเต็มที่
- คณะกรรมการประเมินว่า NASA ต้องใช้เวลาอีก 7 ปี กว่าจะส่งคนไปอวกาศได้อีกครั้ง
- คณะกรรมการเสนอทางเลือกว่า แทนที่จะส่งคนไปดวงจันทร์หรือดาวอังคาร ให้ส่งคนออกไปอวกาศระยะไกลแทน (ไม่ต้องไปลงดาวดวงไหน) เพื่อศึกษาการใช้ชีวิตอยู่ในอวกาศแทน แผนการนี้มีชื่อเรียกว่า Flexible Path
ถ้ารัฐบาลโอบามาตัดสินใจเลือก Flexible Path แปลว่าการขนส่งอวกาศระยะใกล้ผิวโลก จะกลายเป็นตลาดของเอกชนแทน (ข่าวเก่า: NASA อาจ "เอาต์ซอร์ส" งานสร้างจรวดให้เอกชน)
ที่มา - Wired

ประเทศไทย
ประเทศไทยมีใครสนใจจะเอาต์ซอร์สงานสร้างจรวดให้ NASA ไหมครับ?
เอ้..สรุปว่
เอ้..สรุปว่า ใกล้ เนาะ ตรง item สุดท้าย บอกว่า "ไกล" ก็เลยงงๆ ครับ :D
NASA จะไป
NASA จะไป "ไกล" ส่วนระยะ "ใกล้" จะ outsource เอาไงครับ
?
...
?
...
ผมว่า NASA
ผมว่า NASA ก็ไม่ใชไม่มีงบนะ แต่ว่าต้นทุการผลิตของตนแพงกว่าชาวบ้านเค้าน่ะครับ แม้จะกระจายจ้างผลิตจรวดแต่ต้นทุนบุคลากรต่างๆ ในการวิจัยและทีมงานของกระสวยแต่ละลูก แพงได้ใจ แต่ไม่แน่ แต่ก่อน NASA อาจจะเคยเป็นแหล่งขุดทองจนคนเบื่อไปแล้วก็ได้
ปล.น่ากลัวปัญหาสมองไหลมากกว่านะเนี่ย ;P
นั่นที่ญี
นั่นที่ญี่ปุ่นก็คงแพงไม่แพ้กัน ตีมูลค่าสินค้านวัตกรรมแต่ละชิ้นแพงมาก
นั่นที่ญี
นั่นที่ญี่ปุ่นก็คงแพงไม่แพ้กัน ตีมูลค่าสินค้านวัตกรรมแต่ละชิ้นแพงมาก
ยืมปั้งไฟ
ยืมปั้งไฟบ้านเราไปใช้ก่อนก็ได้
Flexible Path
Flexible Path นี่มันคือ Generation Ship ใช่ไหม?