แมลงสาบเลียหนวดตัวเองเพื่อให้รับกลิ่นได้ชัดๆ

Submitted by terminus on Tue, 05/02/2013 - 22:47

พฤติกรรมที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของแมลงสาบ (นอกจากการโผล่หัวมาทำให้หมู่มนุษย์ตกใจวี้ดว้าย) คือ การเลียหนวดยาวๆ ของมัน แมลงสาบจะเอาระยางค์ตรงส่วนปาก (ที่เรียกว่า palp) กับขาคู่หน้าเกี่ยวหนวดลงมาทีละข้าง แล้วใช้ส่วนปากค่อยๆ เลียๆ หนวดจากฐานไปถึงปลาย นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อกันว่ามันทำอย่างนั้นเพื่อทำความสะอาดหนวดซึ่งเป็นอวัยวะรับสัมผัสที่สำคัญของมัน

ทีมนักกีฏวิทยาที่นำโดย Coby Schal แห่ง North Carolina State University และนักศึกษา post-doctoral อีกสองคน คือ Katalin Boroczky และ Ayako Wada-Katsumata สนใจว่าแมลงสาบต้องการหนวดที่สะอาดๆ ไปเพื่ออะไร และคราบสกปรกที่หนวดของมันมาจากไหน

แบคทีเรียนักร่อนทอง

Submitted by Bunny Burrow on Tue, 05/02/2013 - 04:41

นักวิทยาศาสตร์ชาวแคนาดาพบว่า Delftia acidovorans สามารถเปลี่ยนไอออนทองคำที่ละลายอยู่ในน้ำ เป็นอนุภาคทองคำที่เป็นของแข็งได้
แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ มันทำได้อย่างไร เพราะไอออนทองคำเป็นพิษต่อเซลล์

จากการศึกษาพบว่า ความสามารถพิเศษของแบคทีเรีย D. acidovorans เกิดจากยีนชุดหนึ่งที่ทำหน้าที่ ผลิตและ ส่งออก สร้างสารเคมี delftibactin A ไปยังภายนอกเซลล์แบคทีเรีย ซึ่งสารเคมีดังกล่าวนอกจากจะทำหน้าที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันไอออนของทองคำที่จะซึมสู่ผนังเซลล์แล้ว ยังช่วยตกตะกอนทองคำให้อยู่ในรูปของแข็ง ซึ่งไม่เป็นพิษต่อเซลล์อีกด้วย

พบกระดูกของ Richard III กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ยอร์ค

Submitted by lew on Tue, 05/02/2013 - 01:58

กษัตริย์ริชาร์ดที่สาม (Richard III) เป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ยอร์คซึ่งได้ชื่อว่าแย่งบัลลังค์จากหลานของตัวเอง จากการขึ้นสู่ตำแหน่งในฐานผู้สำเร็จราชการแทนของเอ็ดเวิร์ดที่ห้า สุดท้ายเอ็ดเวิร์คและน้องชายก็ถูกขังใน Tower of London และหายตัวไปทั้งคู่ แต่บัลลังค์ของริชาร์ดก็ไม่ได้ยั่งยืนนัก หลังจากขึ้นครองราชย์ไม่นานราชวงศ์ทิวดอร์ก็ขึ้นชิงบัลลังค์จบรัชกาลเพียงภายใน 26 เดือน ช่วงปี 1483 ถึง 1485

โทรจัน: วิธีหลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกัน

Submitted by mementototem on Mon, 04/02/2013 - 20:23

ในทางการแพทย์ เราสามารถใช้อนุภาคนาโนช่วยนำยาให้เข้าถึงเซลล์ หรือเนื้อเยื่อ อย่างเช่น เซลล์มะเร็ง แบบจำเพาะเจาะจงได้ แต่มันมีปัญหาตรงที่ว่า ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์มักจะทำลายอนุภาคนาโนเหล่านี้ทิ้งก่อนที่จะถึงเป้าหมายภายในไม่กี่นาทีหลังจากที่มันเข้าสู่ร่างกาย

ทางกลุ่มนักวิจัยที่สถาบันวิจัยทางการแพทย์เมโทดิสท์ (Methodist Hospital Research Institute) ซึ่งนำโดย Ennio Tasciotti ได้พบวิธีการที่ช่วยให้อนุภาคนาโนเหล่านี้ อยู่ในร่างกายได้นานขึ้น โดยการดึงเอาเยื่อบุผิวของเม็ดเลือดขาวจากตัวผู้ป่วยออกมาโดยไม่ให้เสียหาย แล้วนำไปเคลือบผิวของอนุภาคนาโนที่มีแกนกลางเป็นซิลิโคนสังเคราะห์ การทำแบบนี้ ทำให้ ไม่มีโปรตีนไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ระบบภูมิคุ้มกันจึงคิดว่า อนุภาคเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย มันจึงปลอดภัยไม่โดนกำจัดทิ้ง ทางนักวิจัยเรียกเทคนิคนี้ว่า LeukoLike Vectors (LLVs)

เทคนิค LLVs ช่วยให้อนุภาคนาโนอยู่ในร่างกายได้หลายชั่วโมง ก่อนที่เยื่อบุผิวจะเสียหายจนหมด มันจึงใช้ในการควบคุมปริมาณยาที่จะปลดปล่อยออกมาได้ และเมื่อรวมกับการแต้มโปรตีน อนุภาคนาโนเหล่านี้จะไปถึงเป้าหมายแบบเจาะจง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเยื่อที่อักเสบ บาดเจ็บ ไปจนถึงเซลล์มะเร็ง ผ่านทางเส้นเลือด และเมื่อเยื่อบุผิวเสียหายจนหมด อนุภาคนาโนก็จะถูกกำจัดตามธรรมชาติ

สาเหตุที่นักวิจัยเลือกใช้เยื่อบุผิวของเม็ดเลือดขาวจากตัวผู้ป่วย แทนที่จะใช้เยื่อบุผิวที่สังเคราะห์ขึ้น เพราะว่า มันเป็นสิ่งที่เสร็จสมบูรณ์ และใช้ได้ผลแน่นอน แต่เนื่องจากเม็ดเลือดขาวมีจำนวนจำกัด พวกเขาจึงต้องหาวิธีที่จะใช้เยื่อบุผิวจำนวนน้อยที่สุด แต่ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนการสังเคราะห์เยื่อบุผิวขึ้นมาใช้นั้น มันอยู่ในแผนสำหรับอนาคตข้างหน้า

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ใน Nature Nanotechnology dx.doi.org/10.1038/nnano.2012.212

ที่มา: Phys.org

DARPA โชว์กล้องสอดแนมความละเอียด 1.8 GPixel

Submitted by a08 on Sun, 03/02/2013 - 16:43

ลองนึกดูสิครับว่า.. ฝ่ายป้องกันประเทศของประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถทำอะไรได้บ้าง? ข้อมูลที่ได้อนุญาตให้รับการเปิดเผยหนึ่งนี้เป็นเพียงแค่ ความสามารถเบื้องต้น ของหน่วยงาน DARPA นี้เท่านั้น (มีคลิปท้ายข่าว)

สหภาพยุโรปให้เงินทุนโครงการ Graphene Flagship พันล้านยูโรระยะเวลาสิบปี

Submitted by lew on Sun, 03/02/2013 - 14:46

คณะกรรมมาธิการสหภาพยุโรป (European Commission - EC) ประกาศให้ทุนกับกิจการร่วมค้า Graphene Flagship เป็นระยะเวลาสิบปี รวมมูลค่าเงินสนับสนุนหนึ่งพันล้านยูโร โดยกิจการร่วมค้านี้เป็นการร่วมกับระหว่างบริษัทเอกชนใหญ่ๆ อย่างโนเกีย, อิริคสัน, และหน่วยงานการศึกษาอีก 126 แห่ง

เงินก้อนแรกของ Graphene Flagship จะมีมูลค่า 54 ล้านยูโร เป็นระยะเวลา 30 เดือน ช่วงแรกจะโฟกัสอยู่กับเทคโนโลยีการสื่อสารและการขนส่ง หลังจากนั้นจึงขยายกลุ่มออกไปเป็น 20 ถึง 30 กลุ่ม

ความคาดหวังของสหภาพยุโรปในการลงทุนครั้งนี้คือการนำกราฟีนออกจากห้องแลปให้สามารถผลิตในเชิงการค้าได้อย่างจริงจัง

"โอ๊ยย น่ารัก น่าบีบ(จุงเบย)" อาการนี้มีอยู่จริงหรือ?

Submitted by a08 on Sat, 02/02/2013 - 18:41

"ย๊าาาากกกกก น่ารัก " แบบนี้ต้องบีบๆๆๆๆๆ

ผมเชื่อว่าหลายๆท่านที่กำลังอ่านอยู่คงจะเคยมีอาการแบบนี้ หรือไม่ก็ต้องมีคนใกล้ตัวที่มีอาการแบบนี้อยู่เป็นแน่เลยทีเดียวเทียว....
นักวิจัยได้ทำการทดสอบกับอาสาสมัครออนไลน์จำนวน 109 คน โดยให้พวกเขาดูรูปสัตว์ที่สุดแสนจะน่ารัก (โดยอ้างอิงจากงานวิจัยก่อนๆ ถึงปัจจัยที่จะทำให้ภาพใดดูน่ารัก เช่น ตาใหญ่ๆแป๋วๆ อัตราส่วนขนาดหัวต่อลำตัว ฯลฯ) รูปสัตว์ที่ตลกขบขัน และรูปสัตว์ในสภาพปกติของมัน จากนั้นให้ผู้ร่วมทดสอบ บอกสิ่งผู้ร่วมทดสอบกำลังรู้สึก โดยเลือกวลีที่เตรียมใว้ไห้ เช่น

ยีนแห่งความเยาว์วัย : ปฐมบทการค้นพบสู่ชีวิตนิรันดร?

Submitted by a08 on Sat, 02/02/2013 - 12:23

มันคงจะเป็นเหมือน "น้ำพุแห่งความเยาว์วัย" ในภาพยนตร์เรื่อง The Pirate Of the Caribbian… เตรียมหาน้ำตานางเงือกไว้ได้เลยครับ งานนี้นักวิจัยเขามีหลักฐานสนับสนุนว่าน้ำพุนี้มีอยู่จริง!

พูดเล่นนะครับ... มีใครเชื่อบ้างเอ่ย?

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเเคลิฟอร์เนียนำเสนอความก้าวหน้าก้าวใหม่ที่นำไปสู่ความเข้าใจในระดับโมเลกุลที่มีผลต่อการเสื่อมสภาพของเซลล์ แน่นอนว่าสัตว์ที่ถูกใช้ในการทดลองนี้คงจะไม่พ้น "หนูน้อย" ตามเคยครับ

DNA ฮาร์ดไดรฟ์แห่งโลกอนาคต

Submitted by Bunny Burrow on Sat, 02/02/2013 - 12:00

CD, DVD, หรือ ฮาร์ดไดรฟ์ กองกันเป็นภูเขาเลากา คงไม่ใช่ปัญหาของการเก็บข้อมูลในอนาคต เพราะนักวิทยาศาสตร์บอกว่า การใช้ดีเอ็นเอ (DNA) เป็นตัวเก็บข้อมูลนั้น สามารถเก็บข้อมูลทั้งหมดที่มีในโลกได้ โดยใช้พื้นที่แค่ท้ายรถกระบะคันเดียว!

ตามธรรมชาติแล้ว ดีเอ็นเอ เป็นสารพันธุกรรมที่ทำหน้าที่เก็บ "ข้อมูล" ของสิ่งมีชีวิต มันใช้พื้นที่น้อยและน้ำหนักน้อย แต่เก็บข้อมูลได้มาก (ดีเอ็นเอมีน้ำหนัก 1 กรัม เก็บข้อมูลได้ 2.2 petabytes) และคงทน (กระดูกมนุษย์โบราณก่อนประวัติศาสตร์ก็สามารถตรวจพบดีเอ็นเอได้) นักวิทยาศาสตร์เลยได้ไอเดียว่า มันจะดีแค่ไหนถ้าใช้มันเก็บข้อมูลในรูปแบบต่างๆได้

รางวัลโนเบลแห่งเอเชีย

Submitted by Bunny Burrow on Fri, 01/02/2013 - 03:12

ชาว Jusci ที่ชอบตามข่าววิทยาศาสตร์อยู่เรื่อยๆ คงคุ้นเคยกับชื่อของ Nobel prize หรือ รางวัลโนเบล ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกใฝ่ฝันที่จะได้ครอบครอง แต่ก็มีผู้ที่เห็นว่า ถึงแม้ว่าเราจะมีรางวัลอันทรงเกียรตินี้มาเนิ่นนานแล้ว สำหรับวงการวิทยาศาสตร์ มันยังไม่เพียงพอ

Pages

Subscribe to Front page feed
glqxz9283 sfy39587stf02 mnesdcuix8
sfy39587stf03
glqxz9283 sfy39587stf04 mnesdcuix8